โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รุกหนัก!แฉฮั้ว‘สว.’ ‘ส้ม-ฟ้า’ร่วมวงชำแหละ/ยิ่งชีพขู่กำข้อมูลเส้นเงิน

ไทยโพสต์

อัพเดต 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 4.32 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"วิปฝ่ายค้าน" ชำแหละ 2 ปีเลือก สว. ภาค 2 "พริษฐ์" แฉขบวนการฮั้วลึกกว่าแค่โพย กาง 5 ฉากโกง ทั้งจองตั๋วเครื่องบิน-จัดโรงแรม-เสนอเงินให้ อึ้ง! ใส่เสื้อสีเหลืองสัญลักษณ์ความจงรักภักดี "กุสุมาลวตี" ชี้ "ทรงศักดิ์" พาไปพบ "อนุทิน" จริง "พนิดา" ปูดมีการข่มขู่พยาน-คุกคามประชิดตัว "ดร.สิริพรรณ" แนะ "สว.สำรอง" ฟ้อง กกต.หากล่าช้า "ไอติม" โวหลักฐานอยู่ในสำนวน ดักคอ "กกต." ห้ามตัดตอนแบบเนียนเจอ 157 แน่ "ผอ.ไอลอว์" ท้าชน "นายกฯ-ภท." ลั่นกำข้อมูลโกงแค่เศษเสี้ยวจาก 9 หมื่นหน้า ขู่ถ้าศาลไม่สั่งฟ้องแฉสลิปเส้นเงินซ้ำ

ที่รัฐสภา เวลา 09.10 น. วันที่ 26 กรกฎาคม คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดกิจกรรม "ครบรอบ 2 ปี เลือก สว.-เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค 2)" โดยมีผู้ร่วมอภิปรายและพยานบุคคลร่วมเสวนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้แก่ น.ส.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw), นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง, พ.ต.อ.สมยศ สีหาบัว ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 15 จังหวัดภูเก็ต, นายสมนึก สุชัยธนาวนิช อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่ม 4 จ.สุโขทัย

โดยนายพริษฐ์กล่าวเปิดเวทีว่า คดีโกง สว. แม้จะถูกพูดถึงและมีการขับเคลื่อนมา 2 ปี แต่ที่กังวลใจคือเรื่องไปไม่ถึงศาล เพราะหน่วยงานที่ตรวจสอบอาจทำหน้าที่ไม่ตรงไปตรงมา เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ 4 ใน 7 กกต.ที่ถูกเห็นชอบโดย สว.ชุดปัจจุบัน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เกียร์ว่าง และยังมีการเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วที่มีการจัดงานภาคแรก สิ่งที่เราทำได้คือการทำให้เรื่องนี้อยู่ในแสงสว่าง สังคมไม่กะพริบตา โดย 2 สัปดาห์ที่แล้วเรามีการเปิดหลักฐานเกี่ยวกับโพยฮั้ว สว.

"มาถึงวันนี้เราก็เห็นแล้วว่าหนึ่งในผู้สมัครที่ยื่นโพยให้ กกต.ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ซึ่งก่อนที่จะมาเป็นโพยในการเลือก สว.วันนั้น มีขบวนการที่มีการเตรียมการกันมาก่อนล่วงหน้า ไม่ใช่แค่ขบวนการของการจัดทำโพยแล้วแลกเปลี่ยนคะแนนกันอย่างเป็นระบบ แต่เป็นขบวนการจ้างคนมาสมัคร จ้างคนมาโหวตกระจายตัวไปในหลายจังหวัดทั่วประเทศ" นายพริษฐ์กล่าว

จากนั้นมีผู้ร่วมอภิปรายและพยานบุคคลร่วมเสวนาและแลกเปลี่ยนความคิด โดยช่วงพยานเปิดหลักฐาน พ.ต.อ.สมยศกล่าวว่า หลังจากที่ตนผ่านการเลือกระดับจังหวัดแล้ว ตนได้จองตั๋วเครื่องบินในวันที่ 19 มิ.ย.67 เพื่อเตรียมตัวเดินทางมากรุงเทพฯ ในวันที่ 25 มิ.ย.67 เพราะจะมีการเลือกระดับประเทศในวันที่ 26 มิ.ย.67 แต่ในช่วงวันที่ 21-22 มิ.ย.67 นายศุภศักดิ์ นุ่นสังข์ ผู้สมัคร สว.จังหวัดภูเก็ต ที่ผ่านเลือกระดับจังหวัดเช่นเดียวกับตน ก็ได้โทรศัพท์มาหาตนและบอกว่านายวงศกร ชนะกิจ หรือแบงค์ อดีตผู้สมัคร สส.เขต 2 จ.ภูเก็ต พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โทร.ประสานกับนายศุภศักดิ์ว่าให้ตนคืนตั๋วเครื่องบินที่จองไว้เอง แล้วเดี๋ยวนายวงศกรจะจองให้เอง แต่ให้ส่งสำเนาบัตรประชาชนผ่านทางทีมงานของนายวงศกรไป ซึ่งก็เอะใจ แต่ก็ได้ส่งสำเนาไปให้ ซึ่งต้องเดินทางมาพร้อมกับเขาในวันที่ 23 มิ.ย.67 โดยในเที่ยวบินนั้นมีการเดินทางมาพร้อมกันกว่า 10 คน และนั่งรถต่อมารวมตัวกันที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เพื่อเช็กดูว่ามาจากภูเก็ตกี่คน หลังจากนั้นก็พาเข้าที่พักที่โรงแรมแกรนด์ แถวสาทร และมีการนัดเลี้ยงอาหารแบบล่องเรือด้วย

พ.ต.อ.สมยศกล่าวต่อว่า ต่อมาวันที่ 24 มิ.ย.67 ทีมงานของนายวงศกรก็บอกให้พวกตนไปที่โรงแรมแห่งหนึ่ง บอกเพียงแค่ให้ไปที่ห้างฟิวเจอร์พาร์คก่อน ก่อนจะมีการประสานมาว่าให้เดินทางต่อไปที่โรงแรมแกรนด์ธารา ปทุมธานี เมื่อไปถึงก็มีการจัดประชุมกันที่โรงแรม มีผู้สมัครจาก 3 จังหวัดคือ พังงา ภูเก็ต และกระบี่ แต่ละห้องแยกกันเป็นแต่ละจังหวัด และให้พวกตนได้จดหมายเลขที่ต้องเลือกรอบแรก จดหมายเลขที่ต้องเลือกในรอบไขว้ รวมถึงมีการอธิบายว่าเมื่อเลิกประชุมแล้วให้มีการเก็บเอกสาร สว.3 ไว้ที่ทีมงาน แล้วให้ไปรับในวันรุ่งขึ้นที่เมืองทองธานี

"นอกจากนี้ยังมีการบอกให้ใส่เสื้อสีเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์ความจงรักภักดี แต่ผมก็ได้โต้แย้งไป และไม่ยอมให้เก็บเอกสาร สว.3 ขณะที่นายศุภศักดิ์ก็ได้ซักถามถึงว่าทำไมจึงไม่มีชื่อเขาเป็นตัวแทนที่จะไปเป็น สว. ได้รับคำตอบว่าเป็นการแรนด้อมของคอมพิวเตอร์ หลังจากที่กลับมาจากประชุมผมก็ได้คุยกับนายศุภศักดิ์ว่าเป็นการครอบงำที่ไม่ถูกต้องในเรื่องที่มีสมาชิกพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และต้องเลือกตามเบอร์ที่เขาล็อกไว้"

แฉทีมงาน ภท.เอาเงินมาให้

พ.ต.อ.สมยศกล่าวด้วยว่า โดยในวันที่ 25 มิ.ย.2567 ช่วงเช้า ขณะที่ตนอยู่ในห้องพักกับนายศุภศักดิ์ ก็ได้มีทีมงานของนายวงศกรถือซองขาวใส่ธนบัตรมายื่นให้นายศุภศักดิ์ โดยนายศุภศักดิ์สอบถามว่าเป็นซองอะไร ทีมงานของนายวงศกรบอกว่าเป็นซองค่าใช้จ่ายในกรุงเทพฯ นายศุภศักดิ์จึงสอบถามต่อว่าเท่าไหร่ ทีมงานที่เอามาให้บอกว่า 1 หมื่นบาท แต่นายศุภศักดิ์ไม่ได้รับเงิน เนื่องจากไม่มีของตน นายศุภศักดิ์จึงคืนเงินไป และขีดฆ่าชื่อที่เซ็นรับ จากนั้นพวกตนจึงตัดสินใจเช็กเอาต์ออกจากโรงแรม แล้วไปพักอีกโรงแรม ซึ่งเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาก็ตรงตามที่เราได้เขียนไว้ทั้งนั้น ไม่รู้ว่าขบวนการเช่นนี้เขาเรียกว่าฮั้วหรือไม่

ด้านนายทรงยศ เหมหงส์ ผู้สมัคร สว.จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สว.ภูเก็ตมีการจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมที่เดียวกันให้ แต่ตนเดินทางไปเอง โดยก่อนวันเลือกตั้ง ตนได้รับโทรศัพท์จากนายวาริน ขาวทอง ผู้สมัคร สว.จังหวัดภูเก็ต ว่านายวงศกรติดต่อให้เดินทางไปที่โรงแรมแกรนด์ธารา ปทุมธานี ในช่วงบ่าย เมื่อไปถึงโรงแรมได้พบกับนายวงศกรยืนคอยต้อนรับและสังเกตการณ์ผู้สมัคร สว.จากจังหวัดภูเก็ต และในการประชุมมีการแยกเป็นทีละจังหวัด เพราะมีผู้บรรยายเพียงคนเดียวคือนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หรือโกเกียรติ ซึ่งได้มีการเก็บเครื่องมือสื่อสารไว้ที่หลังห้องประชุม

นายทรงยศกล่าวต่อว่า หลังประชุมเสร็จก็มีการเก็บ สว.3 โดยในตัวเลขที่ให้มีการจดนั้นมีตัวเลขเดียวที่จะได้เป็น สว. คือคนที่เป็น สว.คนปัจจุบันคือ นายนิพนธ์ เอกวานิช ซึ่งวันนั้นเขาก็นั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย เป็นผู้ร่วมขบวนการจัดทำฮั้วและจัดทำโพย ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายตนไม่ได้รับ ตนได้นำเอกสาร สว.3 ขึ้นมาเช็กคะแนนว่าเป็นไปตามโพยหรือไม่ ทำให้ผู้สมัครที่นั่งข้างๆ เห็นและนำตนไปร้องเรียนที่ กกต.ว่าทุจริต

ด้านนายสมนึกกล่าวว่า ในกรณีของตนนั้นถูกประสานโดยบุคคล 2 คน โดยคนที่ 1 ปัจจุบันเป็น สว. แต่ก่อนหน้าทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล สมัยเป็นรองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข และเป็นประธานขับเคลื่อนกัญชาทางการแพทย์ และคนที่ 2 เป็นที่ปรึกษานายอนุทินเมื่อครั้งเป็น รมว.มหาดไทย ในกระบวนการ เลขาฯ ของคนที่ 1 ได้ติดต่อให้ไปพบที่ร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมระบุว่า มีคน 10 คนที่พร้อมเลือกไปด้วยกัน แต่เมื่อไปถึงพบว่ามีผู้มาร่วม 7 คน โดยหนึ่งในนั้นมี นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.ด้วย ซึ่งได้หารือถึงกระบวนการลงคะแนนที่กังวลว่าคนในกลุ่มอาจโกงกันได้ ทำให้ นพ.เปรมศักดิ์บอกว่าให้พิจารณาจากชื่อต้น ให้เขียนชื่อต้น จากนั้นคนที่เหลือก็จะเป็นไปตามนั้น วันต่อมาได้นัดหารือกันโดยต้องลงทะเบียน 600 บาท เป็นค่าอาหารกล่องและค่าสถานที่ และแนะนำตัวทีละกลุ่ม

"อีกเรื่องคือ ต้องมีการประชุมเพื่อทำโพย โดยในโพยนั้นอาจไม่ได้เลือกเลขของตัวเอง แต่สัญญาว่าได้ สว.แน่นอน ผมจึงปรึกษากับพี่ชาย คนที่ให้ผมมาโปรไฟล์ดี เป็นระดับเป็นที่ปรึกษานายกฯ แล้วบอกว่าไม่ต้องหาเสียงแล้ว ผมจึงยอมเซ็น จากนั้นเข้าสู่กระบวนการทำโพย มีคนหนุ่ม 5-6 คนสอนทำโพย พร้อมกับคนที่ผ่านจังหวัดสุโขทัยเกือบ 30 คน ทั้งนี้รอบแรกผมมีชื่ออยู่ แต่ทราบว่าโพยรอบสองถูกแก้ ให้เอาหัวหน้าอนามัยมาแทนผม และผมรู้ในเวลาต่อมาว่าคนที่มาแทนเป็นลูกน้องของคนประสานผมคนที่หนึ่ง โดยมีการปลุกไปแก้ใบ สว.3 ตอนตีสอง แต่อย่างไรก็ตามตอนลงคะแนนผมก็กาตามโพยที่ให้ไว้" นายสมนึกกล่าว

ขณะที่นางกุสุมาลวตีกล่าวว่า วันที่ 20 มิ.ย.2567 ตนมาที่สภา และได้เจอกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายทรงศักดิ์ได้ถามว่าตนมาทำไม จึงบอกว่ามีน้องสาวผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเขาลง สว.กลุ่ม 14 เลยจะมาขอคะแนน นายทรงศักดิ์จึงบอกว่าหาเสียง สว.ทีละคนหรือ ของพวกเขามีเป็นพัน จากนั้นนายทรงศักดิ์ได้พาตนไปเจอกับนายอนุทิน แล้วบอกว่าตนจะลง สว. ได้อันดับหนึ่งมาจาก จ.มหาสารคาม ซึ่งตนก็ได้แค่สวัสดี แต่ไม่ได้พูดอะไร นายอนุทินจึงถามตนว่าได้โหวตเตอร์เท่าไหร่ เมื่อตนบอกไป นายอนุทินก็บอกตนว่าเผื่อได้จอยกัน ให้เอาเบอร์นางสุขสมรวย วันทนียกุล ไปสิ และได้ให้เลขาฯ แลกเบอร์ตน หลังจากนั้นตนจึงโทร.หานางสุขสมรวย นางสุขสำรวยก็บอกว่าทราบแล้ว หัวหน้าบอกแล้ว และนางสุขสมรวยก็ได้ถามตนว่าจะเป็นตัวจริงหรือเป็นโหวตเตอร์ เมื่อตนตอบไปว่าจะเป็นตัวจริง นางสุขสำรวยก็บอกว่า สว.กลุ่ม 14 ตัวจริงเต็มแล้ว ทั้งที่วันนั้นยังไม่ถึงวันเลือก อย่างไรก็ตาม ในการสอบสวนของดีเอสไอมีหลักฐานที่เชื่อว่าหากส่งศาลจะมีผู้ที่ติดคุก เพราะมีเส้นทางการเงิน ซึ่งตนยื่นยุบพรรคภูมิใจไทยแล้ว

ปชน.ปูดข่มขู่พยาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอขอบคุณพยานที่มาร่วมเวที เพราะทราบว่ามีขบวนการข่มขู่พยาน ทำให้พยานกลัว คุกคามประชิดตัวเข้าหาในพื้นที่ ฉะนั้นคนที่ปรากฏตัวบนเวทีตนขอขอบคุณที่กล้ายืนยัน

หลังจากนั้น นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กล่าวตั้งข้อสังเกต 3 ข้อคือ 1.รูปแบบของขบวนการฮั้ว สว. ที่พยานแต่ละคนที่ให้ผ่านสื่อสารมวลชน เวทีต่างๆ หรือบอกเล่าก็ดี มีรูปแบบที่ชัดเจนและเป็นรูปแบบเดียวกันหมด แสดงให้เห็นว่าที่หลายคนพูดตรงกันนั้นเป็นข้อเท็จจริง ไม่มีส่วนที่เป็นการหยิบยกขึ้นมาแล้วเป็นการมโนขึ้นอย่างแน่นอน เรื่องที่ต้องการประณามในเรื่องดังกล่าวคือการแจกเสื้อเหลือง ที่เป็นการอ้างความจงรักภักดี แต่เอาความจงรักภักดีนี้ไปทำเรื่องชั่ว ซึ่งเราต้องประณามคนนั้น

นายสาทิตย์กล่าวว่า ส่วนข้อสังเกตที่ 2 ขอฝากไปถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. พูดเหมือนว่าสิ่งที่กำลังมีการให้ข้อเท็จจริง มีการเปิดข้อเท็จจริงเพิ่มในทุกวัน กกต.จะไม่สนใจ ระบบไต่สวนคือการแสวงหาข้อเท็จจริง ฉะนั้นคุณแสวงต้องทำตามชื่อตัวเองคือแสวงหาข้อเท็จจริง หากคุณปฏิเสธการแสวงหาข้อเท็จจริงในกระบวนการไต่สวน ป.ป.ช. วันหนึ่งหากคุณตัดสินใจในทางที่ไม่ฟ้องหรือไม่ยื่นศาลในคดีฮั้ว สว. คุณเจอ 157 แน่นอน แล้วหากเจอเรื่อง 157 อย่าลืมเรื่องคุณวาสนา เพิ่มลาภ ในอดีตด้วย ข้อสังเกตข้อที่ 3 กกต.ชุดใหญ่ หากจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมดได้ต้องให้ศาลสถิตยุติธรรมเท่านั้น ฉะนั้นฝ่ายค้านจะต้องมีการแสวงหาความร่วมมือในการที่จะคุ้มครองพยานเพื่อให้เรื่องนี้เดินไปสู่ข้อเท็จจริง เพราะการฮั้ว สว.คือการรัฐประหารประชาธิปไตย

ด้านนางสิริพรรณกล่าวว่า ในกระบวนการได้มาของ สว. ไม่ชอบการซื้อเสียง แต่การได้มาของ สว. เป็นการซื้ออิทธิพลจากอิทธิพลเพื่อยึดกุมรัฐ ซึ่งคล้ายกับการโกงข้อสอบของท้องถิ่นที่ให้ฝ่ายปกครอง อำเภอ และจังหวัด กลุ่มที่พยายามทำเรื่องนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่ใช้โครงข่ายอิทธิพล ยึดกุมอำนาจรัฐ สิ่งที่ กกต.ดำเนินการในคดีนี้ มีความเป็นไป 3 ทาง คือ 1.สั่งฟ้อง หากสั่งฟ้องทั้งหมดเป็นชัยชนะของสังคมไทย 2.ไม่ฟ้องเลย หรือยกคำร้องทั้งหมด จะถูกตั้งคำถามต่อกระบวนการตรวจสอบและสังคมไทยสูญเสียของสภาสูง และ 3.ฟ้องบางส่วนที่มีความเป็นไปได้สูง ทั้งนี้ ต้นไม้ที่เป็นพิษ ตัดปลายที่เป็นพิษ แต่รากแก้วที่เป็นพิษยังอยู่ จะแตกหน่อสร้างมลพิษต่อ สิ่งที่กังวลใจคือการตัดตอนผู้เสียหายบางส่วน ให้สังคมรับรู้ว่าถูกรับผิดชอบแล้ว

"การเอาผิด กกต.ด้วยมาตรา 157 อาจจะเป็นไปได้อยาก เพราะ กกต.จะอ้างว่าทำตามกฎหมาย แต่มีอีกช่องทางที่จัดการกับ กกต.ได้ หากทำงานล่าช้าหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คือ ศาลปกครอง โดย สว.สำรองสามารถดำเนินการฟ้องร้อง กกต.ได้ ซึ่งหวังว่า กกต.จะทำหน้าที่พยุงความชอบธรรมและความเชื่อมั่นในการจัดการเลือกตั้งกลับมา" นางสิริพรรณกล่าว

ขณะที่ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ กล่าวว่า เห็นนายอนุทินให้สัมภาษณ์ บอกว่าตนไม่น่าเชื่อถือ และจะไม่มีการประนีประนอม เพราะหลายครั้ง แล้วเวลาพูดอะไรจะได้คิดบ้าง ท่านไม่ได้ตอบเลยว่าถ้าได้เจอกับนางกุสุมาลวตีจริงหรือไม่ ท่านได้ไปที่โรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ ในวันที่มีการประชุม สว. ที่มีพยานได้เคยพูดถึงไว้จริงหรือไม่ ท่านชี้แจงก่อนดีหรือไม่ ไม่แน่ใจว่าท่านถือศีลข้อ 4 อยู่หรืออย่างไร เรียนถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ว่า น.ส.ปกรณ์การ ใช่ลูกสาวของท่านหรือไม่ และ น.ส.ปกรณ์การได้ไปอยู่ในห้องประชุมร่วมทำโพยหรือไม่ ยังมีพยานบอกว่าคนชื่อนายอธิวัฒน์ มนตรี เป็นผู้ประสานงานว่าให้ใส่เสื้อสีเหลือง ถ้ารู้จักบุคคลชื่อนี้หรือไม่ เป็นลูกเป็นหลานของใครหรือไม่ อย่างไร

ส่วนกรณีของนางสุขสำรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีนั้น นายยิ่งชีพกล่าวว่า แม้จะมีการแจ้งความ แต่ยังไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ อีกคนที่ยังไม่เห็นชี้แจงอะไรเลยคือนายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากมีผู้ที่ถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงินคนหนึ่งชื่อนายสุบิน ศักดา ซึ่งมีประวัติรับโอนเงินจากผู้ถูกดำเนินคดีคนหนึ่งคือนางนิสิตา หมั่นไชย หลายหมื่นบาท ซึ่งนางนิสิตาเป็นเสมียนของพรรคภูมิใจไทยที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยนายสุบินมีประวัติโอนไปให้กับผู้สมัคร สว. จาก อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี ถึง 10 คน โดยในวันที่ 15 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นหนึ่งวันก่อนวันเลือก สว.ระดับจังหวัด

'ยิ่งชีพ' เปิดเส้นเงิน

นายยิ่งชีพกล่าวอีกว่า สำหรับรายละเอียดการโอนเงินของนายสุบินไปยังบุคคลต่างๆ จำนวน 11 รายการ ประกอบด้วย 1.โอนให้นายโกศล สงรักษ์ ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 1 จำนวน 8,000 บาท โดยระบุว่าเป็นค่าคืนเงินที่ยืมมา 2.โอนให้นายเชวงศักดิ์ สุพัฒน์แก้ว ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 2 จำนวน 6,000 บาท โดยระบุว่าเป็นค่าซ่อมรถกระบะ 3.โอนให้นายเชาวลิตร พละเลิศ ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 6 จำนวน 4,000 บาท โดยระบุว่าเป็นค่าปุ๋ยทุเรียน 4.นายเมธา หมานพัฒน์ กลุ่ม 4 จำนวน 2,000 บาท โดยระบุว่าเป็นค่าตอไม้ 5.นายกนกศักดิ์ บุญรัตน์ ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 6 ระบุเป็นค่ายาฉีดทุเรียน

6.นายณัฐพงษ์ สาโรจน์ ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 17 ระบุเป็นค่าเช่าพระเครื่อง 7.นางทัศนีย์ อินทวิเศษ ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 17 โดยระบุว่าเป็นค่าเช่าตู้ 8.นายโกวิทย์ สินกลิ่น ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 16 โดยระบุเป็นค่าเช่าพระเครื่อง 9.นางศุรดา เดชจันทร์แสง กลุ่ม 19 โดยระบุเป็นค่าบริการนวด และ 10.โอนเงิน 2,000 บาท ให้นางนงค์ใย บัวพินธุ์ ซึ่งไม่พบข้อมูลว่าเป็นผู้สมัคร สว. โดยระบุว่าเป็นการคืนเงินที่ยืมมา ต่อมาในวันที่ 16 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นวันเลือก สว.ระดับจังหวัด มีการโอนเงินให้คุณสุนิเชต สุพัฒน์แก้ว ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 8 จำนวน 2,000 บาท โดยระบุว่าเป็นการซื้อน้ำมันแบบแกลลอน โดยระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายน 2567 รวมเป็นเงินประมาณ 38,000 บาท

หลังจากนั้น นายพริษฐ์กล่าวปิดท้ายเวทีว่า จากการเรียบเรียงข้อมูลของขบวนการโกง สว. ที่ถูกกล่าวหามี 5 ฉากสำคัญ คือ 1.วางแผนแบ่งทีมยึดวุฒิสภา ก่อนเดือน พ.ค.2567 โดยได้รับจากพยานบุคคลหลายส่วน เน้นไปที่จังหวัดขนาดเล็ก มีอำเภอไม่มาก เพื่อใช้จำนวนผู้สมัครไม่มาก 2.ให้แต่ละทีมจัดตั้ง จัดจ้างคนสมัครระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ เกิด พ.ค.-มิ.ย.2567 3.รวมพลเก็บตัวตามศูนย์ทำโพยก่อนเลือกระดับประเทศวันที่ 24-25 ก.ค.2567 ตามจังหวัดต่างๆ เช่น โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่มีพยานพบเห็นว่ามีนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม คือนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาฯ, นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สส.สุโขทัย พรรคภูมิใจไทย, นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร อดีต สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย ที่โรงแรมธารา แกรนด์ จ.ปทุมธานี ที่มีนักการเมืองที่ถูกพูดถึง เช่น นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หรือโกเกียรติ 4.เลือกตามโพยใบสั่ง และผลที่ปรากฏตามโพย และ 5.การปฐมนิเทศก่อนการทำหน้าที่ สว. ช่วง ก.ค.67

นายพริษฐ์กล่าวอีกว่า ยอมรับว่าบางเรื่องเป็นข้อกล่าวหา แต่พยานบุคคลที่พูดสอดรับกับเชื่อว่ามีมูล สิ่งที่จะคลายข้อสงสัยคือการชี้แจง ฝากไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายทรงศักดิ์ ทองศรี นางสุขสมรวย นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาฯ และนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดาของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้ชี้แจงในข้อกล่าวหาต่อการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตเลือก สว.หรือไม่ เพราะมีพยานรู้เห็นต่อการปรากฏตัวในสถานที่ต่างๆ ที่มีการประชุมเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการทุจริตเลือก สว.

นายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. เปิดเผยว่าร่างคำฟ้องหมิ่นประมาทเรื่องฮั้ว สว.เสร็จแล้วว่า ตอนนี้คนที่ต้องเตรียมมากกว่าคือผู้ที่ถูกกล่าวหาจากพรรค ภท. ในการตอบคำถามที่ได้ตั้งไว้ในงานเสวนาวันนี้ จากข้อมูลที่ได้นำเสนอต่อสาธารณะ ย้ำว่าสิ่งที่คนใน ภท.ในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะ ควรออกมาชี้แจงและตอบคำถามที่ประชาชนสงสัย ตนมั่นใจว่าข้อมูลที่นำเสนอทั้งหมดนี้อยู่ในสำนวนอยู่แล้ว ทั้งของ กกต.และดีเอสไอ แต่ยังกังวลใจว่าจะไม่ถูกตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาและเรื่องไปไม่ถึงชั้นศาล และถูกตัดตอนโดย กกต. ซึ่งจะไม่ใช่การยกคำร้องทั้งหมด เพราะหากเป็นแบบนั้น จะเป็นการตัดตอนโดยโจ่งแจ้ง

"แต่คือการตัดตอนแบบแนบเนียน คือการส่งเรื่องบางคนไปที่ศาล และยกคำร้องบางคน แต่ไม่ได้ตัดสินใจบนพื้นฐานของพยานหลักฐานที่แตกต่างกัน แต่ตัดสินใจ จากการที่ใครอยู่ใกล้หรือไกลจากระบบอำนาจสีน้ำเงิน เหมือนที่บอกว่าเป็นการสังเวยน้ำเงินอ่อนเพื่อปกป้องน้ำเงินเข้ม"

ภท.โต้ขโมยร้องจับโจร

เมื่อถามว่า หากท้ายที่สุด กกต.ยกฟ้องทั้ง 229 คน จะทำอย่างไร นายพริษฐ์กล่าวว่า แม้จะยกฟ้องบางคน สิ่งที่ต้องทำคือต้องดำเนินคดีกับ กกต. ฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ

นายยิ่งชีพให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตัว หลังนายกรัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทยเดินหน้าฟ้องต่อเนื่องว่า ยังมีข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับขบวนการโกงเลือก สว. มีใหญ่มากมหาศาล เท่าที่อยู่ในสำนวนของ กกต.และดีเอสไอ ประมาณ 9 หมื่นหน้า ส่วนที่อยู่กับเราเป็นเพียง 5% ของที่ กกต.มี รวมทั้งที่พูดออกสาธารณะไปแล้วก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น หาก กกต.สั่งฟ้องข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำเสนอในชั้นศาลไปว่าตามกระบวนการยุติธรรม ถ้าผู้ต้องหาคนไหนถูกยกฟ้องทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน แม้จะจบไปแล้ว เราก็ไม่มีทางอื่น ต้องพยายามเอาข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาเปิดเผย ส่วนนางสุขสมรวยชวนไปเที่ยวที่จังหวัดอำนาจเจริญ ถ้าไปเที่ยวก็อยากไป แต่ถ้าเป็นหมายก็ไม่เป็นอะไร ก็ต้องไป ไปว่ากันตามข้อเท็จจริง ยืนยันอีกครั้งว่า ถ้าหากออกมาชี้แจงก็จบ

ถามว่า ผู้ถูกกล่าวหาพูดมาตลอดเรื่องเป็นพยานบุคคลไม่น่าเชื่อถือ นายยิ่งชีพกล่าวว่า ก็แล้วแต่ ฟังพยานบุคคลมาหลายคน จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ ก่อนหน้านี้มีคำถามว่ามีเส้นทางทางการเงินหรือไม่ วันนี้ก็ตอบแล้วว่ามี และมีเยอะกว่านี้ แต่ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเปิดเผย ยกเว้นศาลไม่ฟ้องและคดีจบ ทำอะไรไม่ได้ก็ต้องเปิดเผย

เมื่อถามว่า หลังจากนี้ต้องเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่แต่ละคนได้แจ้งไว้ ไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่ เพราะนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทยก็บอกว่าสามารถฟ้องแยกได้ นายยิ่งชีพกล่าวว่า ตนมองว่าฟ้องแยกไม่ได้เพราะเรียนกฎหมายมา กรรมเดียวมีผู้เสียหายหลายคนก็ฟ้องที่เดียวกัน

วันเดียวกัน นายศุภชัยโพสต์ข้อความระบุว่า ท่าน สว.เทวฤทธิ์ มณีฉาย ชี้แจงตามที่ผมได้แสดงความเห็นอย่างน่าสนใจ ท่านบอกว่าการชุมนุมกันที่เมืองทอง ของ สว.ประชาชน หรือ สว.สีส้ม มี กกต.มาสังเกตการณ์ด้วย ท่านกล้าปฏิเสธมั้ยว่าก่อนจะมาพบกันที่เมืองทองจนล้นห้องมากมายขนาดนั้น ท่านก็คงนัดแนะพบกันก่อนหน้าแล้ว จะกี่ครั้งกี่หนตัวท่านๆ ก็คงทราบกันดี ตอนท่านเจอมาพบกัน ท่านคงไม่ได้นัดมาร้องคาระโอเกะ แต่ท่านคงระดมสมองกัน วางแผนกัน คิดสูตรกัน ว่าจะทำวิธีไหนเพื่อจะได้รับเลือกเป็น สว.และบุคคลที่ท่านจะเลือกก็คือคนกลุ่มนี้แหละ ไม่ข้ามไปเลือกคนอื่นนอกกลุ่ม สว.สีส้มหรือ สว.ประชาชน

"แต่หลังจากนั้น เมื่อผลการเลือก สว.ออกมา สว.ฝ่ายท่านได้น้อยกว่าที่คาดหวัง ซึ่่งคงเป็นหนามที่ทิ่มแทงหัวใจท่านอยู่ ก็เลยโจมตีฝ่ายอื่นว่า มีการฮั้วเลือก สว. จากนั้นขับเคลื่อน ป่าวร้อง กล่าวหา กดดัน ปั่นกระแส ร้องเรียน กล่าวหา ใช้วาทกรรม โฆษณาชวนเชื่อ ฯลฯ สอดประสานกับกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง และนักการเมืองกลุ่มหนึ่ง จนมวลชนจำนวนหนึ่งปักใจเชื่อไปแล้วว่า ฝ่ายตรงข้ามที่เป็นคู่แข่งขันทางการเมืองนั้น มีพฤติกรรมความผิดไปแล้ว ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ถูกชี้มูลขั้นต้นเลยด้วยซ้ำ ท่านกล่าวหาว่าเขาเป็นโจร ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เป็น หากเขาเป็นโจร กรณีของท่านคงจะเป็น 'ขโมยร้องจับโจร' กระมัง" นายศุภชัยระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายอนุทินยืนยันว่าจะเดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมายกับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ล่าสุดนายอนุทินได้เข้ามาไปคอมเมนต์เพจเฟซบุ๊ก “รักษาแผ่นดิน” ที่ได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องนี้ว่า "พวกเราขอสนับสนุนให้นายกอนุทินและผู้ที่เกี่ยวข้องฟ้องยิ่งชีพ ไอลอว์ จนถึงที่สุด" โดยนายอนุทินเขียนคอมเมนต์ว่า "รับทราบ รับปฏิบัติครับผม".

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...