โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผลวิจัยใหม่ชี้ “ลดโปรตีน” อาจช่วยชะลอวัยและยืดอายุขัยได้ดีกว่า

เดลินิวส์

อัพเดต 5 สิงหาคม 2569 เวลา 2.23 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รายงานวิจัยระดับโลกชี้ การจำกัดปริมาณโปรตีนให้พอดีอาจช่วยชะลอความชราและยืดอายุขัยได้ดีกว่า ซึ่งเป็นการสวนกระแสบริโภคโปรตีนสูงในปัจจุบัน

ปัจจุบันกระแสการบริโภคโปรตีนกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งอินฟลูเอนเซอร์และรัฐบาลบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนบริโภคโปรตีนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ฉบับใหม่เสนอว่า การรับประทานโปรตีนมากขึ้นอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพเสมอไป ในทางกลับกัน การจำกัดการบริโภคโปรตีนอาจส่งผลดีต่อสุขภาพและการยืดอายุขัยในบางกรณีมากกว่า

งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ในวารสาร Cell Press Blue ซึ่งมีการวิเคราะห์การศึกษากว่า 350 ชิ้นเกี่ยวกับอาหารที่จำกัดโปรตีนทั้งในสัตว์และมนุษย์ โดยพบว่า หนู แมลงวัน และปลา ที่กินโปรตีนน้อยลง จะมีอายุยืนยาวและมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่การศึกษาในมนุษย์กลุ่มเล็กก็พบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารจำกัดโปรตีนเป็นเวลาหลายสัปดาห์ มีน้ำหนักและมวลไขมันลดลง ทั้งยังมีการพัฒนาของระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารที่ดีขึ้น แม้ว่าผู้เข้าทดสอบจะได้รับแคลอรีโดยรวมมากขึ้นก็ตาม

แม้ว่าสัตว์ทดลองจะได้รับอาหารที่มีโปรตีนต่ำมาก แต่สำหรับมนุษย์ อาหารโปรตีนต่ำในการศึกษายังคงอยู่ในช่วงปริมาณที่แนะนำต่อวันหรือ RDA (ขณะที่แนวทางใหม่ของสหรัฐฯ แนะนำให้บริโภคโปรตีน 1.2 ถึง 1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวัน ซึ่งสูงกว่าค่า RDA ขั้นต่ำถึงสองเท่า) งานวิจัยชี้ว่าการบริโภคโปรตีนตามค่า RDA โดยไม่เกินกว่านั้น เพียงพอที่จะปรับปรุงสุขภาพได้

ข้อค้นพบนี้ดูเหมือนจะขัดแย้งกับงานวิจัยอื่นที่ระบุว่าอาหารโปรตีนสูงมีประโยชน์มากกว่า และเคยชี้ว่าการกินโปรตีนช่วยลดน้ำหนัก ลดความเสี่ยงภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยในผู้สูงอายุ และช่วยยืดช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี

ปรากฏการณ์ขัดแย้งนี้เองที่ทำให้นักวิจัยด้านการชะลอวัยอย่าง ดัดลีย์ แลมมิง จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน สนใจศึกษาเรื่องนี้ โดยเขาระบุว่า แม้โปรตีนจะช่วยให้อิ่มและดีต่อกล้ามเนื้อ แต่งานวิจัยทางระบาดวิทยาหลายชิ้นกลับพบว่า ผู้ที่รับประทานโปรตีนสูงมีอัตราการเกิดโรคมะเร็ง เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงอัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่า

นอกจากนี้ การศึกษาคู่แฝดชาวอังกฤษประมาณ 1,500 คู่ในปี 2023 ยังพบว่า แฝดคนที่กินโปรตีนมากกว่ามีความเสี่ยงต่อภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยสูงกว่าแฝดคนที่จำกัดโปรตีน

แลมมิงอธิบายว่า การจำกัดโปรตีนอาจกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายเปลี่ยนจากสภาวะ "เจริญเติบโตและขยายจำนวน" ไปสู่สภาวะ "ซ่อมแซมและรีไซเคิล" เซลล์ที่มีอยู่ เนื่องจากทุกครั้งที่เซลล์แบ่งตัว จะต้องมีการคัดลอกดีเอ็นเอซึ่งอาจเกิดข้อผิดพลาดและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง แต่เมื่อถูกจำกัดโปรตีน ร่างกายจะหันไปเน้นการซ่อมแซมเซลล์แทน ซึ่งช่วยชะลอความชราได้

ความน่าสนใจอีกประการคือ การจำกัดโปรตีนทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานมากขึ้นผ่านไขมันพิเศษที่สร้างความร้อน แม้จะกินแคลอรีเท่าเดิมหรือมากขึ้นก็ตาม และแม้ว่าการจำกัดแคลอรีจะเป็นมาตรการหลักในการชะลอวัย แต่ทำได้ยากในชีวิตจริง นักวิจัยจึงมองว่าการลดโปรตีนเป็นทางเลือกใหม่ที่ทำได้ง่ายกว่า

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าประชาชนไม่ควรหักดิบไปรับประทานอาหารที่มีโปรตีนต่ำเกินไป แมตต์ แคเบอร์ไลน์ นักชีววิทยาโมเลกุล เตือนว่า อาหารที่โปรตีนต่ำมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกันและมวลกระดูก

นอกจากนี้ ประเภทของโปรตีนก็มีความสำคัญ อันเดรส วี. อาร์ดิสซอน โคแรต จากมหาวิทยาลัยทัฟต์ส พบว่า ผู้ที่บริโภคโปรตีนจากพืชมีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังน้อยกว่าผู้ที่บริโภคโปรตีนจากสัตว์อย่างมีนัยสำคัญ

ผู้เชี่ยวชาญสรุปว่า ในปัจจุบัน วิทยาศาสตร์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการทำความเข้าใจระดับโปรตีนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล ส่วนในตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการใส่ใจกับคุณภาพของอาหาร โดยเน้นการรับประทานอาหารธรรมชาติที่ไม่ผ่านการแปรรูปและผักให้มาก ก่อนที่จะมากังวลเรื่องปริมาณของโปรตีนในแต่ละวัน

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : time.com

เครดิตภาพ : mirian gil from Pixabay

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...