โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาล รธน. สั่งไม่รับคำร้อง “เมธา” บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

INN News

อัพเดต 10 ก.ย เวลา 14.46 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย เวลา 07.46 น. • INN News

ศาล รธน. สั่งไม่รับคำร้อง "เมธา" เรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ชี้ ไม่ถูกละเมิดสิทธิ์โดยตรง ใช้ ม.213 ไม่ได้ ขณะมีเอกฉันท์ ตีตกคำร้อง “นายกฯ -ปธ.วุฒิสภา” พร้อมพวก ปล่อย “หมอสรณ” นั่งประธาน กสทช. ไม่ถูกละเมิดสิทธิ์ ไม่เข้าเงื่อนไข ม.213

ศาลรัฐธรรมนูญ วันนี้ (10 ก.ย.) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ในคดีที่ นายเมธา มาสขาว รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ในฐานะผู้ร้อง ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่า การกระทำของ กกต.และเลขาธิการ กกต. ผู้ถูกร้อง ที่กำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 โดยให้มีรหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) เป็นการจงใจทำเครื่องหมายไว้ที่บัตรเลือกตั้ง เพื่อให้เป็นที่สังเกตได้ระหว่างต้นขั้วและตัวบัตร อันทำให้เกิดการตรวจสอบย้อนกลับได้ จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสอง เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561มาตรา 96 ต้องระวางโทษตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.2560 มาตรา 69 และส่งผลให้บัตรที่มีเครื่องหมายนั้น เป็นบัตรเสียทั้งหมดโดยผลของกฎหมาย ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

โดยศาลฯ เห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้อง และเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่า ผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองอย่างไร เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร้องเท่านั้น กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง นอกจากนี้ การฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 96 และความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. 2560 มาตรา 69 นั้น ผู้ร้องอาจใช้สิทธิทางศาลอื่นได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคสาม เป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้อง หรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 47 (2) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 213

ขณะเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยในคดีที่ นายเมธา มาสขาว รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่า ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กรรมการ กสทช. ผู้ถูกร้องที่ 1 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. ผู้ถูกร้องที่ 2 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 3 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 4 อดีตเลขาธิการวุฒิสภา ผู้ถูกร้องที่ 5 เลขาธิการวุฒิสภา ผู้ถูกร้องที่ 6 และประธาน วุฒิสภา ผู้ถูกร้องที่ 7 ร่วมกันละเว้นการดำเนินการตามกฎหมาย ทำให้นายแพทย์สรณ ผู้ถูกร้องที่ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ เป็นประธานกรรมการ กสทช. ฝ่าฝืน พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 มาตรา 18 และมาตรา 20 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง มาตรา 6 มาตรา 180 และมาตรา 182 ทำให้นายเมธา ผู้ร้อง ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพจากการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ

โดยศาลฯ เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่า นายเมธา ผู้ร้อง ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง และได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย จากการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งเจ็ดอย่างไร กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 46วรรคหนึ่ง ดังนั้น นายเมธาผู้ร้องไม่อาจ ยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...