โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ธนาคารโลกจับมือไทย วางกรอบปฏิรูปเศรษฐกิจ ดันไทยสู่ ‘ประเทศรายได้สูง’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วอชิงตัน 17 กันยายน 2569 — คณะกรรมการบริหาร ของกลุ่มธนาคารโลก ได้หารือเกี่ยวกับกรอบความร่วมมือ (Country Partnership Framework: CPF) สำหรับประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ 2570–2575 ฉบับใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างงานในช่วงก้าวต่อไปของประเทศไทย บนพื้นฐานของเศรษฐกิจที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงและมีความเข้มแข็งพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

กลุ่มธนาคารโลกทำงานร่วมกับประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 75 ปีในทุกช่วงของการพัฒนาประเทศ กรอบความร่วมมือฉบับใหม่นี้จะยิ่งกระชับความร่วมมือดังกล่าวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้และการสนับสนุนด้านการปฏิรูปเข้ากับการจัดหาเงินทุนแก่ภาครัฐอย่างคัดสรรและการลงทุนจากภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนเส้นทางของประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงทั้งนี้ กรอบความร่วมมือดังกล่าวยังรับกับเป้าหมายการพัฒนาระยะยาวและสาระสำคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) ที่อยู่ระหว่างการจัดทำ

กรอบความร่วมมือฉบับนี้ต่อยอดจากพลังขับเคลื่อนสำคัญของการประชุม Bangkok Business Summit 2026 ซึ่งผู้นำจากภาครัฐและภาคเอกชนได้ร่วมกันผลักดันวาระการปฏิรูปเศรษฐกิจไทย พร้อมกันนี้ ยังสะท้อน ลำดับความสำคัญที่รวบรวมจากการหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียชาวไทย เพื่อจัดทำรายงานสำคัญของ กลุ่มธนาคารโลกในชื่อ Building Thailand’s Future Today โดยกรอบความร่วมมือมุ่งเน้นที่จะเปลี่ยนประเด็นสำคัญเหล่านี้ ให้กลายเป็นการปฏิรูปและการลงทุนที่เป็นรูปธรรม ผ่านการทำงานร่วมกับกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่มีอยู่แล้ว เช่น คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ. (Joint Public-Private Committee: JPPC)

“การประชุม Bangkok Business Summit สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความเห็นพ้องร่วมกันในการเปลี่ยนจากการวิเคราะห์ปัญหาไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง” สตีเฟน เอ็น. เอ็นเดกวา ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและเมียนมา ธนาคารโลก กล่าว “กรอบความร่วมมือฉบับนี้จะช่วยเปลี่ยนเจตนารมณ์ดังกล่าวให้เป็นการลงทุนที่เป็นรูปธรรม การสร้างงานที่มีจำนวนมากขึ้นและมีคุณภาพดีขึ้น การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคธุรกิจ และการสร้างความสามารถในการรับมือกับความไม่แน่นอน”

กรอบความร่วมมือมุ่งเน้นผลลัพธ์สองประการที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน

ประการแรกคือ การเสริมความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน โดยสนับสนุนให้ภาคธุรกิจเพิ่มผลิตภาพ สร้างนวัตกรรม นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ แข่งขันในตลาดระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงการเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ความร่วมมือนี้จะมุ่งเน้นไปที่ภาคส่วนที่มีศักยภาพสูงในการสร้างงาน ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ห่วงโซ่มูลค่าดิจิทัล และธุรกิจการเกษตร ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะ การเงินที่ยั่งยืน และการส่งเสริมนวัตกรรม

ประการที่สองคือ การเสริมสร้างความแข็งแกร่งเพื่อรองรับการเติบโต โดยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ คมนาคม และพลังงาน ความยืดหยุ่นทางการคลัง การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติจากสภาพอากาศ และระบบคุ้มครองทางสังคม ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนการรับมืออุทกภัยและภัยแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา การเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจและแรงงานในภูมิภาคที่มีการพัฒนาล่าช้าเข้ากับตลาดระดับประเทศ และการช่วยวางรากฐานทางการคลัง ผ่านระบบการจัดเก็บรายได้ที่เข้มแข็งขึ้นและการใช้จ่ายภาครัฐที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการเติบโตที่สมดุลในเชิงพื้นที่ รวมถึงความพยายามในการปลดล็อกศักยภาพของเมืองรองและแนวพื้นที่เศรษฐกิจภูมิภาค

“ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งระดมและเอื้อให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชนในระดับที่กว้างขวาง เพื่อช่วยให้ธุรกิจไทยเติบโต สร้างนวัตกรรม และสร้างงานที่มีคุณภาพมากขึ้น” อาร์โนด์ ดูปัวซาต์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC) กล่าว“เราจะผนึกจุดแข็งของธนาคารโลก IFC และสถาบันประกันการลงทุนพหุภาคี (MIGA) เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปและการลงทุนที่ช่วยยกระดับผลิตภาพ ขยายโอกาส และเสริมสร้างความยืดหยุ่น”

การจัดทำ CPF ฉบับนี้มีขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยเตรียมรับบทเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Group Annual Meetings) ประจำปี 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม การประชุมดังกล่าวจะเป็นเวทีสำคัญในนำเสนอวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาของประเทศไทยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และกระชับความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่ทั่วถึง มีขีดความสามารถในการแข่งขัน และมีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงมากยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...