โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกร้อนเขย่าโลกใต้ทะเล ปลาที่คุ้นเคยอาจหายไปตลอดกาล

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 21 ส.ค. 2568 เวลา 03.30 น.
“โลกร้อน” กำลังเปลี่ยนถิ่นอาศัยของปลา บางชนิดเพิ่มจำนวน เช่น ซาร์ดีนและทูน่า ขณะที่ค็อดและแมกเคอเรลลดลงหนัก การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลทั้งต่อห่วงโซ่อาหารทะเล เศรษฐกิจประมง และความมั่นคงด้านอาหารโลก อนาคตอาหารทะเลขึ้นอยู่กับการจัดการประมงที่ยืดหยุ่น และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อระบบนิเวศทางทะเลและอุตสาหกรรมประมงทั่วโลก อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นและความเปลี่ยนแปลงของแหล่งอาหารทำให้ปลาหลายชนิดต้องปรับตัว บางสายพันธุ์ได้ประโยชน์ แต่บางชนิดกำลังเผชิญความเสี่ยงรุนแรง ทั้งต่อความหลากหลายทางชีวภาพ อาหารบนโต๊ะ และเศรษฐกิจประมงของประเทศต่างๆ

หนึ่งในผลกระทบสำคัญคือ “ผู้ล่า-เหยื่อ” เมื่อสัตว์นักล่าและเหยื่อไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกันหรือช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้ห่วงโซ่อาหารทะเลปั่นป่วน นอกจากนี้ ปลาหลายชนิดยังต้องเผชิญแรงกดดันจากการทำประมงเกินขนาดและมลพิษ และเมื่อมหาสมุทรร้อนขึ้น ปลาจะพยายามย้ายถิ่นไปหาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่ทุกชนิดที่สามารถย้ายได้ง่าย โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ต้องพึ่งพาถิ่นอาศัยเฉพาะ สำหรับการวางไข่ ผลลัพธ์คือบางประเทศอาจได้โอกาสใหม่ในการประมง ขณะที่บางประเทศอาจสูญเสียทรัพยากรสำคัญ

งานวิจัยล่าสุดคาดการณ์ว่า ภายในปี 2050 อุณหภูมิน้ำรอบสหราชอาณาจักรจะเพิ่มขึ้นราว 1°C หากลดการปล่อยก๊าซได้ระดับปานกลาง แต่หากยังปล่อยต่อเนื่อง ตัวเลขอาจสูงถึง 2–3°C ภายในสิ้นศตวรรษ ขณะเดียวกันแพลงก์ตอนซึ่งเป็นอาหารหลักของปลาอาจลดลงถึง 30%

แบบจำลองคอมพิวเตอร์ที่ศึกษา 17 สายพันธุ์ปลา เช่น แมกเคอเรล ซาร์ดีน ทูน่า และค็อด พบผลลัพธ์ที่หลากหลาย

  • ซาร์ดีน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 10% ในแอตแลนติก

  • แมกเคอเรล มีแนวโน้มลดลง 10–20%

  • ทูน่าครีบน้ำเงิน อาจเพิ่มขึ้น 10% และกลายเป็นโอกาสใหม่ของชาวประมง

  • ค็อดและไซธ์ ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยน้ำเย็นลึก จะเผชิญการลดลง 10–15% ภายในปี 2050 และอาจลดลงถึง 30–40% ภายในสิ้นศตวรรษ

ปัญหาไม่ได้อยู่แค่จำนวนปลา แต่ยังรวมถึงผลต่อห่วงโซ่อาหารทางทะเล ปลาอย่างทูน่าที่เป็นผู้ล่าจะส่งผลต่อชนิดอื่นๆ เช่น แมกเคอเรลและเฮร์ริง รวมถึงสัตว์นักล่าอื่นอย่างโลมา แมวน้ำ และนกทะเล ขณะเดียวกัน ปัญหาการทำประมงเกินขนาดกว่า 24% ในแอตแลนติกตะวันออกเฉียงเหนือยังซ้ำเติมสถานการณ์อีกด้วย

การเปลี่ยนถิ่นอาศัยจากภาวะโลกร้อนจะสร้างความท้าทายใหม่ต่อข้อตกลงการประมงและโควตาที่มีมายาวนาน หากไม่มีการปรับแผนจัดการและใส่ปัจจัยสภาพภูมิอากาศเข้าไปในการประเมินสต็อกปลา ความเสี่ยงที่จะสูญเสียปลาประจำโต๊ะอาหาร เช่น ค็อด จะสูงขึ้น

อนาคตของอาหารทะเลจึงขึ้นอยู่กับ “การบริหารจัดการที่ยืดหยุ่น” และ “การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง” หากทำได้ ทะเลและอุตสาหกรรมประมงยังคงมีอนาคตที่มั่นคง แต่หากไม่ลงมือทันที อาจถึงวันที่เราต้องบอกลาปลาที่คุ้นเคยไปตลอดกาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...