โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชายเริ่มมีอาการท้องอืดง่าย น้ำหนักลดฮวบ 8 กก.ใน 1 ปี ที่แท้ป่วยมะเร็งไส้ตรง

Khaosod

อัพเดต 22 ส.ค. เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. เวลา 08.02 น.

ชายน้ำหนักลดฮวบ 8 กก.ใน 1 ปี ที่แท้ป่วยมะเร็งไส้ตรง พบพฤติกรรมขับถ่ายเปลี่ยน-ท้องอืด แต่เข้าใจผิดว่าเกิดจากความเครียด

อีทีทูเดย์รายงาน ชายแซ่เฉิน อายุ 60 ปี ทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทข้ามชาติมาเป็นเวลานาน ด้วยหน้าที่การงานทำให้ต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ มีชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา และส่วนใหญ่มักฝากท้องไว้นอกบ้าน

ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เขาเริ่มมีอาการท้องอืดง่าย พฤติกรรมการขับถ่ายค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง และมีอาการท้องเสียบ่อยครั้ง ในตอนแรกเขาคิดว่าอาการเหล่านี้เป็นเพียงผลจากความเครียดในการทำงานและการรับประทานอาหารที่ไม่เป็นเวลา

กระทั่งไม่นานมานี้ เพื่อนร่วมงานสังเกตเห็นว่าเขาดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อตรวจสอบจึงพบว่าน้ำหนักลดลงถึง 8 กิโลกรัมภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี ก่อนเข้ารับการตรวจสุขภาพและพบว่าป่วยเป็นมะเร็งต่อมไส้ตรง

ตรวจพบก้อนต้องสงสัยในไส้ตรง ผลชิ้นเนื้อยืนยันเป็นมะเร็ง

นพ.เหลียงเฉิงเชา รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลบริหารสุขภาพเป่ยโถว ซึ่งดูแลผู้ป่วยรายนี้ เปิดเผยว่า ระหว่างการตรวจพบรอยโรคบริเวณไส้ตรงที่สงสัยว่าอาจเป็นเนื้องอกร้าย จึงรีบดำเนินการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา

ผลตรวจยืนยันว่าเป็นมะเร็งต่อมไส้ตรง (Rectal Adenocarcinoma) จากนั้นจึงประสานส่งต่อผู้ป่วยไปยังศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านลำไส้ตรง เพื่อรับการรักษาในขั้นตอนต่อไป

นอกจากมะเร็งไส้ตรงแล้ว การตรวจสุขภาพยังพบปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารอีกหลายอย่าง ได้แก่ โรคกรดไหลย้อน แผลในกระเพาะอาหาร การติดเชื้อ Helicobacter pylori (H. pylori) กระเพาะอาหารอักเสบชนิดตื้น รวมถึงภาวะเยื่อบุกระเพาะอาหารเปลี่ยนเป็นเซลล์คล้ายเยื่อบุลำไส้ (intestinal metaplasia) ร่วมกับภาวะเซลล์ผิดปกติระดับเล็กน้อย (mild dysplasia)

นพ.เหลียงเฉิงเชา ระบุว่า รูปแบบการใช้ชีวิตที่เร่งรีบอาจทำให้หลายคนมองข้ามสัญญาณเตือนจากร่างกาย ขณะที่โรคในระบบทางเดินอาหารหลายชนิดสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ ดังนั้น การตรวจอย่างครอบคลุมและการติดตามอาการอย่างต่อเนื่องจึงมีความสำคัญ

มะเร็งลำไส้ใหญ่ไม่ได้มีเพียง “ถ่ายเป็นเลือด-ปวดท้องรุนแรง”

นพ.เหลียงเฉิงเชา กล่าวว่า หลายคนเข้าใจว่าผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่จะต้องมีอาการถ่ายเป็นเลือดหรือปวดท้องอย่างรุนแรง แต่ในความเป็นจริง อาการในระยะแรกมักไม่จำเพาะเจาะจง

หากมีอาการต่อเนื่อง เช่น พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนแปลง ท้องอืด ท้องเสียสลับท้องผูก อุจจาระมีขนาดเล็กลง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ่ายเป็นเลือด หรือมีภาวะโลหิตจาง อาการเหล่านี้ล้วนสามารถเป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติของลำไส้ได้ จึงควรพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมหรือไม่

พฤติกรรมขับถ่ายเปลี่ยนนาน 2 – 3 สัปดาห์ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้

นพ.เหลียงเฉิงเชา เตือนว่า หากพฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องนานกว่า 2 – 3 สัปดาห์ หรือมีอาการร่วม เช่น น้ำหนักลด ถ่ายเป็นเลือด หรือโลหิตจาง ไม่ควรซื้อยามารับประทานเองหรือปล่อยอาการไว้นาน ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว

โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เคยตรวจพบติ่งเนื้อในลำไส้ หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ควรเข้ารับการตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์

การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและเข้ารับการตรวจในเวลาที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และช่วยดูแลสุขภาพของลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชายเริ่มมีอาการท้องอืดง่าย น้ำหนักลดฮวบ 8 กก.ใน 1 ปี ที่แท้ป่วยมะเร็งไส้ตรง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...