โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชวน” เตือนสติตุลาการศาล รธน.-ขรก. เห็นแก่ประโยชน์ชาติ อย่าให้การเมืองแทรกแซง

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“ชวน” ย้ำต้องยึดหลักเตือนสติ “ตุลาการศาล รธน.” อย่าให้การเมืองแทรกแซง-อย่าเอาบุญคุณมาตัดสินคดี ชดใช้บุญคุณส่วนตัวด้วยผลประโยชน์ชาติ พ่วงปลุกสำนึก ขรก.ระดับสูง อย่ายอมจำนนนักการเมืองที่ไม่ถูกต้อง

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายชวน หลีกภัย สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาลว่าตอนหนึ่งว่า ตนเป็นหนึ่งใน 133 สส. ที่ร่วมเข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคหนึ่งส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การออก พ.ร.ก.นี้ เป็นไปตามเงื่อนไขมาตรา 172 หรือไม่ แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติเอกฉันท์ 9 เสียง ให้ความเห็นชอบในส่วนของมาตรา 5 (1) เรื่องเงินกู้ช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกร แต่ในส่วนของมาตรา 5 (2) เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ศาลมีมติ 7 ต่อ 2 เสียง โดยมีตุลาการ 2 ท่าน เห็นว่าไม่เข้าข่ายเงื่อนไขความจำเป็นรีบด่วน ด้วยความเคารพต่อดุลพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 ท่าน ตนถือว่าศาลรัฐธรรมนูญคือ เสาหลักของบ้านเมืองที่ต้องรักษาหลักการไว้ให้มั่น ที่ตนต้องให้กำลังใจคณะตุลาการ นำโดยประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการท่านอื่นๆ รวมถึง นายสราวุธ ทรงศิวิไล เพราะปัจจุบันโครงสร้างเริ่มเปลี่ยนแปลงไป มีการนำอดีตอธิบดีกรมทางหลวงเข้ามาเป็นตุลาการ ซึ่งผิดแผกไปจากเดิมที่มักให้นักกฎหมายหรือนักปกครองเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แม้นายสราวุธจะเป็นคนเก่งและคนดี แต่ก็สะท้อนว่าโครงสร้างเริ่มเปลี่ยนจากการเมืองที่เข้าไปแทรกแซง จึงขอฝากไปยังตุลาการทุกท่านว่า ขอให้เป็นหลักของบ้านเมือง อย่าเอาหนี้บุญคุณมาทำให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลง การใช้หนี้บุญคุณนั้น ให้ไปใช้ตอนเขาตาย ไปร่วมงานศพก็ถือเป็นการทดแทนคุณแล้ว อย่าเอามาแลกกับหลักการของประเทศ เพราะตนสนับสนุนและปกป้องสถาบันตุลาการมาโดยตลอด จึงไม่อยากเห็นการเมืองเข้ามาแทรกแซง” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวต่อว่า การที่ตนและเพื่อนสส.ยื่นร้อง ไม่ใช่เพราะพฤติกรรมนักร้อง แต่พิจารณาโดยถ่องแท้ว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ไม่ได้เข้าเงื่อนไขจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ตามมาตรา 172 วรรคสอง หัวใจของระบอบประชาธิปไตยคือการแบ่งแยกอำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ฝ่ายบริหารต้องเคารพและไม่ก้าวล่วง หากเป็นฝ่ายบริหารที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ต้องไม่หวาดกลัวการตรวจสอบของสภา และไม่ควรหลีกเลี่ยงกระบวนการนิติบัญญัติเพียงเพื่อความสะดวกของตนเอง ซึ่งข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่า นับแต่วันที่ตรากฎหมายจนถึงปัจจุบันล่วงเลยมากว่า 4 เดือน ยิ่งชี้ชัดว่าไม่ได้มีความจำเป็นรีบด่วนจริง

เพราะเคยมีบทเรียนความเสียหายในอดีตจากการละเมิดหลักการโดยระบุถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เพิ่งเกิดเหตุรุนแรงกว่า 51 ครั้งว่า ปัญหาเหล่านี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ฝ่ายบริหารในอดีตไม่ยึดหลักนิติธรรม ใช้อำนาจจับกุมและสั่งการตัดสินชะตากรรมผู้ก่อเหตุด้วยตนเองโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม ส่งผลให้เกิดไฟใต้ลุกลามและมีความสูญเสียต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันกว่า 7,000 ชีวิต เราจึงต้องยึดหลัก มิฉะนั้นการปกครองบ้านเมืองจะพังทลาย ดังที่คำปรารภแห่งรัฐธรรมนูญได้เตือนสติไว้ว่า วิกฤตการณ์ของบ้านเมืองที่ผ่านมา ล้วนเกิดจากการไม่นำพา ไม่ยำเกรงกฎเกณฑ์ ทุจริต ฉ้อฉล และบิดเบือนอำนาจ ดังนั้น สถานการณ์ปัจจุบัน จึงต้องระมัดระวังไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ทั้งนี้ ขอฝากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทุกคนว่า ขอให้ทำหน้าที่เป็นหลักของแผ่นดิน อย่ายอมจำนนต่อแรงกดดันทางการเมืองที่ไม่ถูกต้อง แต่จงชี้นำให้ฝ่ายการเมืองเดินบนหลักการที่ถูกต้อง เพื่อให้บ้านเมืองรอดพ้นจากวิกฤต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ชวน” เตือนสติตุลาการศาล รธน.-ขรก. เห็นแก่ประโยชน์ชาติ อย่าให้การเมืองแทรกแซง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...