โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เมียสุดแค้น แฉผัวแอบคบชู้สาวขายประกัน 7 ปี เปย์เบี้ยประกันทะลุ 50 ล้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 11 กันยายน 2569 เวลา 3.14 น. • เผยแพร่ 42 นาทีที่แล้ว • เดลินิวส์
เมียเผยข้อความสุดหวานจากคู่ชีวิตถึงชู้ ซ้ำฝ่ายชายยังสารภาพว่าเคยเปิดห้องโรงแรมอยู่กับหญิงชู้ไม่ต่ำกว่า 180 ครั้ง

วันนี้ (10 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หญิงรายหนึ่งจากทางตอนใต้ของจีนออกมาเปิดเผยเรื่องราวการแอบคบชู้ที่ยาวนานถึง 7 ปีของสามีตนเองกับตัวแทนขายประกันสาว ซึ่งนำไปสู่ข้อพิพาททางกฎหมาย หลังภรรยาของเขาตามสืบรายละเอียดระหว่างการลักลอบคบหาของคนทั้งสอง

สำนักข่าวหงซิงนิวส์รายงานว่า เดิมที นางกัวจากเมืองหลิวโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง แต่งงานกับนายเจิน และมีลูกสาววัย 2 ขวบด้วยกันหนึ่งคน

ต่อมา ในปี 2560 เจินพบข้อความเกี้ยวพาราสีระหว่างสามีกับนางหลี่ ตัวแทนขายประกันชีวิตที่มีอายุน้อยกว่าสามีถึง 8 ปี ข้อความเหล่านั้นมีทั้งคำหวานว่า “คิดถึงคุณ” และรายการโอนเงินจำนวน 520 หยวน (ประมาณ 2,500 บาท) หลายครั้ง ทั้งนี้ ตัวเลข 520 เป็นเลขที่คนจีนนิยมใช้บอกรัก เนื่องจากมีเสียงอ่านพ้องกับประโยค “ฉันรักเธอ” ในภาษาจีน

ต่อมา ขณะที่เจินนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเมื่อปี 2567 เธอพบว่ากัวได้ซื้อกรมธรรม์ประกันสุขภาพให้เธอและลูกสาว ทำให้เธอสงสัยว่ากัวและหลี่ยังคงแอบคบหากันอยู่ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้ว

เจินได้ลองคำนวณจำนวนเงินและพบว่า กัวได้โอนเงินให้หลี่รวมแล้วกว่า 3 ล้านหยวน (ประมาณ 14.8 ล้านบาท) ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ข้อมูลจากประวัติการซื้อประกันต่างๆ ของกัวยังระบุว่า เขาซื้อกรมธรรม์ผ่านหลี่มากกว่า 50 ฉบับ คิดเป็นเงินที่จ่ายค่าเบี้ยประกันรวมกว่า 10 ล้านหยวน (ประมาณ 49.5 ล้านบาท) ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว หลี่ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการในบริษัทประกันภัยแห่งนั้น

หลังจากนั้น เจินได้ยื่นฟ้องกัว, หลี่ และบริษัทประกันภัย เพื่อเรียกเงินคืนทั้งหมด โดยอ้างว่า กัวนำสินสมรสไปใช้ในการซื้อประกัน และหลี่ใช้อิทธิพลข่มขู่หรือชักจูงกัวอย่างไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ เธอยังเรียกร้องให้หลี่คืนเงิน 3 ล้านหยวนที่ได้รับไป รวมถึงยื่นฟ้องสามีของหลี่โดยอ้างว่าเขาควรต้องร่วมรับผิดชอบในการชดใช้เงินคืนด้วย

ด้านหลี่ปฏิเสธเรื่องการมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับกัว โดยอ้างว่าไม่มีกฎหมายข้อใดห้ามการนัดเจอในโรงแรมเพื่อคุยธุรกิจ เธอยังอ้างว่า เป็นตัวนายกัวเองที่อยากได้เงินคืนเพราะไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกันต่อ จึงร่วมมือกับภรรยาเพื่อฟ้องร้องเอาเงินคืน

อย่างไรก็ตาม รายงานของตำรวจระบุว่า กัวได้สารภาพว่าเขาเคยไปเปิดห้องพักโรงแรมกับหลี่มากกว่า 180 ครั้ง และกัวยังระบุด้วยว่าเขามีอสังหาริมทรัพย์มากกว่าสิบแห่งในครอบครอง จึงไม่ได้มีปัญหาทางการเงินแต่อย่างใด

หลังจากกลายเป็นคดีฟ้องร้อง ศาลได้วินิจฉัยว่า กัวและหลี่มีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมจริง จึงมีคำสั่งให้หลี่คืน “ของขวัญที่ไม่เหมาะสม” รวมมูลค่าราว 900,000 หยวน (ประมาณ 4.4 ล้านบาท) พร้อมดอกเบี้ยแก่เจิน ซึ่งต่อมา หลี่ได้ยื่นคำร้องขออุทธรณ์เพื่อพิจารณาคดีใหม่ แต่ได้รับการปฏิเสธ

ทางด้านบริษัทประกันภัยแย้งข้อเรียกร้องของเจินว่า ประวัติการซื้อประกันจำนวนมากของกัวถือเป็นการ “ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลที่ยืนยันซ้ำๆ มาอย่างต่อเนื่อง” ไม่ใช่การซื้อด้วยความกดดันหรืออารมณ์ชั่ววูบ อย่างไรก็ตาม กัวยอมรับว่าความสัมพันธ์ของเขากับหลี่มีส่วนอย่างมากในการตัดสินใจซื้อกรมธรรม์หลายฉบับดังกล่าว ซึ่งปัจจุบัน ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาประกันภัยยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

คดีนี้กลายเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดียของจีน โดยมียอดเข้าชมโพสต์ที่เกี่ยวข้องมากกว่า 100 ล้านครั้ง ชาวเน็ตรายหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า “กัวบอกว่าอยู่กับเมียเป็นเรื่องธุรกิจ อยู่กับตัวแทนประกันเป็นความรัก และมองว่าตัวเองกำลังลงทุน แต่สุดท้ายกลับไม่ได้อะไรเลย นอกจากคดีความ”

อีกคนแสดงความเห็นว่า “เงินที่ให้ชู้ไปอาจจะเรียกคืนได้ แต่เงินประกันมันคนละเรื่อง การซื้อประกันถูกต้องตามกฎหมายแต่แรก จึงไม่ใช่เรื่องที่จะยกเลิกได้ง่ายๆ”

และยังมีอีกคนที่เสริมว่า “ถ้าดูจากมุมของหลี่ เธออาจไม่ได้มองว่านี่คือเรื่องโรแมนติกเลยด้วยซ้ำ แต่มองว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจต่างหาก”

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : Generated by Gemini

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...