โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เครื่องซักผ้า 7 กก. ซักได้จริงกี่กิโล? คำตอบอยู่ที่ "ผ้าแห้ง" หรือ "ผ้าเปียก"

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เครื่องซักผ้าเขียน 7 กก. คือน้ำหนัก “ผ้าแห้ง” หรือ “ผ้าเปียก” หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด

ตัวเลข 7 กก. 9 กก. 12 กก. บนเครื่องซักผ้า หมายถึงผ้าแห้งหรือผ้าเปียก?

เวลาเลือกซื้อเครื่องซักผ้า หลายคนน่าจะคุ้นกับตัวเลขอย่าง 7 กก. 8.5 กก. 10 กก. หรือ 12 กก. ที่ระบุไว้บนตัวเครื่อง แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยสงสัยว่า ตัวเลขเหล่านี้หมายถึงน้ำหนักของเสื้อผ้าตอนแห้ง หรือตอนที่ผ้าเปียกน้ำแล้วกันแน่

การเข้าใจค่าความจุของเครื่องซักผ้าให้ถูกต้องมีผลมากกว่าที่คิด เพราะหากใส่ผ้ามากเกินไป ไม่เพียงทำให้ซักไม่สะอาด แต่ยังอาจทำให้เครื่องสั่น เสียงดัง และเร่งให้ชิ้นส่วนต่างๆ เสื่อมเร็วขึ้นได้

น้ำหนักที่ระบุบนเครื่องซักผ้า คิดจากผ้าแห้ง

คำตอบคือ น้ำหนักผ้าแห้ง หรือเสื้อผ้าในสภาพปกติก่อนนำลงถังซัก ตัวอย่างเช่น หากเครื่องซักผ้าระบุความจุ 9 กก. หมายความว่า เครื่องถูกออกแบบให้รองรับผ้าแห้งได้สูงสุดประมาณ 9 กิโลกรัมต่อรอบ ภายใต้โปรแกรมที่รองรับน้ำหนักดังกล่าว

การระบุน้ำหนักเป็นผ้าแห้งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถชั่งหรือประเมินปริมาณเสื้อผ้าก่อนซักได้ง่ายกว่า เพราะแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้ผู้ใช้คำนวณน้ำหนักของเสื้อผ้าหลังจากดูดซับน้ำแล้ว

หลายคนอาจกังวลว่า หากใส่ผ้าแห้ง 8 กิโลกรัม เมื่อผ้าดูดน้ำเข้าไป น้ำหนักอาจเพิ่มขึ้นหลายเท่าและทำให้เครื่องรับภาระไม่ไหว แต่ในกระบวนการออกแบบ ผู้ผลิตได้คำนึงถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหลังผ้าดูดซับน้ำไว้แล้ว

ทำไมผ้าเปียกหนักขึ้น แต่เครื่องยังรับไหว?

ตัวเลขความจุของเครื่องซักผ้าไม่ได้กำหนดขึ้นจากพื้นที่ถังเพียงอย่างเดียว แต่ยังสัมพันธ์กับกำลังของมอเตอร์ ระบบกันสะเทือน โช้ก ลวดสปริง โครงสร้างถังซัก และความทนทานของชิ้นส่วนภายใน

กล่าวอีกอย่างคือ หากเครื่องรองรับผ้าแห้ง 8 หรือ 9 กิโลกรัม โครงสร้างของเครื่องก็ถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำหนักรวมที่เพิ่มขึ้นระหว่างการซักอยู่แล้ว ทั้งจากตัวผ้าและน้ำที่ผ้าดูดซับเข้าไป

อย่างไรก็ตาม ผ้าแต่ละชนิดดูดน้ำไม่เท่ากัน เสื้อผ้าใยสังเคราะห์อาจดูดน้ำไม่มากนัก ขณะที่ผ้าฝ้าย ผ้ายีนส์ ผ้าขนสัตว์ หรือเครื่องนอนบางชนิดสามารถอุ้มน้ำได้มากกว่า จึงต้องระวังเรื่องปริมาณและการกระจายน้ำหนักเป็นพิเศษ

อย่าใส่ผ้าเต็มถัง แม้น้ำหนักยังไม่เกินกำหนด

แม้เครื่องจะระบุว่าสามารถซักผ้าได้สูงสุด 9 หรือ 10 กิโลกรัม แต่ไม่ได้หมายความว่าควรอัดเสื้อผ้าจนแน่นเต็มถังทุกครั้ง เพราะเสื้อผ้าจำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับพลิกตัวและเคลื่อนไหวระหว่างการซัก

หากใส่ผ้าจนแน่นเกินไป น้ำและน้ำยาซักผ้าอาจกระจายเข้าไปตามเนื้อผ้าได้ไม่ทั่วถึง ส่งผลให้เสื้อผ้าซักไม่สะอาด มีคราบน้ำยาหลงเหลือ หรือยังมีกลิ่นอับหลังซักเสร็จ

แนวทางง่ายๆ คือไม่ควรอัดผ้าจนแน่น และควรเหลือพื้นที่ว่างในถังให้ผ้าสามารถเคลื่อนตัวได้สะดวก โดยปริมาณที่เหมาะสมจริงควรยึดตามคู่มือของเครื่องแต่ละรุ่นเป็นหลัก

ผ้าหนาและดูดน้ำมาก ควรลดปริมาณลง

สำหรับเสื้อผ้าหนา เช่น กางเกงยีนส์ เสื้อแจ็กเก็ต ผ้าขนหนู ผ้าห่มบาง หรือผ้าปูที่นอน แม้น้ำหนักตอนแห้งจะดูไม่มาก แต่เมื่อเปียกน้ำอาจหนักขึ้นอย่างชัดเจน

ดังนั้นการซักของประเภทนี้ควรใส่ในปริมาณน้อยกว่าการซักเสื้อผ้าทั่วไป และควรใช้โปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับผ้าหนา เครื่องนอน หรือผ้าขนาดใหญ่โดยเฉพาะ หากเครื่องมีโปรแกรมดังกล่าว

ตัวเลขความจุสูงสุด ไม่ได้ใช้ได้กับทุกโปรแกรม

อีกจุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่า หากเครื่องเขียนว่า 10 กก. ก็สามารถใส่ผ้า 10 กิโลกรัมได้ในทุกโหมด ความจริงแล้วความจุสูงสุดมักใช้ได้เฉพาะกับโปรแกรมมาตรฐานบางประเภทเท่านั้น

โปรแกรมอย่างซักด่วน ซักผ้าบอบบาง ซักผ้าขนสัตว์ หรือโปรแกรมเฉพาะทาง มักกำหนดน้ำหนักผ้าได้น้อยกว่าความจุสูงสุดของเครื่องอย่างมาก หากใส่ผ้าเกินกว่าที่โปรแกรมรองรับ อาจทำให้ซักไม่สะอาด ล้างน้ำยาออกไม่หมด หรือเพิ่มภาระให้มอเตอร์

จึงควรตรวจสอบคู่มือของเครื่องซักผ้าแต่ละรุ่น เพราะผู้ผลิตจะระบุน้ำหนักที่เหมาะสมสำหรับแต่ละโปรแกรมเอาไว้อย่างชัดเจน

ระวังซักผ้าห่มหรือเครื่องนอนที่ใหญ่เกินไป

ผ้าห่มหรือไส้ผ้านวมบางชนิดอาจมีน้ำหนักไม่มากในตอนแห้ง แต่มีขนาดใหญ่และกินพื้นที่ถังมาก เมื่อดูดน้ำเข้าไปแล้วอาจทั้งหนักและรวมตัวอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของถัง

หากน้ำหนักกระจายไม่สมดุล โดยเฉพาะในช่วงปั่นหมาดด้วยความเร็วสูง เครื่องอาจสั่นหรือกระแทกแรงกว่าปกติ และหากเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของระบบกันสะเทือน ลูกปืน หรือชิ้นส่วนภายในอื่นๆ

ก่อนซักผ้าห่มหรือเครื่องนอนชิ้นใหญ่ จึงควรตรวจสอบว่ารุ่นของเครื่องรองรับหรือไม่ และไม่ควรใช้เพียงน้ำหนักแห้งเป็นเกณฑ์เดียว แต่ต้องดูทั้งขนาดและประเภทของวัสดุด้วย

สรุป น้ำหนักบนเครื่องซักผ้าคือผ้าแห้ง ไม่ใช่ผ้าเปียก

ตัวเลข 7 กก. 9 กก. 10 กก. หรือ 12 กก. ที่ระบุบนเครื่องซักผ้า หมายถึงน้ำหนักของผ้าแห้งก่อนนำลงถังซัก ส่วนเรื่องน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหลังผ้าดูดน้ำ ผู้ผลิตได้คำนึงถึงไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบเครื่องแล้ว

อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องให้ถูกวิธีไม่ได้หมายถึงการใส่ผ้าให้เต็มตามตัวเลขทุกครั้ง แต่ควรดูประเภทของผ้า ปริมาตรในถัง และข้อจำกัดของแต่ละโปรแกรมด้วย การไม่อัดผ้าจนแน่นเกินไปจะช่วยให้ซักสะอาดขึ้น ลดการสั่น และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องซักผ้าได้อีกทางหนึ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...