โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

โอนที่ให้ลูก แต่ลูกคนอื่นไม่ยอม ป้องกันมรดกเลือดด้วย "ใบรับรองสติ"

Amarin TV

เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 08.12 น.
ใบรับรองสติ หรือ ใบรับรองสติสัมปชัญญะ คืออะไร ทำที่ไหน ก่อนโอนที่ดิน/ทรัพย์สินให้ลูกคนใดคนหนึ่งทำควรเพื่อป้องกันรอยร้าวในครอบครัว

ใบรับรองสติ หรือ ใบรับรองสติสัมปชัญญะ คืออะไร ทำที่ไหน ก่อนโอนที่ดิน/ทรัพย์สินให้ลูกคนใดคนหนึ่งทำควรเพื่อป้องกันรอยร้าวในครอบครัว

อีกหนึ่งปัญหาสุดคลาสสิกของสังคมไทย กรณี พ่อแม่ต้องการโอนที่ดินหรือทรัพย์สินให้ลูกบางคน อาจเพราะลูกคนนั้นเป็นคนดูแลใกล้ชิด รับผิดชอบค่าใช้จ่าย หรือมีเหตุผลส่วนตัว "อยากยกให้คนนี้" แต่สิ่งที่ตามมาคือ ลูกคนอื่นไม่พอใจ และอาจใช้ช่องทางกฎหมายฟ้องร้องเพิกถอนการโอน ด้วยข้ออ้างว่า

• พ่อแม่ขณะนั้น "ไม่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์"

• หรือ "ถูกบังคับ ข่มขู่ หลอกลวง"

กรณีเช่นนี้ ไม่เพียงทำให้พ่อแม่ที่ตั้งใจทำตามเจตนาของตนเองเสียใจ แต่ยังสร้างรอยร้าวในครอบครัว และอาจทำให้ทรัพย์สินต้องเข้าสู่การต่อสู้ในศาล ซึ่งยืดเยื้อและบั่นทอนความสัมพันธ์

หนึ่งในวิธีที่ช่วยป้องกันปัญหานี้คือ การขอ "ใบรับรองสติสัมปชัญญะ" จากแพทย์ ก่อนการโอนทรัพย์สิน เพื่อยืนยันว่าผู้โอนยังมีความสามารถทางจิตใจและกฎหมายครบถ้วน

ทำไมต้องมีใบรับรองสติ?

ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150

"การใดๆ อันมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามโดยกฎหมาย หรือเป็นการพ้นวิสัย หรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ย่อมเป็นโมฆะ"

และในกรณีของผู้ทำสัญญาหรือโอนทรัพย์สิน หากขณะนั้น ไม่มีสติสัมปชัญญะ หรือไม่เข้าใจผลของการกระทำ สัญญาหรือการโอนอาจถูกตีความว่าเป็นโมฆะได้

ดังนั้น หากลูกคนอื่นต้องการโต้แย้งการโอนที่ดิน ก็สามารถใช้เหตุผลว่า

• พ่อแม่ "เริ่มหลงลืม"

• "ไม่เข้าใจเอกสาร"

• หรือ "ถูกชักจูงให้ลงชื่อ" ซึ่งถ้าไม่มีหลักฐานยืนยัน ศาลอาจพิจารณาว่ามีมูลจริงและเพิกถอนการโอน

ใบรับรองสติสัมปชัญญะ จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยพิสูจน์ว่า

• ผู้โอนเข้าใจสิ่งที่ตนกำลังทำ

• ตัดสินใจโดยเสรี ไม่ถูกบังคับ

• มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน

ใบรับรองสติ คืออะไร

ใบรับรองสติ หรือชื่อที่ใช้จริงในทางการแพทย์คือ “ใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันสติสัมปชัญญะ” ออกโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม มักจะเป็นแพทย์เวชกรรมทั่วไปหรือจิตแพทย์

เอกสารนี้ระบุว่า ผู้โอน

1. มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ (ไม่หลงลืม ไม่สับสนจนไม่เข้าใจการกระทำของตนเอง)

2. เข้าใจวัตถุประสงค์ของการโอน ว่าคือการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือทรัพย์สินให้แก่บุคคลใด

3. สามารถตัดสินใจได้โดยอิสระ ไม่มีการบังคับ ข่มขู่

ทำที่ไหน

• โรงพยาบาลรัฐ : เช่น โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัด

• โรงพยาบาลเอกชน : หลายแห่งมีบริการตรวจและออกใบรับรองแพทย์เรื่องสติสัมปชัญญะ

• คลินิกบางแห่ง : ที่มีแพทย์ประจำและได้รับอนุญาตออกใบรับรองแพทย์

โดยทั่วไป สำนักงานที่ดิน จะไม่ออกใบรับรองเอง แต่จะยอมรับเอกสารจากโรงพยาบาลที่มีตราประทับและลายเซ็นแพทย์

ขั้นตอนการขอใบรับรอง

1. ติดต่อโรงพยาบาล/คลินิก ที่ต้องการใช้บริการ แจ้งว่าต้องการใบรับรองแพทย์เพื่อใช้โอนที่ดิน

2. เข้ารับการตรวจร่างกายและประเมินสติสัมปชัญญะ แพทย์จะถามคำถาม เช่น

• วันนี้วันอะไร

• ท่านชื่ออะไร

• รู้หรือไม่ว่ามาที่โรงพยาบาลเพื่ออะไร

• เข้าใจหรือไม่ว่ากำลังจะโอนทรัพย์สินให้ใคร

3. แพทย์ออกใบรับรอง ระบุข้อความประมาณว่า

• ผู้ตรวจมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์

• เข้าใจวัตถุประสงค์ของการโอนที่ดิน

• ตัดสินใจได้เองโดยสมัครใจ

4. นำใบรับรองไปยื่นที่สำนักงานที่ดิน พร้อมเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์

ข้อดีของการมีใบรับรองสติ

1. ป้องกันการฟ้องเพิกถอน - ลูกอีกฝ่ายจะยกเรื่อง “พ่อแม่ไม่มีสติ” มาฟ้องได้ยาก

2. เป็นหลักฐานชัดเจนในศาล - ศาลมักรับฟังเอกสารที่ออกโดยแพทย์ว่าเป็นกลางและน่าเชื่อถือ

3. ลดความขัดแย้งในครอบครัว - แม้จะไม่ทำให้ลูกทุกคนพอใจ แต่ช่วยยืนยันว่าเป็นเจตนาของพ่อแม่จริง

4. สร้างความสบายใจให้ผู้โอน - ว่าสิ่งที่ตัดสินใจจะได้รับการคุ้มครองในทางกฎหมาย

การโอนที่ดินหรือทรัพย์สินจากพ่อแม่ไปยังลูก เป็นสิทธิของเจ้าของทรัพย์สินโดยตรง แต่เพื่อป้องกันปัญหาลูกคนอื่นไม่พอใจและนำไปฟ้องศาลเพิกถอน การมี ใบรับรองสติสัมปชัญญะ ถือเป็น "เกราะป้องกัน" ที่สำคัญ

• ทำได้ที่โรงพยาบาลรัฐหรือเอกชน

• ใช้ยืนยันว่าผู้โอนมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ เข้าใจผลของการโอน

• เป็นหลักฐานที่ศาลให้ความน่าเชื่อถือสูง

ดังนั้น หากใครกำลังคิดจะโอนทรัพย์สินให้ลูกเพื่อความสบายใจในบั้นปลายชีวิต การขอ ใบรับรองสติ จึงเป็นขั้นตอนที่รัดกุมทั้งในแง่กฎหมายและความสงบสุขของครอบครัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...