โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

DELTA ลุ้นเซอร์ไพรส์งบ Q2 ขายแบงก์เข้าอิเล็กทรอนิกส์

ทันหุ้น

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#DELTA #ทันหุ้น – ส่องหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ตกเป็นเป้าหมายเงิน หลังฟันด์โฟลว์ขายแบงก์ดับปิโตรเคมี-อิเล็กทรอนิกส์ มองDELTA ราคาลงมาตามนัดแล้ว ลุ้นงบไตรมาส 2 เซอร์ไพรส์ดีกว่าคาด หลังยอดขายไต้หวันพุ่ง ส่วน KCE ยังน่าสนแม้ประกาศไม่ลุย AI เชื่อคู่แข่งลดมาร์จิ้นฟื้นตัว ชูอนาคตดีจับจังหวะเล่นหลังประกาศงบ

นายนภนต์ ใจแสน รองผู้จัดการสายงานวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ว่า เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการเคลื่อนย้ายเงินทุน (Money Flow) ที่ไหลออกจากกลุ่มธนาคารและโรงกลั่น เข้าสู่กลุ่มปิโตรเคมีและอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่พอจะรองรับเม็ดเงินระดับสูงได้ ประกอบกับตลาดหุ้นต่างประเทศเริ่มเห็นการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะเกาหลีใต้ที่เคยมีแรงขายจากการเลเวอร์เรจที่มากเกินไป มองว่าแรงขายใกล้หมดแล้ว

ขณะเดียวกันในส่วนของ หุ้นDELTA มองว่าอาจจะมีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่นกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ เนื่องจากการตรวจสอบตัวเลขรายได้เดือนมิถุนายนของเดลต้า ไต้หวัน พบว่า พลิกกลับมาทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ทรงตัว ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาขาดแคลนซัพพลาย (Supply Shortage) เริ่มคลี่คลายในช่วงปลายไตรมาส 2/2569 แล้ว จึงมีลุ้นว่ากำไรอาจจะไม่ติดลบเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่อาจจะทรงตัวหรือทำนิวไฮได้เล็กน้อย ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ผลักดันราคาหุ้นต่อไป

“ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่ารายได้ของ DELTA ไทยในไตรมาส 2/2569 จะเติบโต 20% แต่จากความกังวลปัญหาซัพพลายทำให้ปรับการเติบโตลงมาเหลือ 5% ซึ่งตัวเลขที่ดีของเดลต้า ไต้หวัน เชื่อว่าผลงานอาจจะออกมาดีกว่าคาด โดยรายได้โต 10% และมีโอกาสเห็นกำไรสุทธิออกมาสูงถึง 9,000 ล้านบาท ดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้ก่อนหน้า 8,700 ล้านบาท”

@ โอกาส KCE แม้ไม่สน AI

ในส่วนของ KCE นายนภนต์ระบุว่า ยังมีความน่าสนใจในแง่ของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน แม้บริษัทเลือกที่จะไม่ข้ามไปทำผลิตภัณฑ์กลุ่ม AI เนื่องจากมีความซับซ้อนและเสี่ยงต่อการเกิดของเสียสูง แต่ KCE จะได้รับอานิสงส์ทางอ้อมจากการที่คู่แข่งรายใหญ่ในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เริ่มโยกกำลังการผลิตไปเน้นกลุ่ม AI มากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดแผ่นวงจรพิมพ์สำหรับยานยนต์ (Automotive PCB) ลดความรุนแรงลง ขณะที่แนวโน้มการใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์ เช่น จอแสดงผล, เรดาร์ และเซ็นเซอร์ (ADAS) ยังเติบโตต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าต่อคันให้สูงขึ้น

ด้าน HANA คาดการณ์การฟื้นตัวจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วน CCET อาจวิเคราะห์ได้ยากเนื่องจากเป็นธุรกิจที่เน้นปริมาณและมีอัตรากำไรค่อนข้างต่ำเพียง 5-6% โดยยังต้องติดตามการขยับการทำ SSD จากกลุ่ม Consumer Grade ไปสู่ Enterprise Grade ซึ่งมีความท้าทายสูง

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเป็นจังหวะสะสมหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์หลังราคาย่อตัวลงมาตามที่เคยออกบทวิเคราะห์ก่อนหน้าไปแล้ว โดยมีDELTA เป็นหุ้นนำตลาด ราคาเป้าหมาย 440 บาท KCE ราคาเป้าหมาย 47 บาทHANA ราคาเป้าหมาย42 บาท

@อนาคตดีแต่ต้องมีจังหวะ

ด้านนายนฤดม มุจจลินทร์กูล นักวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด หรือ KTX เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ มีลักษณะรีบาวด์ตามตลาดต่างประเทศ หลังจากก่อนหน้านี้ปรับตัวลงแรงจากความกังวลเรื่องการทำLeverage และ Valuation ที่ตึงตัว แนะนำให้จับตางบ DELTA ที่จะประกาศศุกร์นี้ซึ่งตลาดประเมินว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 อาจไม่โดดเด่น คาดว่ากำไรเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จะทรงตัวหรือติดลบเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายไตรมาสที่โมเมนตัมการเติบโตเริ่มชะลอตัว ส่งผลให้ราคาหุ้นขาดสตอรี่ใหม่และต้องอิงกับปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก ให้คำแนะนำ “Perform” โดยมีราคาเหมาะสมที่ 330 บาท

โดยต้องประเมินสถานการณ์หลังประกาศงบในวันศุกร์นี้ เนื่องจากยังมีช่วงว่างที่อาจเกิดความเสี่ยงได้ อย่างไรก็ดีมองว่าราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวไปตามทิศทางได้ทั้งบวกและลบ หากผลประกอบการที่ประกาศออกมาเกินคาดมากกว่า 10%

ในส่วนของ HANA และ KCE คาดว่าจะประกาศงบช่วงกลางเดือนหน้า ประเมินว่า อานิสงส์จาก AI ยังไม่เข้ามาเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดย HANA คาดว่าจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในปีหน้า ส่วนKCE แม้จะไม่มีรายได้จากเทคโนโลยีAI โดยตรงในช่วง 1-2 ปีนี้ แต่ราคาหุ้น Outperform จากความคาดหวังว่าความต้องการใช้ AI ที่สูงจะหนุนภาพรวมตลาด PCB ให้เติบโตตามไปด้วย

ประเมินราคาเป้าหมายHANA ไว้ที่ 33 บาท และ KCE ที่ 29 บาท แต่ในเชิงกลยุทธ์การเก็งกำไรตามธีม AI ได้วางกรอบสูงสุด (Maximum) ไว้ที่ 41 บาท สำหรับ HANA และ 39 บาท สำหรับKCE เนื่องจากปัจจุบันระดับP/E Valuation ของกลุ่มเริ่มตึงตัวที่ระดับ 30 เท่าขึ้นไป กลยุทธ์เล่นได้แต่ต้องลดความเสี่ยง ในช่วงก่อนการประกาศงบไตรมาส 2 เนื่องจากคาดว่ากำไรจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และมักจะมีความผันผวนสูงหลังประกาศงบ ซึ่งหากงบออกมาต่ำกว่าคาดจนราคาหุ้นย่อตัวลง ให้พิจารณาเข้าซื้อสะสมในช่วงก่อนการประชุมนักวิเคราะห์ เพราะคาดว่าผู้บริหารจะมีKey Message เชิงบวกเกี่ยวกับพัฒนาการของ AI และแนวโน้มในอนาคตที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนให้ราคาหุ้นกลับตัวได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...