“สาวเครือฟ้า” บทประพันธ์ปลายยุค ร.5 ที่สร้างภาพจำบิดเบือนของสาวชาวเหนือ
บทละครร้องเรื่องสาวเครือฟ้า บทประพันธ์ปลายยุค ร.5 ที่สร้างภาพจำบิดเบือนของสาวชาวเหนือ
สาวชาวเหนือหน้าตาสะสวย เรียบร้อย กิริยางดงามอ่อนช้อย ใสซื่อ บริสุทธิ์ ไม่ประสีประสาเรื่องความรัก ทั้งยังอ่อนต่อโลก เป็นภาพจำที่เรารับรู้ผ่านนิยาย ละคร และภาพยนตร์หลายเรื่อง ซึ่งไม่ว่าจะเรื่องไหน ล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องสาวเครือฟ้าแทบทั้งสิ้น
ชานันท์ ยอดหงษ์ เล่าเรื่องสาวเครือฟ้าไว้ในผลงานเล่มล่าสุด “ประวัติศาสตร์ที่เพศสร้าง” (สำนักพิมพ์มติชน) ไว้ตอนหนึ่งว่า
รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ยุคที่ล้านนายังขึ้นกับสยาม มีเจ้านายสตรีล้านนาสมรสกับเชื้อพระวงศ์และข้าราชการชั้นสูงของกรุงเทพฯ หลายคู่
หนึ่งในนั้นคือ เจ้าดารารัศมี พระธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ผู้ครองเมืองเชียงใหม่ ที่เป็นหนึ่งในพระภรรยาเจ้าในรัชกาลที่ 5
ช่วงเวลาที่เจ้าดารารัศมีประทับอยู่ในราชสำนักสยาม มีบทประพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับเมืองเหนืออยู่เรื่องหนึ่ง คือ ละครร้องเรื่อง “สาวเครือฟ้า” โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ซึ่งดัดแปลงจากอุปรากรเรื่อง “Madama Butterfly” ของ จาโกโม ปุชชีนี (Giacomo Puccini) คีตกวีชาวอิตาลี ที่มีโครงเรื่องจากเรื่องสั้น “Madame Butterfly” โดย จอห์น ลูเธอร์ ลอง (John Luther Long) นักเขียนชาวอเมริกันอีกทอดหนึ่ง
เมื่อครั้งรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2450 พระองค์ทอดพระเนตรอุปรากรเรื่อง Madama Butterfly ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และทรงจดบันทึกเรื่องราวไว้อย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง
หลังจากพระองค์เสด็จนิวัติสยาม ก็ทรงเล่าเรื่องนี้พระราชทานแก่กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์
จากนั้น กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ทรงดัดแปลงเป็นบทละครร้องเรื่องสาวเครือฟ้า และทรงดัดแปลงฉากและตัวละครให้เข้ากับความเป็นสยาม เช่น เปลี่ยนฉากจากญี่ปุ่นเป็นเชียงใหม่ เปลี่ยนนางเอกจากหญิงชาวญี่ปุ่นเป็นหญิงล้านนา นามว่า “เครือฟ้า” เปลี่ยนพระเอกจากนายทหารเรืออเมริกันเป็น “ร้อยตรีพร้อม” ทหารหนุ่มจากกรุงเทพฯ
จากนั้นมีการจัดการแสดงละครร้องสาวเครือฟ้าถวายเฉพาะพระพักตร์ ณ โรงละครปรีดาลัย เมื่อ พ.ศ. 2452 ซึ่งเจ้าดารารัศมีได้ทรงช่วยเหลือเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม ดนตรีรำฟ้อน ให้สมจริง มีส่วนให้การแสดงประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม
สาวเครือฟ้าเล่าเรื่องหญิงสาวชาวเชียงใหม่ที่ชอกช้ำจากชายคนรัก ซึ่งเป็นข้าราชการจากกรุงเทพฯ จนต้องเชือดคอถึงแก่ชีวิต ด้วยเรื่องราวความรักที่โศกเศร้าสะเทือนใจนี้เอง ทำให้มีการผลิตเรื่องของสาวเครือฟ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างภาพยนตร์เรื่อง สาวเครือฟ้า (พ.ศ. 2496) ลูกเครือฟ้า (พ.ศ. 2498) ปีศาจเครือฟ้า (พ.ศ. 2503) เป็นต้น
โครงเรื่องแบบสาวเครือฟ้า กลายเป็นต้นแบบของละครและการแสดงในอุตสาหกรรมบันเทิงหลายเรื่อง ที่นำเสนอภาพสาวเมืองเหนือในชุดท้องถิ่น จริตจะก้านแช่มช้อย อ่อนหวาน ใสซื่อ เปราะบาง หลอกง่าย บูชาความรัก ส่วนพระเอกเป็นหนุ่มเมืองกรุงทันสมัย หลายคนจบเมืองนอก
ชานันท์ ระบุในหนังสือ “ประวัติศาสตร์ที่เพศสร้าง” อีกว่า บรรดานิยาย นิทาน ละคร และภาพยนตร์ ว่าด้วย “เมืองเหนือ” จึงเป็นอีกภาพตัวแทน (Representation) ให้อดีตรัฐจารีตล้านนาและเมืองเหนืออ้างอิงกับอำนาจรวมศูนย์กรุงเทพฯ
เป็นอีกการสร้างชุดความหมายอัตลักษณ์จากกระบวนการเลือกเฟ้นคุณลักษณ์บางประการ นำมาเรียบเรียง ขับเน้น และพร่าเลือนคุณลักษณ์บางอย่างแล้วก็นำเสนอใหม่
“ความหมายในภาพตัวแทนจึงมีมายาคติจากสายตาของผู้สร้าง และเมื่อมีการผลิตซ้ำบ่อยๆ เข้า ทั้งคนในวัฒนธรรมและนอกวัฒนธรรมก็อาจหลงเชื่ออย่างไม่รู้ตัว คิดว่านั่นเป็นลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมายาวนาน” ชานันท์ สรุป
อ่านเพิ่มเติม :
- “ตำหนักเจ้าดารารัศมี” ในพระบรมมหาราชวัง หน้าตาเป็นอย่างไร
- เหตุใดรัชกาลที่ 5 ตรัสถึงเจ้าดารารัศมีว่า “ฉันผิดไปเสียแล้ว ลูกเขาควรจะเป็นเจ้าฟ้า แต่ฉันลืมตั้งจึงตาย”
- เจ้าดารารัศมี พระภรรยาเจ้าในรัชกาลที่ 5 สิ้นพระชนม์ด้วยสาเหตุใด?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ชานันท์ ยอดหงษ์. ประวัติศาสตร์ที่เพศสร้าง. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน, 2568. สั่งซื้อหนังสือเล่มนี้จากเว็บไซต์สำนักพิมพ์มติชนได้ที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 ตุลาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สาวเครือฟ้า” บทประพันธ์ปลายยุค ร.5 ที่สร้างภาพจำบิดเบือนของสาวชาวเหนือ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com