โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สรรเพชญ” ชี้ ครม.สัญจร สงขลา ต้องได้มากกว่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้า!

Nation Online

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

11 สิงหาคม 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการเตรียมประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ หรือ ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา ว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะได้ลงมามองทั้ง “ปัญหาวันนี้” และ “อนาคตของพื้นที่” ไปพร้อมกัน โดยเฉพาะหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีทั้งปัญหาที่ต้องเร่งแก้และศักยภาพทางเศรษฐกิจอีกมาก ที่ต้องได้รับการผลักดัน

นายสรรเพชญ กล่าวว่า หากมองเฉพาะเรื่องการฟื้นฟูจากอุทกภัย รัฐบาลไม่ได้รอการประชุม ครม.สัญจร จึงค่อยดำเนินการ เพราะคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลางวงเงินกว่า 843 ล้านบาท ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบชลประทานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย รวม 67 โครงการ ครอบคลุมจังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสแล้ว รวมถึงโครงการสำคัญในจังหวัดสงขลา เช่น การซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 โดยขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางแล้ว เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม สำนักงบประมาณ ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม และได้ดำเนินการโอนงบประมาณไปยังหน่วยรับงบประมาณ กรมชลประทาน เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละพื้นที่

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

“นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า เรื่องไหนเร่งด่วน รัฐบาลก็เดินหน้า ไม่ต้องรอ ครม.สัญจร แต่ประโยชน์ของ ครม.สัญจรมีมากกว่านั้น เพราะเมื่อคณะรัฐมนตรีทั้งคณะลงมาอยู่ในพื้นที่ เราสามารถยกปัญหาและโอกาสที่ต้องอาศัยการตัดสินใจจากหลายกระทรวงขึ้นมาพิจารณาพร้อมกันได้ จากเดิมที่แต่ละเรื่องอาจแยกกันอยู่คนละกระทรวง ก็สามารถมองเป็นภาพเดียวกันว่า พื้นที่นี้จะเดินไปข้างหน้าอย่างไร”นายสรรเพชญ กล่าว

นายสรรเพชญ กล่าวว่า สำหรับหาดใหญ่ บทเรียนจากอุทกภัยต้องนำไปสู่การวางระบบที่ทำให้เมืองมีความพร้อมและแข็งแรงกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงซ่อมสิ่งที่เสียหายให้กลับมาเหมือนเดิม แต่ต้องมองต่อถึงระบบบริหารจัดการน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม การพัฒนาเมือง เศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยว เพื่อให้หาดใหญ่สามารถกลับมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ที่มีความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

“ถ้าถามว่าหาดใหญ่ต้องการอะไร ผมคิดว่าหาดใหญ่ต้องการทั้งการแก้ปัญหาที่ค้างอยู่ และต้องการโอกาสใหม่ไปพร้อมกัน งบฟื้นฟูที่จำเป็นต้องได้ก็ต้องได้ ระบบป้องกันน้ำท่วมที่ต้องทำก็ต้องเร่งทำ แต่ในเวลาเดียวกันเราต้องถามด้วยว่า อีก 5 ปี 10 ปี หาดใหญ่จะเป็นเมืองแบบไหน จะดึงนักลงทุนอย่างไร จะเชื่อมการเดินทางกับพื้นที่อื่นอย่างไร และจะสร้างรายได้ใหม่ให้ประชาชนอย่างไร ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่การประชุม ครม.สัญจรสามารถผลักดันได้”

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ยังไม่ควรถูกจำกัดภาพอยู่เพียงหาดใหญ่หรือจังหวัดสงขลา เพราะรัฐบาลกำลังมองการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในภาพรวม ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว เกษตรกรรม การคมนาคม และการค้าชายแดน

การอนุมัติงบกลางกว่า 843 ล้านบาท จำนวน 67 โครงการใน 5 จังหวัด จึงสะท้อนให้เห็นอยู่แล้วว่า รัฐบาลไม่ได้มองปัญหาแบบแยกจังหวัด แต่กำลังแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ ขณะที่การประชุม ครม.สัญจรจะเป็นอีกขั้นหนึ่งในการนำโจทย์การพัฒนาระยะต่อไปขึ้นมาพิจารณา ตั้งแต่การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน การเพิ่มรายได้ ไปจนถึงการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน

“พื้นที่ชายแดนภาคใต้มีศักยภาพสูงมาก แต่เราต้องยอมรับว่าหลายพื้นที่ยังมีข้อจำกัดด้านรายได้ โอกาสทางเศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐาน เราจึงไม่ควรพอใจกับการทำให้ทุกอย่างกลับไปอยู่ที่เดิม แต่ต้องใช้โอกาสที่รัฐบาลลงมาครั้งนี้ทำให้พื้นที่เดินไปได้ไกลกว่าเดิม นี่ต่างหากคือประโยชน์ที่เราควรเอาจาก ครม.สัญจรให้ได้มากที่สุด”

นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า การแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาลถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่ ครม. จะมาพัฒนาพื้นที่ก็ควรถูกพิจารณาจากประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ มากกว่าการนำไปวิพากษ์วิจารณ์เป็นประเด็นทางการเมือง

“ถ้าการที่คณะรัฐมนตรีลงมาแล้วทำให้โครงการที่ติดอยู่เดินหน้าได้เร็วขึ้น ทำให้เรื่องที่ต้องประสานหลายกระทรวงสามารถตัดสินใจได้ในโต๊ะเดียว หรือทำให้เกิดการลงทุนและโอกาสใหม่ในพื้นที่ ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่ประชาชนควรได้รับ เราไม่ควรรีบลดคุณค่าของโอกาสเหล่านี้เพียงเพราะมองทุกเรื่องผ่านมิติทางการเมือง”

นายสรรเพชญ ย้ำว่า สิ่งที่ต้องทำจากนี้คือ ทำให้การประชุม ครม.สัญจร เกิดผลลัพธ์ที่ประชาชนจับต้องได้ โดยเรื่องเร่งด่วนที่ได้รับอนุมัติแล้ว ต้องเร่งดำเนินการให้เกิดขึ้นจริง ขณะที่ข้อเสนอใหม่ของจังหวัดและภาคเอกชนต้องถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อให้การลงพื้นที่ของรัฐบาลครั้งนี้เป็นทั้งการแก้ปัญหาปัจจุบันและการวางรากฐานอนาคตของหาดใหญ่ สงขลา และ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปพร้อมกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...