โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักการฉีดวิตามินผิวขาว อันตรายไหม ทำไมบางคนฉีดแล้วไม่เห็นผล

INN News

อัพเดต 28 ต.ค. 2568 เวลา 15.25 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2568 เวลา 08.25 น. • INN News

เชื่อว่าหลายคนอยากดูแลผิวตัวเองให้ขาวกระจ่างใส แต่การทาครีมหรือทานอาหารเสริมอาจเห็นผลไม่ทันใจ การฉีดวิตามินผิวขาวจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่นิยมทำกัน เพราะพบว่าให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วกว่า ผิวเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการฉีดวิตามินผิวขาวนั้นมีหลักการทำงานอย่างไร สาเหตุอะไรบ้างที่ทำแล้วจะไม่เห็นผล รวมไปถึงข้อควรระวัง เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจเลือกทำได้อย่างมั่นใจ

ฉีดวิตามินผิวขาว คืออะไร

การฉีดวิตามินผิวขาว คือ การให้สารอาหารและวิตามินที่ช่วยบำรุงผิวโดยตรงเข้าสู่กระแสเลือด ผ่านการฉีดเข้าทางเส้นเลือดหรือเข้าทางกล้ามเนื้อ หรือที่เรียกกันว่า IV drip เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้เต็มที่กว่าการรับประทานวิตามินทั่ว ๆ ไป โดยวิตามินและสารที่ใช้บ่อย ได้แก่

  • วิตามินซี ช่วยต้านอนุมูลอิสระและยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน
  • กลูตาไธโอน ลดการผลิตเม็ดสีผิวเข้มและทำให้ผิวดูกระจ่างใส
  • วิตามินบีรวม ฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้าและช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์
  • กรดอะมิโนและแร่ธาตุ เสริมการซ่อมแซมเซลล์ผิว

ฉีดวิตามินผิวขาว มีหลักการทำงานยังไงทำให้ผิวกระจ่างใส

โดยทั่วไปแล้วการฉีดวิตามินผิวขาวที่นิยมกัน เช่น การใช้กลูตาไธโอน (Glutathione) ร่วมกับวิตามินซี หรือสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ จะมีหลักการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน และการปรับสภาพผิวให้มีสุขภาพดีขึ้น ดังนี้

  • ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว (Melanogenesis Inhibition)

เนื่องจากเม็ดสีผิวเกิดจากการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ที่เปลี่ยนกรดอะมิโนไทโรซีนให้กลายเป็นเมลานิน ทำให้กลูตาไธโอนจะไปยับยั้งเอนไซม์นี้ ทำให้ร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินสีน้ำตาล-ดำ (Eumelanin) น้อยลง และกระตุ้นให้สร้างเมลานินสีเหลือง-ชมพู (Pheomelanin) ซึ่งทำให้ผิวดูสว่างขึ้น

  • ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant Effect)

โดยวิตามินซีและกลูตาไธโอนจะทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยลดการถูกทำลายของเซลล์ผิวจากรังสี UV และมลภาวะ เมื่อผิวได้รับความเสียหายน้อยลง กระบวนการซ่อมแซมผิวทำงานได้ดีขึ้น ทำให้ผิวดูใสและเรียบเนียนขึ้นเช่นกัน

  • เสริมการสร้างคอลลาเจน

วิตามินซีจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเนียนกระชับ เมื่อผิวมีคอลลาเจนเพียงพอก็จะสะท้อนแสงได้ดีกว่า จึงทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งขึ้นมา นั่นเอง

  • กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว

สารอาหารวิตามินบางชนิดที่ฉีดเข้าร่างกายจะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่าออก และสร้างเซลล์ผิวใหม่ให้มีสีผิวที่สม่ำเสมอมากขึ้น

ฉีดวิตามินผิวขาว ทำไมบางคนฉีดแล้วไม่เห็นผล

การฉีดวิตามินผิวขาวไม่ใช่ทุกคนทำแล้วจะเห็นผล เนื่องจากปัจจัยบางอย่าง เช่น พันธุกรรม สภาพผิวเดิม และการใช้ชีวิตของเรา ดังนี้

  • พันธุกรรมกำหนดสีผิว

โดยปกติแล้วสีผิวพื้นฐานของเราจะถูกกำหนดโดยยีนและปริมาณเม็ดสีเมลานิน หากเป็นคนที่มีเม็ดสีเมลานินเข้มมาก หรือเป็นคนที่มีผิวแทนเข้มโดยธรรมชาติ การทำให้ผิวขาวกว่าระดับพื้นฐานจะทำได้ยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย

  • เม็ดสีผิวถูกกระตุ้นจากแสงแดดต่อเนื่อง

เป็นที่รู้กันดีว่ารังสี UV จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเมลานินเพิ่ม ถ้าเราฉีดวิตามินผิวขาวแล้วแต่ยังไม่ทากันแดดหรือยังโดนแดดจัดเป็นประจำ ผลลัพธ์ก็จะไม่ชัดเจน หนำซ้ำอาจทำให้ผิวหมองคล้ำยิ่งกว่าเดิมก็ได้

  • ปริมาณและความถี่ไม่เพียงพอ

การฉีดวิตามินผิวขาวจำเป็นต้องมีความเข้มข้นและความถี่ที่เหมาะสมเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ถ้าเราเว้นระยะการฉีดที่ห่างจนเกินไปหรือมีปริมาณความเข้มข้นต่ำเกินไป ก็จะทำให้สารออกฤทธิ์ในร่างกายไม่ต่อเนื่อง

  • ระบบการดูดซึมและการเผาผลาญแตกต่างกัน

เป็นปกติที่ร่างกายของเราจะมีระบบการกำจัดกลูตาไธโอนและวิตามินที่แตกต่างกัน บางคนที่มีระบบเผาผลาญเร็วหรือมีปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น โรคตับ โรคไต ก็อาจทำให้สารออกฤทธิ์อยู่ในร่างกายได้ไม่นาน

  • ปัญหาผิวอื่น ๆ แฝงอยู่

หากใครมีปัญหาผิวอย่าง ฝ้า กระ รอยดำ จากฮอร์โมนหรือสิว อาจต้องใช้การรักษาเฉพาะควบคู่ เช่น เลเซอร์ หรือทายา การฉีดวิตามินผิวขาวเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ทั้งหมด

  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต

ถ้าใครยังคงทำพฤติกรรมพักผ่อนไม่เพียงพอ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเพิ่มอนุมูลอิสระ ก็ทำให้ผิวหมองง่าย แม้จะฉีดวิตามินผิวขาวมาก็จะเห็นผลไม่ชัดเจน

ฉีดวิตามินผิวขาว ทำยังไงให้เห็นผลชัดเจนมากขึ้น

แม้การฉีดวิตามินผิวขาวจะให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น แต่เราก็สามารถเสริมบางอย่างเพื่อให้วิตามินได้ออกฤทธิ์ทำงานอย่างเต็มที่ และลดสิ่งที่จะทำให้ผิวหมองคล้ำลงได้

  • ฉีดอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสม

ปกติจะมีการฉีดวิตามินผิวขาวสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ติดต่อกัน 4–8 สัปดาห์ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และเมื่อผิวของเราเริ่มสว่างขึ้นอาจปรับเป็นเดือนละ 1 ครั้งเพื่อคงผลลัพธ์ และอย่าลืมห้ามเว้นระยะการฉีดที่นานเกินไป เพราะจะทำให้ระดับสารออกฤทธิ์ในร่างกายจะลดลง

  • ป้องกันแดดอย่างเข้มงวด

ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงทุกวัน แม้ไม่ได้ออกแดดโดยตรง และควรใช้หมวก เสื้อแขนยาว หรือร่มเมื่ออยู่กลางแจ้ง เพราะรังสี UV จะสามารถทำลายคอลลาเจนและกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผลฉีดจางเร็วได้

  • เสริมสารอาหารจากการรับประทาน

การฉีดวิตามินผิวขาวแม้จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสได้ แต่ถ้าหากเรามีการรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี, วิตามินอี, เบต้าแคโรทีน, และสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ส้ม ฝรั่ง เบอร์รี่ มะเขือเทศ แครอท หรือดื่มน้ำเปล่าให้มากพอ ก็จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นกระจ่างใสได้ด้วยเช่นกัน

  • ดูแลสุขภาพโดยรวม

การนอนหลับที่เพียงพอ 6–8 ชั่วโมง การลดปริมาณดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ ก็จะทำให้ผิวเกิดการซ่อมแซมตัวเอง ดูสุขภาพดีขึ้นมาได้

  • บำรุงผิวภายนอกควบคู่

แม้จะฉีดวิตามินผิวขาวแล้วก็อย่าลืมใช้ครีมบำรุงผิวที่มีวิตามินซี, ไนอาซินาไมด์ (Niacinamide) หรืออาร์บูติน (Arbutin) และอย่าลืมขัดผิวหรือทำทรีตเมนต์ผลัดเซลล์ผิวเก่าเป็นประจำด้วย

  • เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน

การฉีดวิตามินผิวขาวควรทำโดยแพทย์หรือบุคลากรที่มีความชำนาญเพื่อลดความเสี่ยงจากการแพ้หรือการติดเชื้อได้

ฉีดวิตามินผิวขาว แล้วต้องเสริมหัตถการอะไรเพิ่มไหม

เนื่องจากการฉีดวิตามินผิวขาวสามารถทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นได้ แต่ถ้าหากเราอยากให้ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นและอยู่ได้นาน หรือแก้ปัญหาบางอย่างที่เฉพาะจุด ก็สามารถเลือกทำหัตถการเสริมร่วมด้วยได้เหมือนกัน โดยหัตถการที่คนมักทำเสริมร่วมกับการฉีดวิตามินผิวขาว

  • ทรีตเมนต์ผลัดเซลล์ผิว

โดยจะช่วยขจัดเซลล์ผิวหมองคล้ำและเซลล์ผิวเก่า ทำให้ผิวรับวิตามินได้ดียิ่งขึ้น เหมาะทำทุก 2–4 สัปดาห์

  • เลเซอร์ขาวใส

โดยจะเป็นการทำเลเซอร์ เช่น Q-Switch, Pico Laser, IPL เพื่อลดเม็ดสีเมลานิน รอยดำ ฝ้า กระ ทำให้ผิวสว่างและเนียนขึ้นเร็ว ซึ่งจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนกว่าการฉีดวิตามินผิวขาวเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะกับคนที่มีปัญหาฝ้าหรือรอยสิว

  • Mesotherapy / Meso Bright

การใช้เข็มเล็กฉีดวิตามินหรือสารบำรุงเข้าไปในผิวโดยตรง จะเหมาะสำหรับคนที่อยากให้ผิวหน้าหรือผิวบางจุดกระจ่างใสเร็ว

  • การกรอผิว

การใช้หัวเพชรหรือเกล็ดคริสตัลกรอผิว ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ การทำควบคู่กับการฉีดวิตามินผิวขาวจะช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น

  • ทรีตเมนต์บำรุงลึกด้วย Ultrasound / LED Light Therapy

การทำทรีตเมนต์นั้นจะช่วยให้สารบำรุงซึมลึกลงผิวมากขึ้น และ LED Light สีต่าง ๆ เช่น แสงสีแดงกระตุ้นคอลลาเจน, แสงสีน้ำเงินลดสิว, แสงสีเขียวช่วยเรื่องความสว่าง ทำให้เหมาะกับการแก้ปัญหาเฉพาะจุดของแต่ละคนได้

ฉีดวิตามินผิวขาว ปลอดภัยจริงไหม

การฉีดวิตามินผิวขาว มีทั้งข้อดีและข้อควรระวัง โดยความปลอดภัยนั้นจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สารที่ใช้ ปริมาณ วิธีการฉีด และสภาพร่างกายของผู้เข้ารับการฉีดวิตามินผิวขาว

ความปลอดภัยของการฉีดวิตามินผิวขาว

  • ใช้สารที่ผ่าน อย. เช่น กลูตาไธโอน, วิตามินซี, วิตามินบีรวม
  • ทำโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ ในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
  • ปรับปริมาณวิตามินให้เหมาะสมกับร่างกาย ไม่ฉีดเกินขนาด
  • ผู้เข้ารับการฉีดวิตามินผิวขาวไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้าม เช่น โรคตับ ไต หรือประวัติแพ้รุนแรง

ความเสี่ยงและข้อควรระวังของการฉีดวิตามินผิวขาว

  • การแพ้หรือช็อกอาจเกิดขึ้นทันทีหลังฉีด โดยเฉพาะในคนที่แพ้สารต้านอนุมูลอิสระหรือวิตามินบางชนิด
  • ปัญหาด้านตับและไต เนื่องจากการฉีดวิตามินผิวขาวปริมาณสูงซ้ำบ่อย ๆ อาจเพิ่มภาระการทำงานของตับและไตได้
  • การติดเชื้อ หากสถานที่หรืออุปกรณ์ไม่สะอาดพอ อาจติดเชื้อที่ผิวหนังหรือกระแสเลือดได้
  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร ถ้าหยุดฉีดผิวอาจกลับมาหมองคล้ำ โดยเฉพาะถ้าไม่ป้องกันแดดหรือดูแลผิวต่อ

สรุป

การฉีดวิตามินผิวขาวถือเป็นวิธีช่วยให้ผิวกระจ่างใสโดยทำงานผ่านการยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน เสริมคอลลาเจน และปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จะมากน้อยขึ้นอยู่กับพันธุกรรม การดูแลผิวหลังฉีด และการใช้ชีวิตประจำวัน หากต้องการให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน เราควรฉีดอย่างต่อเนื่องในปริมาณที่เหมาะสม ป้องกันแสงแดด เข้ารับการบำรุงผิวจากทั้งภายในและภายนอก และควรเลือกทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ใช้วิตามินที่ผ่านการรับรอง และปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...