น้ำมัน WTI 03/09/69 ปิดบวก 0.32% แตะ 91.30 ดอลลาร์ หวั่นสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านกระทบอุปทานน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน โดยได้แรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ขณะที่อิสราเอลส่งสัญญาณขู่โค่นล้มรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในภูมิภาค
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 29 เซนต์ หรือ 0.32% ปิดที่ 91.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ลดลง 11 เซนต์ หรือ 0.12% ปิดที่ 95.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ระหว่างการซื้อขาย ราคาน้ำมันดิบทั้ง WTI และเบรนท์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ในช่วงค่ำวันอังคาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 10 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานเพิ่มเติมว่า นักบินกองทัพอากาศอิหร่าน 3 นายเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลของตลาดว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันของโลก
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วงปิดตลาด เนื่องจากนักลงทุนยังจับตาสัญญาณด้านการเจรจาสันติภาพจากรัสเซีย โดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ส่งสัญญาณว่ารัสเซียเปิดรับการเจรจาเพื่อยุติสงครามกับยูเครน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันบางส่วน
ด้านเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ ยังไม่มีแผนเปิดการเจรจากับอิหร่าน เว้นแต่ว่าอิหร่านจะยุติการโจมตีเรือขนส่งสินค้าที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ตลาดน้ำมันจึงยังคงเผชิญความผันผวนสูง โดยนักลงทุนประเมินทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและความเป็นไปได้ที่อุปทานน้ำมันโลกจะได้รับผลกระทบ หากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านขยายวงกว้างขึ้น