โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ หารือปลัดกลาโหมสหรัฐ ย้ำไม่นำความร่วมมือทหาร เป็นเงื่อนไขต่อรองภาษี

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายกฯ หารือปลัดกลาโหมสหรัฐ ย้ำไทยไม่นำความร่วมมือทหาร เป็นเงื่อนไขต่อรองภาษี

นายกฯ หารือปลัดกลาโหมสหรัฐฯ ผนึกกำลังปราบอาชญากรรมข้ามชาติ เดินหน้าความมั่นคงยุคใหม่ พร้อมแสดงจุดยืน ไทยไม่นำความร่วมมือด้านกลาโหม มาเป็นเงื่อนไขต่อรองภาษี

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 13 ส.ค.2569 ที่ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเอลบริดจ์ โคลบี ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาฝ่ายนโยบาย (Under Secretary of Defense for Policy) เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯได้กล่าวต้อนรับปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ฝ่ายนโยบาย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก พร้อมแสดงความยินดีต่อพัฒนาการเชิงบวกของความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐฯ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

นายกฯ ยืนยันจุดยืนที่ชัดเจนของรัฐบาลไทยว่า ความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในเสาหลักของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และไทยไม่มีนโยบายนำความร่วมมือด้านกลาโหมมาเป็นเงื่อนไข หรือเครื่องมือต่อรองในการเจรจาการค้า โดยการหารือด้านการค้า และความมั่นคงต่างดำเนินไปบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน และผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องของแต่ละด้าน

ขณะที่ ด้านความร่วมมือทางการทหาร นายกฯ เน้นย้ำว่า ไทย และสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ยาวนานถึง 193 ปี โดยไทยให้ความสำคัญกับความเป็นพันธมิตร และหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ แต่ยังมีส่วนสำคัญต่อสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพของภูมิภาค

ทั้งสองฝ่ายจึงควรร่วมกันเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรไทย–สหรัฐฯ ให้เข้มแข็งและสอดรับกับบริบทระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งสามารถรับมือกับภัยคุกคาม และความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า ไทยเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อภูมิภาค และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับประเทศที่มีหลักการและเป้าหมายร่วมกันในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ และความมั่นคงของภูมิภาค

พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับไทย เพื่อร่วมกันรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนและสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยมุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงสมัยใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถและความทันสมัยของกองทัพ ตลอดจนต่อยอดความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างกัน

สำหรับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ นายกฯ กล่าวถึงการพบหารือกับนายแคช พาเทล (Mr. Kash Patel) ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (Federal Bureau of Investigation: FBI) เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการยกระดับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาค ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญ

นายกฯ ยังกล่าวถึงประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการสนับสนุนการคลี่คลายสถานการณ์ พร้อมยืนยันว่าไทยยังคงยึดมั่นในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และการแก้ไขปัญหาอย่างสันติผ่านกลไกทวิภาคี รวมทั้งการปฏิบัติตามข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ (KL Accords) โดยมุ่งรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง และเสถียรภาพในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ด้านเศรษฐกิจ นายกฯ ยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการเร่งสรุปการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade) ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ โดยเร็วที่สุด

ในตอนท้าย นายกฯ กล่าวด้วยว่า ไทยพร้อมสานต่อความสัมพันธ์อันยาวนาน และเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรไทย–สหรัฐฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น มุ่งขยายความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ และร่วมกันส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพของภูมิภาคต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯ หารือปลัดกลาโหมสหรัฐ ย้ำไม่นำความร่วมมือทหาร เป็นเงื่อนไขต่อรองภาษี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...