โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำเหนือจ่อเจ้าพระยา! เตือน 7 จังหวัดเตรียมรับมือ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 59 นาทีที่แล้ว
จับตาสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ชลประทานเตือน 7 จังหวัดเตรียมพร้อมรับมือน้ำหลาก โดยเฉพาะชุมชนริมตลิ่งและพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่คาดการณ์น้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอาจเพิ่มเป็น 500-700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และรัฐบาลสั่ง ปภ.เตรียมรับมวลน้ำเหนือที่จะไหลลงภาคกลางช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม

สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง ชลประทานแจ้งเตือน 7 จังหวัดริมเจ้าพระยาเตรียมพร้อมรับมือน้ำหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมตลิ่ง ขณะที่รัฐบาลสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ พร้อมรับมือมวลน้ำเหนือที่คาดว่าจะไหลลงสู่ภาคกลางมากขึ้นในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยายังมีพื้นที่รองรับน้ำเพียงพอ โดยอ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน 14,783 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 60% ของความจุ สามารถรองรับน้ำได้อีก 9,999 ล้านลูกบาศก์เมตร

อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการติดตามปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดมีน้ำไหลผ่าน 975 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แม้ยังต่ำกว่าระดับตลิ่ง 6.62 เมตร

ส่วนพื้นที่ตอนล่างของลุ่มเจ้าพระยา บริเวณอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 268 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจาก 166 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในวันก่อนหน้า ขณะที่มีการรับน้ำเข้าสู่ระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออก 186 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และทุ่งฝั่งตะวันตก 211 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา

ด้านนายสงกรานต์ ชลอศรีทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 3 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี ให้เตรียมพร้อมรับมือปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ขณะนี้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ในช่วงประมาณ 500-700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากมีความจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำเกิน 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะมีการประกาศแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป

สำนักงานชลประทานที่ 12 ยังเน้นย้ำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ลงไปถึงจังหวัดสิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น บ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นอกจากนี้ ขอให้ผู้ประกอบการและประชาชนริมตลิ่งเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ รวมถึงการสไลด์ตัวของดินริมตลิ่ง ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะโป๊ะ แพ และร้านอาหารริมน้ำ พร้อมเตรียมรับมือกรณีระดับน้ำยกตัวสูงขึ้นประมาณ 1.50 เมตร

ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เตรียมความพร้อมรับมวลน้ำจากภาคเหนือที่จะไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลางในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม โดยให้บูรณาการข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องมือให้สามารถเข้ารับมือสถานการณ์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

แม้ขณะนี้ลุ่มเจ้าพระยายังมีพื้นที่รองรับน้ำเพียงพอ แต่แนวโน้มปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นทำให้หลายพื้นที่ต้องยกระดับการเฝ้าระวัง โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากปริมาณน้ำจากตอนบนเพิ่มสูงขึ้นและมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำในระยะต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...