โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สิริพงศ์’ แจงเปลี่ยนรถสาธารณะเป็น EV ลดต้นทุนน้ำมัน-ลดภาระประชาชน

The Reporters

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘สิริพงศ์’ แจงโครงการเปลี่ยนรถสาธารณะเป็น EV ลดต้นทุนน้ำมัน เพิ่มความปลอดภัย-ลดภาระประชาชน ตั้งเป้าลดใช้น้ำมัน 212 ล้านลิตรต่อปี

วันนี้ (26 ส.ค. 69) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วาระเรื่องด่วนพิจารณา พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท

นายสิริพงศ์ระบุว่า โครงการของกระทรวงคมนาคมที่สมาชิกมีคำถามว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนและตรงปกหรือไม่นั้น ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีให้กระทรวงคมนาคมดำเนินโครงการที่จะมาช่วยเหลือประชาชนในเรื่องต่าง ๆ ทั้งนี้ บริการขนส่ง บริการสาธารณะต่าง ๆ ยังคงมีจำนวนมาก ที่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด และลดความผันผวนต่อสภาวะราคาน้ำมัน โดยในปัจจุบันมีเทคโนโลยีและเครื่องยนต์ใหม่ ๆ มาทดแทนเครื่องยนต์สันดาป เนื่องจากเครื่องยนต์เก่าจะมีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น จึงเป็นที่มาในการเทิร์นรถสาธารณะและรถที่ประชาชนใช้บริการขนส่งมาเปลี่ยนถ่ายเป็นรถ EV เรามุ่งไปที่ 7 กลุ่ม เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีผลกระทบกับประชาชน ได้แก่

1.กลุ่มแท็กซี่ จำนวน 29,646 คัน กลุ่มรถยนต์รับจ้างที่จดทะเบียน รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 259 คัน

2.รถจักรยานยนต์สาธารณะ 68,491 คัน

3.รถยนต์สามล้อรับจ้าง 15,834 คัน

4.รถโดยสารประจำทาง 12,976 คัน

5.รถโดยสารไม่ประจำทาง 11,105 คัน

6.รถที่ได้ใช้ในการรับจ้างรับส่งนักเรียน 4,829 คัน

7.รถบรรทุกขนส่ง 497,134 คัน

นายสิริพงศ์กล่าวต่อว่า ที่ไม่มีรถ ขสมก.เนื่องจากขณะนี้กระทรวงคมนาคมมีแผนและได้รับการจัดสรรงบประมาณ 1,520 คัน ซึ่งจะรับรถประมาณเดือนมีนาคมปี 70 ในลอตแรก รถ ขสมก.ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วน ฉะนั้นเราจึงไปขอรับการสนับสนุนเป็นงบประมาณปกติ ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี 70 และจะมีการขอต่อในปี 71 เพื่อที่จะเปลี่ยนผ่านรถ ขสมก.เป็นรถ EV ทั้งระบบ แต่รถ 7 กลุ่มดังกล่าว เป็นกลุ่มที่มีความจำเป็น เนื่องจากเป็นรถที่มีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของประชาชนโดยตรง ทั้งนี้ หากมีประชาชนเข้าร่วมเพียง 50% หรือรถประมาณ 81,567 คัน จำนวนคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงคือปีละ 244,015 ตันต่อปี แต่หากมีประชาชนเข้าร่วมจำนวน 153,140 คัน จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์จำนวน 419,800 ตันต่อปี ซึ่งไม่ใช่แค่เป็นการลดพลังงานและค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้

ท่านเห็นหรือไม่ว่าสภาพของรถโดยสารสาธารณะต่าง ๆ อยู่ในสภาพที่เก่า คนขึ้นไม่ได้รับความปลอดภัย วันนี้รัฐบาลกำลังทำ เราไม่ได้แค่ทดแทนพลังงาน เราไม่ได้แค่ลดรายจ่าย แต่เราต้องการเพิ่มสวัสดิภาพ ความปลอดภัยให้กับประชาชนด้วย และหากเป็นไปตามแผนที่กระทรวงคมนาคมเสนอไป ในแต่ละปีเราจะสามารถลดการใช้น้ำมันได้ 212 ล้านลิตรต่อปี นี่คือสิ่งที่กระทรวงคมนาคมกำลังทำอยู่ ส่วนมาตรการต่าง ๆ จะออกมาเป็นอย่างไร ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้จัดทำโครงการเข้าไปเสนอให้กับคณะกรรมการกลั่นกรอง

“ท่านอาจจะสงสัยว่าเร่งด่วนแล้วทำไมไม่รีบทำ กว่าที่จะได้มาถึงการดำเนินการในวันนี้ เราต้องรอกระบวนการที่ท่านส่งศาลวินิจฉัย ฉะนั้น หลังจากวันนี้ หากท่านเห็นว่า โครงการเหล่านี้เป็นประโยชน์ และโครงการเหล่านี้ไม่ได้ไปในกระเป๋าคนใดคนหนึ่ง โครงการเหล่านี้ประชาชนสามารถเลือกที่จะใช้สิทธิได้โดยอิสระ ไม่ได้บอกว่าไปตกกับผู้รับเหมา ก.ข. เราไม่ได้ไปทำถนน ไม่ได้ทำสะพาน เราไม่ได้ไปซื้อเครื่องกรองน้ำ แต่เราเอาไปช่วยประชาชนให้เขามีกำลังสามารถเปลี่ยนถ่ายพลังงานได้ ดังนั้น หากวันนี้ท่านเห็นว่าเราต้องลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ขอความกรุณาสนับสนุน พ.ร.ก.ฉบับนี้” นายสิริพงศ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...