โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทองคำโลกปิดแตะ 3,171.49 ดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ใหม่ครั้งที่ 21 ปีนี้ ดันราคาปิด 3 วันติดพุ่งกว่า 200 ดอลลาร์ กระฉูดรวมกว่า 6% สหรัฐขึ้นภาษีเก็บจีนรวม 145% เงินเฟ้อร่วงต่ำเกินคาดในรอบ 4 ปี กดดันเฟดจ่อลดดอกเบี้ยมากขึ้น

BTimes

อัพเดต 11 เม.ย. 2568 เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2568 เวลา 23.16 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ตลาดซื้อขายทองคำโลก นิวยอร์ก รายงานว่า วันที่ 10 เมษายน 2025 ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา พบว่า ราคาทองคำส่งมอบทันที หรือ Gold Spot ปิดที่ 3,160.82 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ +101.06 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +2.6% ส่งผลทำสถิติราคาปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ ขณะที่เมื่อคืนผ่านมา 3 เมษายน มีราคาสูงสุดระหว่างเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ที่ระดับ 3,171.49 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ นอกจากนี้ ส่งผลราคาปิดขึ้น 3 วันติดกันรวม +197.53 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +5.5%

ในรอบสัปดาห์นี้ ทองคำมีราคาต่ำสุดระหว่างวันลงแตะระดับ 2,955.89 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ ตั้งแต่ต้นปีนี้มาถึงวันที่ 27 มีนาคม 2025 ทองคำราคาส่งมอบทันที(Spot)ปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่เกิดขึ้น 21 ครั้ง และมีราคาทะยานขึ้นกว่า 20% นอกจากนี้ สิ้นสุดไตรมาสที่ 1 พบว่าราคาทองคำพุ่งดีที่สุดในรอบ 39 ปี หรือตั้งแต่ปี 1986 ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 14 มีนาคมผ่านมา เป็นวันแรกที่ราคาทองคำปิดแตะหลัก 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์

สอดรับกับราคาทองคำล่วงหน้า หรือ Gold Future นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 3,177.50 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ +97.10 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +3.2% ส่งผลทำสถิติราคาปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ และส่งผลราคาปิดขึ้น 3 วันติดกันรวม +203.90 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +6.7% ราคาทองคำล่วงหน้า (Future) ปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ และเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 17 ในปี 2025 นี้ นอกจากนี้ ครั้งสุดท้ายที่ทองคำมีราคาปิดนิวไฮเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน ปิดที่ระดับ 3,166.20 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ขณะที่เมื่อวันที่ 14 มีนาคม เป็นครั้งแรกที่มีราคาปิดแตะหลัก 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ และปิดที่ระดับ 3,001.10 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์

สาเหตุจากทำเนียบขาว สหรัฐ แถลงว่าอัตราการเก็บภาษีสินค้ากับจีนรวมเป็น 145% เพราะต้องนับรวมภาษีอีก 20% กับจีนที่ประกาศเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ผ่านมา เนื่องจากจากมีการนำเข้ายาเฟนทานิลจากจีน ซึ่งสหรัฐพิจารณาเป็นยาอันตราย และมีการลักลอบนำเข้าผิดกฎหมายของสหรัฐ นอกจากนี้ การชะลอจัดเก็บภาษีต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs ออกไปนาน 90 วัน ทำให้มีความเสี่ยง และความไม่ชัดเจนในผลการเจรจากับประเทศต่างๆ

ด้านตัวเลขเงินเฟ้อทั้งทั่วไป และขั้นพื้นฐานเดือนมีนาคม สร้างความประหลาดใจ ไม่เพียงลดลงมากเกินกว่าคาด แต่ยังลดลงมากที่สุดในรอบ 4 ปี โดยเงินเฟ้อดังกล่าวลดลง 0.1% เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปี หรือตั้งแต่พฤษภาคม 2020 เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วไปมีนาคมอยู่ที่ 2.4% เทียบช่วงเดียวกันในปีผ่านมา เงินเฟ้อพื้นฐานมีนาคมอยู่ที่ 2.8% เทียบช่วงเดียวกันกับปีผ่านมา พบว่าเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดในรอบ 4 ปีกว่า หรือตั้งแต่มีนาคม 2021 หลังจากเพิ่มขึ้น 3.1 ในกุมภาพันธ์ จะเป็นสัญญาณที่ดีต่อโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐจะลดดอกเบี้ยระยะสั้นในอนาคต ทำให้คาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลงถึง 1% ในที่เหลือปีนี้

นอกจากนี้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาลดต่ำลงกว่าระดับ 4% ด้านค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงมากถึงกว่า 1% นอกจากนี้ บันทึกการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด เปิดเผยว่า มีความกังวลกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่อาจจะเกิดภาวะเศรษฐกิจไม่เติบโตท่ามกลางเงินเฟ้อพุ่งสูง หรือ Stagflation

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...