ทำกันได้ลงคอ!! อ้ายแมน พร้อมต้นสังกัด แถลงกรณี ถูกอดีตผู้จัดการโกงเงินค่าตัว
ทำกันได้ลงคอ จากกรณีข่าวช็อกวงการลูกทุ่ง นักร้องหนุ่มเสียงดีแมน ภิสิทธิ์พงษ์ ถูกผู้จัดการส่วนตัวโกงเงินค่าตัวไปหลายล้านบาท ตลอดระยะเวลาจากค่าตัวที่จะได้หลักหมื่น แต่กลับกลายเป็นได้แค่หลักพันต่องาน ล่าสุดเมื่อวานนี้ (27 ก.ย 68) เจ้าตัวพร้อมด้วย ต้นสังกัดของหนุ่มแมน พี่อ้วน จิรศักดิ์ และ พี่เดือน ธันย์ชนก ผู้บริหารค่ายยุ้งข้าวเรคคอร์ด ก็ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงถึงกรณีดังกล่าวถึงแนวทางการจัดการ และชี้แจงข้อเท็จจริงต่าง ๆ
อ้วน จิรศักดิ์ : “ ในส่วนของต้นสังกัดขอแสดงความเสียใจ เรารู้สึกสะเทือนใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เป้าหมายสูงสุดเลย รู้สึกสงสารน้องสงสารอ้ายแมน ในส่วนของต้นสังกัดเราเสียใจมากหลังจากที่เราทราบ ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นการผิดปกติในเรื่องของการเงิน ทาง Bamboo Beat (แบมบูบีท) ของเราก็ทำการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว และมีการไต่สวนสืบสวนต่างๆ เพื่อให้มีพยานหลักฐานให้เพียงพอ จนถึงทุกวันนี้ก็มีเรื่องราวการรวบรวมข้อมูลให้เจ้าหน้าที่เป็นที่เรียบร้อย วันนี้ก็เลยจะมาบอกเรื่องราวที่เกิด ขึ้นว่าสเต็ปต่อไปคืออะไร
ต้องบอกว่าอ้ายแมนสะเทือนใจมาก เราก็แคร์น้องมากและที่สำคัญน้องไม่ได้สะเทือนใจแค่เรื่องของน้องเองเท่านั้น คือน้องแคร์ในเรื่องของร้านต่างๆ ด้วย ลูกค้าต่างๆ ที่มีการติดต่อน้องเข้ามา น้องกลัวว่างานที่รับไว้แล้ว แล้วไม่ได้ลงคิวไว้มันเกิดการผิดพลาด แล้วน้องจะไม่ได้ขึ้นงานนั้น เดี๋ยวร้านจะเสียหาย แฟนๆ ที่ไปรอก็จะรู้สึกว่าไม่ได้ขึ้น น้องก็จะแคร์ส่วนนี้มาก
ส่วนอดีตของพนักงานท่านนี้ก็อยู่ในระบบของการตรวจสอบถูกต้องตามกฎหมายที่กำลังดำเนินการอยู่ส่วน เราต้องการบอกว่าร้านต่างๆ ที่มีการติดต่อน้องเข้ามาแล้วไม่ต้องตกใจ คือแม่เดือนได้ดูแลแล้วตอนนี้ประมาณ 90% ไล่เคลียร์ร้านต่างๆ ทั้งที่มีการโอนเงินแล้ว หรือในการรับงานต่อๆไป อันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่เราจะมาแถลงข่าวเพื่อให้ได้ทราบทั่วกัน ก็เป็นการเตือนร้านต่างๆ ว่าที่เห็นข่าวแล้วก็สามารถรีเช็คกลับมาได้ที่แม่เดือนเลย แม่เดือนจะเป็นผู้ดูแลต่อจากนี้ให้
ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวที่เป็นข่าวคือเรื่องจริงมีการผิดพลาดทางการเงิน มีความไม่ถูกต้องในการโอนเงินระหว่างร้านและอดีตผู้จัดการคนนี้ จุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นเหตุการณ์นี้ขึ้นประมาณเดือนนึง”
แม่เดือน ธันย์ชนก : “คือผิดสังเกตเพราะเขาไม่มีใบเสนอราคา แต่ละร้านราคาไม่เท่ากัน บางร้าน 40,000 บางร้าน 70,000 บางร้าน 90,000 คือราคาไม่มีมาตรฐาน แต่จริงๆ แล้วระบบบริษัทมีมาตรฐานอยู่
แล้วราคา 40,000 นี้น้องจะได้แค่หลักพันเอง เพราะมันจะมีค่าวง ก็จะปาไปแล้ว 20,000 กว่า ค่ารถตู้ 10,000 – 20,000 ถึงตัวน้องแค่หลักพัน ซึ่งที่ผ่านมาตัวน้องเองก็รับหมดเลยไม่เคยรู้สึกว่ามีความผิดปกติ เพราะว่าก่อนหน้านั้น ก่อนจะมาเป็นอ้ายแมน ปลายฟ้า ทุกวันนี้ เขาได้แค่คืนละ 1000- 2000
พอตอนนี้ ได้ 4000 – 5000 ก็โอเคแล้ว เขาก็ไม่คิดอะไรก็แค่ทำงานอย่างเดียว คือจนเรียกมาคุยกัน เขาถึงรู้ว่ายังไง ซึ่งที่ผ่านมาเขาไม่รู้ราคาของตัวเองด้วย เขารู้แค่ว่าทุกอย่างเป็นไปตามบริษัทแล้วก็มีใบเสนอราคา มีการโอนเงิน ซึ่งตอนเนี่ยมันไม่มี ก็เลยเรียกเขามาคุย ซึ่งมันเป็นจุดเกิดเหตุ ก็เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน เรทราคาน้องจริงๆ ไปพร้อมพร้อมวงจะ 75,000 ไม่รวมภาษี ไม่รวมเดินทางไม่รวมที่พัก ไม่รวมอาหาร ซึ่งเมื่อก่อนน้องน้องคนเดียวก็ 50,000 ซึ่งราคา 40,000 จะเป็นไปไม่ได้เลย แล้วถ้า 40,000 ต้องแบ่งให้วงด้วย ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้ คือเหมือนเล่นฟรีอ่ะ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”
แล้วราคา 75,000 บาท ถึงน้องประมาณเท่าไหร่?
แม่เดือน ธันย์ชนก : “คือมันต้องเป็นไปตามระบบคือหักตามระบบ เขาจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นยังไง มันจะมีระบบของการทำงาน คือน้องจะรู้ระบบส่วนแบ่ง แต่น้องจะไม่รู้ว่าราคาตั้งเขาเท่าไหร่”
อ้วน จิรศักดิ์ : “น้องเขาไม่ค่อยสนใจเรื่องการเงินทั้งสิ้น คิดว่าแล้วแต่ร้านนี้ให้ ร้านนั้นให้ เขาคิดไว้แบบนี้ คือในอดีตอ่ะมันเป็นแบบนั้น”
ความรู้สึกของอ้ายแมนหลังจากที่รู้เป็นยังไงบ้าง?
อ้ายแมน: “ก็ตกใจอยู่เหมือนกันครับไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริง คือเท่าที่ตัวเองได้รับรู้ข่าวสารมาก็จะเป็นความรู้สึกเดียวกัน คือผมไม่ได้โฟกัสในเรื่องอื่นๆ นอกจากบนเวทีอันนี้คือความจริงมากๆ ไม่รู้ว่าตัวเลขจะเป็นยังไง เราก็คิดแค่ว่าทุกวันนี้มันดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากๆ อยู่ในจุดที่ผมเคยไปเล่นกีต้าร์ตามร้านอาหารต่างๆ ได้รับค่าแรงหลักร้อยต่อคืน
แต่ทุกวันนี้เรามีค่าแรงที่มันเพิ่มมากขึ้น อีกอย่างเรามีเงินติ๊บหน้าเวทีที่มันเพิ่มขึ้น คือการใช้เงินติ๊บอ่ะ มันอาจจะฟังดูเลวร้าย แต่ว่าในความรู้สึกผม ก็คือมันโอเคมากๆ มันดีมากๆ แล้วมันสามารถดูแลคนรอบข้างเราได้ด้วย อันนี้คือจุดที่หลายคนเป็นห่วง แต่เราไม่อยากให้เป็นห่วง เพราะว่าอย่างน้อยเงินติ๊บมันก็พอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวและตัวเองได้
ส่วนเรื่องรายละเอียดตัวเลขอะไรต่างๆ ผมไม่ได้โฟกัสเลย มันอาจจะเลวร้ายกว่านี้ ถ้าผมตัวคนเดียว ก็ต้องขอขอบคุณทางบริษัทเวิร์คพอยท์มากๆ ที่มาดูแลในเรื่องของกฎหมายและในเรื่องของรายละเอียดต่างๆ”
ที่ผ่านมาเราไม่เอะใจเหรอว่าทำไมเราถึงได้ค่าตัวแค่ 2,000- 3,000 ?
อ้ายแมน : “คือมันก็เอะใจนิดๆ แต่เราก็ไม่ได้คิดว่ามันจะต้องได้เยอะกว่านี้สิ เราก็ไม่ได้คิดเลย แค่คิดว่าค่าใช้จ่ายเราเยอะ คือมันมีทั้งค่าเดินทาง ทั้งค่าอะไรต่างๆ เราก็คิดไปแบบนี้มากกว่า เราตัดจุดโฟกัสตรงนี้ไปเลยครับ”
แล้วได้คุยกับอดีตผู้จัดการไหมว่าทำอะไรไปมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?
อ้ายแมน: “คือไม่ได้ถามรายละเอียดเลย ผมก็แค่บอกในมุมน้องชายคนหนึ่ง เอาจริงๆ ผมได้รับการดูแลจากเขาดีมากไม่ว่าจะการดูแลเสื้อผ้าหน้าผมเขาจะดูแลดีมาก และก็ทำให้เราอุ่นใจที่มีคนดูแลในเรื่องนี้ ก็รักเลยครับ ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็นั่นแหละเกิดจากความไว้ใจความรักของเราด้วย แต่พอในมุมที่เราต้องมาพูดกัน ผมก็พูดในมุมของน้องชายว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในมุมของน้องชาย ผมรักพี่มากก็จะพูดประมาณนี้”
เราเคยคิดมาก่อนไหม เรากำลังเปล่งประกายเป็นดาวดวงใหม่ แต่ก็มาเจอเหตุการณ์แบบนี้?
อ้ายแมน: “ก็มีพี่ๆ ศิลปินที่เขาแนะนำว่า เดี๋ยวจะมีสักวันนะ ที่ต้องเจอเหตุการณ์อะไรสักอย่างนึง แต่ไม่ได้คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้แล้วก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเองในช่วงที่มันก็ถือว่าเป็นช่วงเริ่มต้นของผมด้วยครับ คือมันเร็วมากครับ แต่ว่าพอมันเกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นความโชคดีมากๆ ที่ผมไม่ได้ตัวคนเดียว คือต้องย้ำคำนี้บ่อยหน่อยเพราะว่าต้องขอขอบคุณทางบริษัทเวิร์คพอยท์จริงๆ ที่มีคนมาช่วยดูแลในเรื่องนี้ เพราะถ้าไม่มีใครเลย ผมว่ามันน่าจะเลวร้ายกว่านี้มาก บางทีมันอาจจะกระทบถึงร้านถึงต้นทางที่เขาจ้างเรา เพราะว่าเราไม่สามารถคอนโทรลได้แน่นอนถ้าตัวคนเดียว”
แล้วทางร้านมีติดต่อมาไหมหลังทราบข่าว?
แม่เดือน : “ส่วนมากก็มีติดต่อมาเหมือนว่าเขาวางเงินมัดจำไปหมดแล้ว คือเราก็ต้องไปนะคะ แม้ว่าจะด้วยราคา 40,000 เราก็ต้องไป แต่เราก็จะบอกร้านว่า ครั้งหน้าราคานี้ก็จะไม่ได้แล้ว แต่ที่ผ่านมาก็เขาบอกว่า เขาก็เอ๊ะแหละว่าทำไมมันถูกจัง ส่วนถามว่าความเสียหายเท่าไหร่ บอกมูลค่าไม่ได้เพราะว่ามันเป็นเรื่องของกฎหมาย เพราะว่าเขากำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ จำนวนใกล้เคียงกับที่เป็นข่าวไหม ก็ประมาณนั้นเลยค่ะ คือเขารับงานล่วงหน้าไปหมดแล้ว คือตอนเนี่ย คิวไปถึงเมษายนปีหน้า คือเต็มหมดแล้ว”
อ้วน จิรศักดิ์ : “แล้วความผิดปกติของการเงินก็คือช่วงปลายสิงหาคม พออ้ายแมนขึ้นคิวปุ๊บ คือไม่ต้องสืบอะไรเลย เพราะคิวที่น้องขึ้นบอร์ดปุ๊บ เราไล่เช็คกับบริษัทเท่านั้นแหละ อย่างสมมุติว่าจำนวนงาน 10 งาน แต่มีเข้าบริษัทมา 2 งานหรือ 3 งาน คือมันไม่ต้องสืบตรงอื่นแล้ว ก็คือไล่เลียงหาว่าเส้นทางเงินไปไหน ทางบริษัทก็ได้ดำเนินหาแล้วเป็นที่เรียบร้อย คือมันชัดเจนมากถึงขั้นนั้นเลย”
แม่เดือน : “ถามว่าเส้นทางการเงินหายไปไหนคุยกับเขาแล้วแต่เขาไม่ตอบ เขาไม่พูดอะไรเลย คือผู้จัดการคนเก่าอ่ะ เขาจะอ้างว่า วงเขาก็จะจ่ายวงไปเลยก้อนนึง ค่ารถตู้ก็จ่ายไปเลยก้อนนึงที่เหลือเท่าไหร่ก็ให้น้อง บางทีจ่ายค่ารถตู้ไปก็ไม่มีเงินให้วง น้องก็ต้องไปเอาเงินให้วงต่อ แล้วน้องได้เท่าไหร่ก็เท่ากัน อย่างที่เขาพูดก่อนหน้านั้นน่ะ เขาเคยได้หลักร้อย พอเขาได้เป็นพัน เขาก็รู้สึกว่ามันดีแล้ว พอเรียกมาคุยวันนั้น เขาก็ยังไม่รู้เรื่องนะ แล้วเขาก็ไม่ได้เชื่อนะ เขาก็ขอดูใบทั้งหมดว่าร้านไหนราคาเท่าไหร่ พอเขาดูอ่ะ เอาจริงๆ เขาน้ำตาคลอเลย คือเขาไม่คิดเลยว่าราคาเขาจะแค่นี้ 40,000 , 30,000 หรือ 20,000 ก็มี เขาไม่คิดเลย”
อ้ายแมน : “ก็คือตกใจครับ คือตัวเลขราคามันไม่เท่ากัน ก็มีเอ๊ะในใจแหละว่าสรุปราคามาตรฐานเราเท่าไหร่ สำหรับเรื่องเนี่ย ผมว่ามันเป็นพลังบวกด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าหลายคนที่กำลังรับชมตอนนี้เขาทราบข่าวมาสักพัก แต่หน้าเวทีก็ยังเหมือนเดิมคนก็ยังไปให้กำลังใจมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ จากที่เคยเล่นคอนเสิร์ตมา คือผมว่ามันเป็นผลบวกกับตัวเองทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น เราก็จะได้รับรู้ว่ามีคนรักเรามากขนาดนี้ด้วย ไม่ค่อยคิดในเรื่องที่มันสร้างพลังงานลบให้กับตัวเองสักเท่าไหร่”
ผู้จัดการคนนี้เป็นผู้จัดการที่ดูแลอ้ายแมนมาอยู่แล้วหรือเป็นผู้จัดการที่ทางค่ายหาให้?
อ้วน จิรศักดิ์ : “คือตั้งแต่ที่น้องมาร้องไมค์ทองคำ แล้วก็มาเป็นไมค์หมดหนี้ พอช่วงไมค์หมดหนี้ที่จบลงจากเวที แล้วเราก็ได้หาผู้จัดการมาดูแลน้อง ก็เรียกได้ว่าเป็นคนแรกของน้อง อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่จบจากไมค์หมดหนี้ แล้วก็ดูแลน้องมาเรื่อยๆ ซึ่งน้องเขาเป็นคนดีอัธยาศัยดีทุกอย่าง มันไม่มีจุดที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้เลย”
ผู้จัดการคนนี้ถือเป็นคนที่ตัดสายสะดือไหม?
อ้วน จิรศักดิ์ : “ก็เรียกว่าใกล้ชิดที่สุดแต่ไม่ได้ถึงขั้นตัดสายสะดือ คนที่ตัดสายสะดือคือแม่เดือน”
อ้ายแมน: “เขาจะเป็นคนที่ใกล้ชิดมากที่สุด อยู่ด้วยกันมาตลอด ก็คุยกันเกือบทุกเรื่องแต่ยกเว้นเรื่องเงินนี่แหละครับ คือเอาจริงๆ อ่ะผมเคยถามนะว่างานนี้เราไปไหนได้เท่าไหร่ เขาก็บอกคร่าวๆแต่ไม่ได้คุยนะว่าสเตทเม้นท์เป็นยังไง รายละเอียดต้องแบ่งอะไรบ้าง แต่คือเขาจะแจกแจงว่าค่าใช้จ่ายว่าค่ารถเท่านี้ ค่าวงเท่านี้ แต่เข้าเราเท่าไหร่มันก็เท่านั้นครับ”
แต่เรื่องค่าตัวบริษัทกับผู้จัดการรู้ใช่ไหมว่าเรทของน้องได้เท่าไหร่?
อ้วน จิรศักดิ์ : “คือรู้ครับ รู้อยู่แล้วเพราะว่าตกลงกันที่ชัดเจนน้องมีเรทการ์ดอยู่แล้ว กับอดีตผู้จัดการคนเนี่ยก็คือจะมีเรทการ์ดอยู่แล้ว คือทำแบบมีเรทการ์ดปกติตั้งแต่แรกเริ่มต้น แล้วเพิ่งจะพบความผิดปกติเนี่ยปลายเดือนสิงหาคม ผิดปกติในเรื่องนี้ พอผิดปุ๊บเราก็เช็คเลยว่าทำไมมันหายไป แต่ที่ผ่านมาก็คือเป็นปกติ”
แม่เดือน : “คือเราก็อยากรู้ว่า ทำไมมันไม่มีใบ คือปกติแล้วในนามบริษัท พนักงานไม่สามารถรับเงินจากลูกค้าได้นี่คือเป็นกฎของผู้จัดการอยู่แล้ว แล้วแบบนี้พอมันไม่ผ่านบริษัทปุ๊บ แล้วเงินมันหายไปไหน ซึ่งเขารับเข้าส่วนตัวหมดเลย คือตอนแรกอ่ะเขาไม่ยอมรับ เขาก็บอกว่าผ่านบริษัท คือทำยังไงเขาก็ไม่ยอมรับ คือเขานิ่งเงียบไม่พูดอะไรก็เลยทำอะไรไม่ได้ ก็เลยให้อ้ายแมนเขาบอกว่า ใครมีปัญหาให้โทรไปที่เบอร์นี้”
อ้วน จิรศักดิ์ : “ตอนนี้ก็จะเป็นสองระบบ ระบบแรกก็คือเนื่องจาก อดีตผู้จัดการคนนี้เป็นพนักงานที่เราจ้างมา เราก็ต้องยอมรับผิดตรงนี้ แล้วทางHRกับฝ่ายกฎหมาย เราก็ได้มีการไต่สวนในเบื้องต้น แล้วก็นำส่งดำเนินคดี ตอนนี้ก็อยู่ในส่วนของการดำเนินคดี ตอนนี้เขาพ้นสภาพพนักงาน สิ้นสุดไปตั้งแต่เมื่อประมาณ 2สัปดาห์ที่แล้ว แล้วคือสิ้นสุดตั้งแต่ตอนนั้น แต่เราไม่อยากให้เป็นข่าวมากเพราะว่ากลัวร้านต่างๆ คือพอดีว่าคอนเน็คชั่นอยู่กับน้องเขาทั้งหมด คือพูดง่ายๆ ถ้าเขารู้แล้วว่าเขาผิด เขาเอามือถือโยนลงน้ำ ผมจบเลย คือทุกอย่างเป็นศูนย์ทัวร์ลงอ้ายแมนมหาศาล เราก็จะเทคแคร์น้องแล้วเราก็จะเทคแคร์ร้าน ดังนั้นเราก็จะค่อยค่อยเก็บ เพื่อที่เราจะได้เก็บเกือบทุกร้านแบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น”
คือหลังจากที่เป็นข่าว พี่ๆ ศิลปินออกมาเทคแอ็คชั่นเยอะมาก?
อ้ายแมน: “จริงๆ ก็หลายคนอยู่ครับ ในช่วงใกล้ๆ กันเลย พี่ก้อง พี่เบิ้ล ก็เยอะครับ พี่ๆ ศิลปินก็เข้ามาให้กำลังใจ ด้วยความสนิทด้วย เขาก็ไม่คิดว่าจะเจอกับเราเร็วขนาดนี้ ส่วนมากเขาก็ให้กำลังใจ เขาก็บอกว่าทำไมเรื่องใหญ่ขนาดนี้ไม่บอก”
น้าที่อะไรที่ผู้ชายคนนี้จะต้องคุยกัน แต่ถ้าในเรื่องอื่นๆ เราสามารถคุยกันได้ในมุมของพี่ชายแล้วก็น้องชาย ผมยังยืนยันว่าผมยังรักเขาเหมือนเดิมเหมือนพี่ชายเหมือนเดิมครับ ก็ไม่โกรธไม่เกลียด เพราะว่าระหว่างทางมีความสุขมากๆ”
แล้วในนามบริษัทจะดำเนินคดียังไง?
แม่เดือน: “ในตามกฏหมายเลย ในมุมบริษัทก็จะเยียวยาน้องอยู่แล้ว แล้วร้านที่เขาจ้างมาในราคา 40,000 น้องก็ต้องขึ้น ก็คุยกับน้องแล้ว น้องก็จะยอม ส่วนที่เขาโอนมาแล้วเสียมาแล้ว เราก็ชดใช้เยียวยา แต่ตอนนี้คิวถึงปี 2570 แล้วนะ สายมาตรึม”