โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กอ.รมน. แจงมทภ.4 แค่ตั้งข้อสังเกต เหตุเผาอบต. รอพิสูจน์หลักฐานปม ฮ.ยิงวัยรุ่น

Khaosod

อัพเดต 42 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 42 นาทีที่แล้ว
กอ.รมน. แจงมทภ.4 แค่ตั้งข้อสังเกต เหตุเผาอบต. รอพิสูจน์หลักฐานปม ฮ.ยิงวัยรุ่น

โฆษก กอ.รมน. แจง มทภ.4 ไม่ได้ฟันธง เหตุเผา อบต.เกี่ยวการเมือง แค่ตั้งข้อสังเกต ชี้เหตุเฮลิคอปเตอร์ยิงวัยรุ่น ยังต้องพิสูจน์หลักฐาน ขอให้รอผลสืบสวน-นิติวิทยาศาสตร์ที่ไม่โกหก อาจจะช้า แต่ต้องไม่จับผิดตัว หวั่นเสียมวลชน พร้อมขอความเป็นธรรมให้ จนท.รัฐ

เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.)พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และ พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษกกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงเหตุการณ์เผาที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่เกิดขึ้นว่าอาจจะเกิดจากฝ่ายการเมืองนั้น

โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า คำสัมภาษณ์ของแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นเพียงมุมมองและข้อสังเกต ซึ่งการอยู่ในพื้นที่ก็ต้องตั้งข้อสังเกตไว้หลายๆ เรื่อง โดยเรื่องการเมืองก็เป็นข้อสังเกตหนึ่ง แต่ไม่ได้บอกว่า ตรงนั้นคือ ข้อเท็จจริงว่ามีการสนับสนุน หรือเกี่ยวข้อง ส่วนการสืบสวนและสอบสวน ยังไม่สามารถตัดประเด็นใดทิ้งได้ ต้องนำพยานหลักฐานต่างๆมาสืบสวนสอบสวน

เมื่อถามว่าจะมีการทบทวนการข่าวหรือไม่ หลังวันนี้ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ขอให้ภาครัฐมีการทบทวน เพื่อป้องกันเหตุมากขึ้น โฆษก กอ.รมน.กล่าวว่า ในมุมของการข่าวเชิงลึก หรือ การข่าว A1 ซึ่งเป็นระดับการรับรู้ถึงวัน และเวลาการก่อเหตุ ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ยาก แม้แต่ชาติมหาอำนาจ ก็ยังมีปัญหาการรับทราบข่าวเชิงลึกแบบ 100%

ส่วนการทำงานของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะแบ่งงานการข่าวเป็น 2 ระดับคือ การข่าวเชิงรุก และเชิงรับ ซึ่งงานการข่าวด้านเชิงรุกก็คือ การปิดล้อมตรวจค้น เป้าหมายต่างๆ ได้ เพราะเรามีงานด้านข่าวเรื่องของบุคคล ส่วนข่าวเชิงรับ เราต้องมีมวลชนเข้ามาช่วยแจ้งข่าว ซึ่งตรงจุดนี้ กอ.รมน.ได้สร้างมวลชนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การทำมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะงานการข่าวต่างได้มาจากมวลชน

ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าในที่เกิดเหตุทำไมถึงไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ จึงอยากอธิบายให้เข้าใจว่า ในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ จะต้องมีการวิเคราะห์ พื้นที่เสี่ยง และพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจะเป็นภาพของฝ่ายปกครองเป็นหลัก ก็คือ ชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ซึ่งจะอยู่ในพื้นที่ และจะทำงานร่วมกับมวลชนในการหาข่าวสารถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

แต่หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทาง กอ.รมน. ต้องนำสถานการณ์ดังกล่าว มาวิเคราะห์ในงานด้านการข่าวเพิ่มมากขึ้น เพราะการก่อเหตุ เป็นการทำลายความเชื่อมั่นเจ้าหน้าที่รัฐ และต้องยอมรับว่า ทางกำลังพลของ กอ.รมน. ภาค 4 มีจำกัด ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงผลัดเปลี่ยนกำลัง ทำให้ผู้ก่อเหตุอาศัยช่วงจังหวะนี้ก่อเหตุ ซึ่งเรื่องนี้ กอ.รมน. จะนำมาวิเคราะห์ และป้องกันช่องว่างในการก่อเหตุนี้

เมื่อถามว่าการข่าวเชิงรับต้องพึ่งพามวลชน ซึ่งได้รับความร่วมมือดีหรือไม่ โฆษก กอ.รมน.กล่าวว่า การเข้าไปในพื้นที่ต่าง ๆ ของเจ้าหน้าที่ของหน่วยเฉพาะกิจสันติสุข (ฉก.สันติสุข) ได้เข้าไปในพื้นที่ แต่ยังไม่ได้เข้าไปเต็มตัว ซึ่งหลังเกิดเหตุ ได้มาพูดคุย และได้ทำในส่วนต่างๆ ให้ลงพื้นที่ไปให้ครบ เพื่อช่วยในเรื่องของงานการข่าว

โดยเราจะต้องสร้างความเข้มแข็งของมวลชนให้ไม่เกรงกลัวต่อฝ่ายตรงข้าม แต่เราไม่สามารถนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไปยืนอยู่ทุกจุด เพราะในทุกสมรภูมิของโลกนี้ ต้องใช้มวลชนหาข่าว และแจ้งข่าว

เมื่อถามว่าภาพที่ออกมากรณีเฮลิคอปเตอร์ ยิงใส่วัยรุ่น ดูเหมือนว่าภาครัฐไปรังแกประชาชน อาจทำให้ประชาชนไม่กล้าให้ข้อมูลเพราะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น โฆษก กอ.รมน.กล่าวว่า เมื่อวานนี้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ฉก.นราธิวาส) ได้นำแพทย์ที่รักษาผู้บาดเจ็บมาแถลงข่าว จะเห็นว่าทางการแพทย์ หรือวิทยาศาสตร์ การถูกยิงไม่ได้เกิดจากอาวุธทำลายล้างสูง หรืออาวุธสงคราม เป็นเพียงแค่กระสุนปืนขนาด 9 มม.หรือ .22 มม.

ความเป็นจริงกระสุนปืน ที่เข้ามาถูกผู้ได้รับบาดเจ็บ ตามมุม 30 องศา ซึ่งให้ไปดูข้อเท็จจริงว่า เฮลิคอปเตอร์ บินในระดับ 30 องศาได้หรือไม่ ทั้งนี้ตนไม่อยากชี้แจงด้วยความรู้สึก แต่เราจะเอาความจริงที่ทางแพทย์ออกมาชี้แจง จะได้รู้ว่ากระสุนปืนที่ใช้ ไม่ใช่กระสุนจากอาวุธปืนสงคราม หากไม่ใช่กระสุนดังกล่าว ก็ตัดเจ้าหน้าที่รัฐออกไปได้เลย และจากผลนิติวิทยาศาสตร์มุมยิงของปืน รวมถึงร่องรอยกระสุนปืนที่เข้า และออก จะผิดไปจากกระสุนจากอาวุธปืนสงคราม ที่เข้ารูเล็ก แล้วออกรูใหญ่

โฆษก กอ.รมน.กล่าวอีกว่า การยิงปืนจากเฮลิคอปเตอร์ หากใครที่ยิงปืนเป็น จะรู้ว่ายิงได้ยากมาก โดยเฉพาะปืนที่ติดอยู่กับเฮลิคอปเตอร์ ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะหากยิ่งไปแล้ว กระสุนปืนต้องตกลงมาด้านล่าง

ทั้งนี้ ตนขอให้รอผลจากนิติวิทยาศาสตร์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด จะได้ทราบ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างต้องพูดด้วยข้อเท็จจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบไฟลท์บิน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ เพราะการบินเฮลิคอปเตอร์ในเวลากลางคืนจะเป็นการบินลาดตระเวนเป็นหลัก จึงขอให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่บ้าง

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าคดีอยู่ระหว่างการสอบสวน การรวบรวมพยานหลักฐาน และการเชิญบุคคลมาซักถาม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานทุกวัน ไม่ว่าจะดูจากพื้นที่เกิดเหตุ หรือการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ซึ่งตำรวจจะเก็บรายละเอียดทั้งหมด จึงอยากขอให้รอดูผลสอบสวน อย่าเพิ่งคาดการณ์ต่าง ๆ นานา เพราะการดำเนินการในแต่ละเรื่อง ต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน เพราะเราเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

“การสืบสวนสอบสวน อาจจะช้าไปบ้าง แต่ไม่ผิดตัวจะดีกว่า เพราะหากไปจับกุมผิดตัวมาจะมีปัญหาต่อเนื่อง แทนที่จะได้มวลชน อาจจะเสียมวลชน ขอให้เชื่อมั่นในระบบนิติวิทยาศาสตร์ของเราว่า จะไม่โกหก และเป็นกลาง” โฆษก กอ.รมน.กล่าว

เมื่อถามว่าการก่อเหตุที่เกิดขึ้นมีการประเมินว่า เกิดจากภาครัฐไปกดดันจับกุมบุหรี่เถื่อน รวมถึงยาเสพติด ถือว่าภาครัฐมาถูกทางแล้วหรือไม่ โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากเรื่องดังกล่าวก็ได้ หรือเป็นภัยแทรกซ้อนอื่น

ส่วนมูลเหตุการจูงใจที่ให้ผู้ก่อเหตุออกมาก่อเหตุครั้งนี้ โฆษก กอ.รมน.มองว่า อย่างแรกก็คือ ช่องว่างของการปรับเปลี่ยนกำลัง และมีการฝึกผู้ก่อเหตุ วัยรุ่นขึ้นมาใหม่ เพื่อจะยกระดับให้เป็น RKK จึงได้เข้ามาเริ่มก่อเหตุ และชักจูงเพื่อจะเข้าเป็น RKK และเป็นเรื่องของการดิสเครดิตภาครัฐ

ยืนยันว่าการก่อเหตุดังกล่าว เป็นการก่อกวน ไม่ได้หวังต่อชีวิต และทรัพย์สิน เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 คน ซึ่งถือว่า มีแต่ผู้บาดเจ็บแต่ไม่มีผู้เสียชีวิต แสดงให้เห็นว่า ผู้ก่อเหตุได้ลดความรุนแรงลง เพราะหากผู้ก่อเหตุไปฆ่าผู้บริสุทธิ์ จะกลายเป็นผู้ก่อการร้าย แต่ถ้าทำต่อทรัพย์สิน และเจ้าหน้าที่รัฐจะเป็นผู้ก่อความไม่สงบ

อย่างไรก็ตาม การกระทำของผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ ได้กระทบต่อประชาชน ไม่ได้กระทบต่อภาครัฐ ขอยืนยันว่า สิ่งที่ผู้ก่อเหตุทำ มีผลกระทบโดยตรงต่อพี่น้องประชาชน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไฟฟ้า, ถนน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ผู้ก่อเหตุไปทำลาย

ส่วนที่จะมีการยกระดับในการดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในส่วนกองทัพบก จะต้องดูแลและครอบคลุมในเรื่องใดบ้าง พล.ต.วินธัย กล่าวว่า กองทัพบก ก็เป็นส่วนหนึ่งของ กอ.รมน. ในการสนับสนุนกำลังพล ความจริงแล้วต้องเป็นทาง กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ในการวางแผน และปรับไปตามสภาพแวดล้อม

ปัจจุบันนี้อาจเข้าใจว่า รูปแบบในการก่อเหตุ อาจจะไม่เหมือนกันในทุกครั้ง อย่างกรณีที่เกิดขึ้น จะมีการกระจายพื้นที่ในการก่อเหตุ โดยลักษณะการก่อเหตุ จะไม่ได้เน้นเป้าหมายสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำยางรถยนต์มาเผาตามท้องถนน หรือจุดต่างๆ ซึ่งการก่อเหตุทุกครั้งประชาชนมักมาตำหนิทางเจ้าหน้าที่รัฐ จึงไปเข้าทางผู้ก่อเหตุ จจุบันการก่อเหตุดังกล่าว มีประชาชนมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่มากขึ้น ซึ่งไม่เหมือนในอดีต

เมื่อถามว่าจะพิจารณาเพิ่มกำลังพล ลงไปในพื้นที่หรือไม่ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า สิ่งที่ผู้ก่อเหตุได้กระทำ และแสดงออก ไม่ว่าจะเป็นความไม่พอใจ ในเรื่องการเมือง หรือเรื่องอะไรก็ตาม นั่นเป็นเรื่องของแนวคิด ที่แสดงออกมา และการแสดงออกนั้น เป็นการแสดงออกโดยการใช้กำลัง และบางส่วนก็แสดงออกด้วยการสื่อสาร ซึ่งภาครัฐเห็นอยู่แล้ว

หากจะให้เรามาฟันธงไปเลยว่า เกิดจากเหตุนั้น หรือเหตุนี้ คงยังพูดไม่ได้ แต่งานด้านการข่าว ได้เก็บรายละเอียดทั้งหมดไว้แล้ว ความจริงแล้วภาพรวมของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่เรื่องของปัญหาการแบ่งแยกดินแดนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของภัยแทรกซ้อน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจผิดกฎหมาย หรือการเมือง ซึ่งทุกอย่างเป็นแบบนั้นหมด และรูปแบบของการปฏิบัติ จะเชื่อมโยงกันหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสื่อสาร

ทั้งนี้ ขอตั้งสังเกตว่า ลักษณะการก่อเหตุ มีลักษณะต่างคนต่างดำเนินการ ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ที่หลากหลาย บางทีอาจจะไม่ได้เชื่อมโยงกับการสั่งการก็ได้ หรืออาจจะมีการสั่งการก็ได้ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้งานด้านการข่าว สามารถนำมารวบรวมเป็นข้อมูลได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กอ.รมน. แจงมทภ.4 แค่ตั้งข้อสังเกต เหตุเผาอบต. รอพิสูจน์หลักฐานปม ฮ.ยิงวัยรุ่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...