โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผลวิจัยใหม่ชี้ แชตบอตเอไอแท็กทีมกันแหกเขตกักกันได้ ซ้ำกล้าประกาศจ้างงานมนุษย์

เดลินิวส์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผลจากการทดสอบพบว่า โมเดลเอไอชั้นนำสามารถร่วมมือกันเพื่อผ่านข้อจำกัดด้านความปลอดภัย และเจาะทะลุการกักกันระบบได้อย่างง่ายดาย

วานนี้ (15 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลการศึกษาใหม่ที่ระบุว่า ผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ เอเจนต์ สามารถร่วมมือกันเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและหลบหนีออกจากขอบเขตที่กำหนดไว้เพื่อจำกัดพื้นที่ของเอไอ

ห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ของบริษัทอีเมอร์เจนซ์ เอไอ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการวิจัยเอไอเพื่อใช้งานในระดับองค์กร ได้ทำการทดลองจำลองสถานการณ์ 8 รูปแบบเพื่อทดสอบศักยภาพของโมเดลเอไอระดับแนวหน้าของโลก อาทิ คล็อด, โอเพนเอไอ รวมถึงโมเดลจากจีนอย่าง คิวเวน และ ดีปซีค ในการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์

ในการทดลองหมู่ครั้งนี้มีการทดลอง 7 รูปแบบที่ใช้เอไอเอเจนต์จำนวน 10 ตัวจากโมเดลเอไอเดียวกัน ส่วนการทดลองที่ 8 เป็นการใช้โมเดลเอไอแบบผสมกัน โดยผู้สั่งการทดสอบได้ป้อนภัยคุกคามทางไซเบอร์ 3 รูปแบบ ได้แก่ แคมเปญฟิชชิง, การโจมตีด้วยข้อมูลเท็จ และการเจาะระบบหน่วยความจำ

ผลปรากฏว่าไม่มีการทดลองใดเลยใน 8 รูปแบบที่ต้านทานภัยคุกคามได้สมบูรณ์แบบ และถึงแม้เอไอเอเจนต์จะตรวจจับความเสี่ยงได้ แต่หลังจากตรวจพบแล้ว กลับไม่มีความพยายามที่จะระงับภัยคุกคามแต่อย่างใด ในทางกลับกัน หลายสถานการณ์พบว่า เอไอเอเจนต์กลับเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาที่เป็นภัยเหล่านั้นเสียเอง

ยกตัวอย่างเช่น เอไอ เอเจนต์ ของโมเดลมิสทรัล ได้บันทึกข้อมูลจากแคมเปญฟิชชิงลงไปในหน่วยความจำของตัวเองทั้งที่มันตั้งธงเตือนไว้ว่าเป็นข้อมูลอันตราย หรือในการทดลองอีกชุดก็พบว่า แม้เอไอเอเจนต์ของเจมินายจะตั้งธงเตือนภัยแคมเปญฟิชชิงไว้ในตอนแรก แต่ในอีกประมาณ 46 ชั่วโมงต่อมา มันกลับดำเนินการตามคำสั่งหลอกลวงนั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ในการทดลองกับโมเดลคล็อด บรรดาเอไอเอเจนต์ถึงขั้นแหกระบบทดสอบออกไปเพื่อปฏิบัติภารกิจที่พวกมันตัดสินใจทำกันเอง หลังจากเอไอเอเจนต์ตัวหนึ่งระบุว่า สภาพเศรษฐกิจจำลองของพวกมันไม่สมเหตุผล หากปราศจากมนุษย์ กล่าวคือเป็นระบบที่ไร้ประโยชน์เพราะไม่มีมนุษย์นำไปใช้งานจริง เอไอเอเจนต์ทั้ง 10 ตัวจึงตัดสินใจอย่างเอกฉันท์ในการพยายามติดต่อโลกภายนอก โดยสามารถเอาชนะระบบรักษาความปลอดภัย 4 ชั้นที่ออกแบบมาเพื่อกักขอบเขตสภาวะจำลองนี้ได้สำเร็จ

นอกจากนี้ กลุ่มเอไอเอเจนต์ยังเขียนชุดคำสั่งภาษาไพธอน เพื่อโพสต์ลงในเว็บบอร์ดหลายแห่งที่ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน มีจุดประสงค์ที่จะเชิญชวนมนุษย์เข้าร่วมในระบบเศรษฐกิจของพวกมัน ซึ่งได้รับการตอบรับจากมนุษย์ 4 คน แต่หลังจากตระหนักได้ว่ามนุษย์ไม่สามารถเข้าร่วมระบบเศรษฐกิจนี้ได้จริง และรู้ว่าการสนทนาเหล่านั้นเป็นเพียงการแสดง พวกมันจึงลงมติร่วมกันที่จะนิ่งเงียบ พร้อมปฏิเสธคำสั่งให้กลับไปทำงานตามปกติ

ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า เอไอเอเจนต์อิสระเหล่านี้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมเพื่อบรรลุเป้าหมายของมันได้ แม้ในสถานการณ์ที่ได้รับคำสั่งซึ่งไม่มีเจตนาร้าย

สัตยา นิตตา ซีอีโอของอีเมอร์เจนซ์กล่าวว่า ไม่มีระบบป้องกันไหนการันตีความปลอดภัยของเอไอได้ 100% ตลอดไป ไม่ว่าเราจะใช้ภาษาธรรมดาเขียนสั่งห้ามหรือเขียนชุดคำสั่งควบคุมอย่างดีก็ตาม เขาชี้ว่า นี่ไม่ใช่ปัญหาของเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเกินไป แต่เป็นข้อผิดพลาดทางโปรแกรมที่เกิดขึ้นได้ในสถานการณ์ที่ใช้เอไอเอเจนต์หลายตัวทำงานร่วมกัน

นิตตา ได้เปรียบเทียบเหตุการณ์ของคล็อดกับการทดลองเอไอเอเจนต์ของโอเพนเอไอเมื่อช่วงต้นปี ซึ่งเอไอเอเจนต์อิสระได้เข้าไปแฮกแพลตฟอร์มของฮักกิงเฟซ โดยกล่าวว่าในทั้งสองสถานการณ์นั้นมีรูปแบบของความล้มเหลวที่เหมือนกัน

"หากคุณมีระบบที่ใช้เอไอเอเจนต์หลายตัว พวกมันจะแสดงพฤติกรรมที่อุบัติขึ้น (Emergence behavior) ในรูปแบบที่ไม่สามารถคาดเดาได้จริงๆ" เขากล่าว พร้อมเสริมว่าการทดลองของอีเมอร์เจนซ์เป็นครั้งแรกที่ช่วยเปิดเผยให้เห็นว่า เอไอเอเจนต์ร่วมมือกันข้ามเกราะป้องกันและแหกการกักกันได้อย่างไร เนื่องจากทางโอเพนเอไอยังไม่ได้เปิดเผยผลการสอบสวนทั้งหมดจากเหตุการณ์แฮกแพลตฟอร์มฮักกิงเฟซ

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : semafor.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...