กรมควบคุมโรคเปิดปัจจัยเสี่ยง "โรคหัวใจ" แนะปรับพฤติกรรมลดโอกาสป่วย
วันนี้ (24 ส.ค.2569) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกมาประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังภัยเงียบจากโรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease - CVD) ซึ่งปัจจุบันถือเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตและทุพพลภาพอันดับ 1 ของประชากร โดยโรคกลุ่มนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด ทั้งหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดง
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งปัจจัยทางสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน
ประกอบด้วย ภาวะความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคไต ภาวะไขมันในเลือดสูง การรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การสูบบุหรี่และการใช้บุหรี่ไฟฟ้า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เป็นอันตราย การไม่ออกกำลังกาย มลพิษทางอากาศและความเครียดสะสม ตลอดจนประวัติพันธุกรรมในครอบครัวและอายุที่เพิ่มมากขึ้น
สัญญาณเตือนฉุกเฉิน-การช่วยเหลือเบื้องต้น
ทางด้าน นพ.นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เน้นย้ำให้ประชาชนหมั่นสังเกตอาการเตือนฉุกเฉินอย่างใกล้ชิด หากมีอาการเจ็บหน้าอก จุกแน่นกลางอก เจ็บร้าวลามไปที่หัวไหล่ซ้าย แขน หรือกราม ร่วมกับมีอาการใจสั่น เหงื่อแตก หน้ามืด และเป็นลมหมดสติ ควรรีบเดินทางไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที
ในกรณีที่พบผู้ป่วยหมดสติและไม่หายใจ ผู้พบเห็นต้องรีบให้ความช่วยเหลือด้วยการกดหน้าอก (CPR) อย่างต่อเนื่อง จนกว่าบุคลากรทางการแพทย์จะเดินทางมาถึง พร้อมทั้งโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน และหากบริเวณโดยรอบมีเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) ให้รีบนำมาติดตั้งและปฏิบัติตามคำแนะนำของเครื่องทันที
แนวทางการปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรค
พญ.วรยา เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ ระบุว่า แม้โรคหัวใจและหลอดเลือดจะเป็นอันตรายร้ายแรง แต่ประชาชนสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนี้
- ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาที/วัน หรือสะสมให้ได้ 150 นาที/สัปดาห์ สำหรับผู้ป่วยที่มีประวัติโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับรูปแบบการออกกำลังกายให้เหมาะสม
- เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด มันจัด และเค็มจัด
- รักษาค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานระหว่าง 18.5 – 22.9 กก./ตร.ม.
- งดสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติดทุกประเภท
- ดูแลสุขภาพจิตใจให้ผ่องใส ไม่เครียด และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7 – 9 ชม./วัน
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งและงดออกกำลังกายกลางแจ้งในวันที่สภาพอากาศมีฝุ่นควันและมลพิษสูง
- เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลและขอคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
อ่านข่าว :
"กรวีร์" โต้ iLaw ปมข้อมูลโทรศัพท์วันเลือก สว. ยันอยู่อ่างทองไม่ใช่เมืองทอง
กรมชลฯ เตือน 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยารับมือน้ำเหนือ คาดท้ายเขื่อนสูง 1-1.5 เมตร
ก้าวแรกแพทย์ไทย ผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก "ข้ามจังหวัด" ด้วยหุ่นยนต์