“สิริพงศ์” ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ก่อนเริ่มงานโฆษกรบ. ระบุ เน้นสื่อสารตรงประเด็น-รวดเร็ว ส่วนปมชายแดนต้องคัดกรอง ลั่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐสิทธิ์เหมือนเดิมทุกอย่าง
“สิริพงศ์” ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ก่อนเริ่มงานโฆษกรบ. ระบุ เน้นสื่อสารตรงประเด็น-รวดเร็ว ส่วนปมชายแดนต้องคัดกรอง ประสานโฆษก กต.-กห. ลั่น ไม่มีอ่อนข้อแน่นอน พร้อมระบุ หลังร่างรธน.ผ่านวาระ 2 ต้องประชาสัมพันธ์เข้มข้น บอก ไม่ยากทำความเข้าใจ แม้ทำประชามติหลายเรื่อง แค่อาจเสียเวลาในคูหา เหตุปชช.ต้องใช้วิจารณญาณ พร้อมแจง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐสิทธิ์เหมือนเดิมทุกอย่าง
วันที่ 1 ต.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตา ยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นสิริมงคล ในโอกาสเข้าปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างเป็นทางการ พร้อมถ่ายภาพกับครอบครัวที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า
นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า การทำหน้าที่ของโฆษกรัฐบาลมีหน้าที่นำเสนอนโยบายรัฐบาลที่เป็นภาษาทางการ หรือ ศัพท์เทคนิคที่ค่อนข้างเข้าใจยากให้สื่อสารให้ประชาชนเข้าใจได้ ตรงประเด็นให้ได้มากที่สุด เพื่อให้การดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ไขว้เขว หากในการสื่อสารมีคนพูดหลายคนอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจที่แตกต่างและคลาดเคลื่อนกันบ้าง เราต้องมีหน้าที่ หากข่าวใดผิดเราต้องแก้ไขให้ถูกต้องและนำเสนอข่าวที่ถูกต้องให้กับประชาชนทราบ
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ส่วนการชี้แจงและตอบโต้ในกรณีชายแดนไทย-กัมพูชานั้น ตนเป็นคนชายแดนต้องสื่อสารให้ตรงไปตรงมา แต่ประเด็นที่สำคัญในการสื่อสารสำหรับสถานการณ์ชายแดนจำเป็นจะต้องมีการคัดกรองข่าว อย่างกรณีที่กัมพูชาออกมากระทำการยั่วยุเพื่อให้ฝ่ายไทยโต้ตอบนั้น ทุกอย่างแล้วแต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่เมื่อสถานการณ์ตึงเครียด จำเป็นจะต้องสื่อสารกับประชาชนโดยเร็ว แต่การทำงานของโฆษกคณะนี้มีความตั้งใจว่ากระทรวงที่มีส่วนในการสื่อสาร เช่นกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม จะต้องขอให้ทางทีมโฆษกของแต่ละกระทรวงทำงานใกล้ชิดกับโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อการสื่อสารที่รวดเร็วและตรงประเด็น ส่วนเรื่องกลยุทธ์การสื่อสารนั้น จะต้องรวดเร็วและตรงประเด็น เนื่องจากทราบว่าความล่าช้าในอดีตที่ผ่านมาอาจจะทำให้ประชาชนมีความไม่เข้าใจ และการสื่อสารที่ไม่เป็นทางการอาจจะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนและความกังวลใจ เราจะเอาบทเรียนเหล่านั้นจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมามาปรับปรุงในการสื่อสารเชิงรุกให้มากขึ้น
เมื่อถามว่า มองว่าระยะเวลา 4 เดือนเพียงพอในการแก้ไขปัญหาชายแดนหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ปัจจัยไม่ได้อยู่ที่เราคนเดียว แต่อยู่ที่กัมพูชาด้วย นายกรัฐมนตรีมีเจตนาที่หนักแน่นว่าสถานการณ์ชายแดนจะไม่มีการเริ่มเจรจาเปิดด่านจนกว่ากัมพูชาจะถอนกำลัง และตนเชื่อว่ามาตรการ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงกลาโหมหรือกระทรวงการต่างประเทศทุกอย่างที่ดำเนินการอยู่ก็หวังจะกดดันให้กัมพูชาถอนกำลังโดยเร็วและสถานการณ์เป็นปกติโดยเร็ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ และแนวทางของรัฐบาลไทยคือ ไม่ยอมที่จะอ่อนข้อให้กับเขาอย่างแน่นอน
นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา (ศบ.ทก.) จะยังคงมีอยู่ซึ่งเป็นคณะทำงานชุดเดิม
นายสิริพงศ์ กล่าวถึงการทำความเข้าใจเรื่องการทำประชามติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เมื่อมีร่างรัฐธรรมนูญเข้าสภาแล้ว ต้องมาดูว่าสภารับร่างไหนมาพิจารณาบ้าง เมื่อรับมาพิจารณาแล้วทิศทางของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเป็นอย่างไร สุดท้ายต้องรอ กมธ.ออกมาก่อนว่าไฟนอลเป็นอย่างไร เพื่อที่จะประชาชนจะได้มีความเข้าใจที่ตรงกัน ไม่สับสน แต่หากเรารวมทุกร่าง แนวทางอาจจะไปคนละแนวทาง ทั้งนี้ เมื่อผ่านวาระ 1 และ 2 แล้วจะต้องมีการประชาสัมพันธ์อย่างเข้มข้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำประชามติที่มีหลายเรื่อง อาจเกิดความสับสน จะสื่อสารกับประชาชนอย่างไร นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตรงไปตรงมา เพราะในบัตรเลือกตั้ง สส.ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต เบอร์ไม่ตรงกันอยู่แล้ว ส่วนประชามติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมี 2 ข้อ ส่วนการยกเลิกเอ็มโอยูจะมีคำถาม 1 ข้อต่างหาก ตนคิดว่าอาจไม่เป็นการยากลำบากขนาดนั้นที่จะทำความเข้าใจ แต่อาจจะเสียเวลาตอนเข้าคูหา เพราะมีหลายคำถามที่ประชาชนจะต้องใช้วิจารณญาณ แต่เมื่อถึงเวลาแล้ว พอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดอะไรขึ้นมาก็จะมีการสื่อสารกันไป เช่น ลักษณะบัตร สีของบัตร เป็นแบบไหน ต้องรอ กกต.เป็นผู้กำหนด
นายสิริพงศ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถถอนเงินสดได้หรือไม่ว่า โครงการนี้ที่รัฐบาลจะเพิ่มเงินให้ 850 บาท 2 เดือน รวม 1,700 บาท ซึ่งสิทธิประโยชน์เป็นไปตามเดิมทุกประการ ไม่มีอะไรเปลี่ยน เคยทำอะไรได้ก็ทำได้เหมือนเดิม หากถอนเงินสดได้ก็ถอน หากถอนไม่ได้ก็ไม่ได้