ว่าที่ รมช.คลัง ห่วง เงินบาท แข็งค่าหนัก ชี้ ธปท.ต้องเร่งแสดงฝีมือ
วรภัค ว่าที่ รมช.คลัง ชี้ปัญหา เงินบาท แข็งค่า สวนทางกับเงินด่องของเวียดนาม อาจเป็นอุปสรรคต่อส่งออกและท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2568นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ในขณะที่เงินด่องของเวียดนามสวนทางกับเรา คือค่าเงินอ่อนลงในรอบปีที่ผ่านมา ธปท.ต้องแสดงฝีมือบ้างแล้วครับ ไม่อย่างนั้น ทั้งส่งออกและท่องเที่ยวของเราเหนื่อยครับ"
โดยเมื่อช่วงเช้าค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.68 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.82 บาทต่อดอลลาร์ Krungthai GLOBAL MARKETS เผยว่า ยอมรับว่า เงินบาท (USDTHB) ได้แข็งค่าขึ้น มากกว่าที่เราประเมินไว้ในตอนแรก (กรอบล่างของทั้งสัปดาห์ 31.85 บาทต่อดอลลาร์) หลังเงินดอลลาร์ ยังคงทยอยอ่อนค่าลง พร้อมกับการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ ตามการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด
อย่างไรก็ดีเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2568 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นประมาณ 7% อยู่ในกลุ่มนำเงินสกุลเงินภูมิภาค โดยการเคลื่อนไหวแข็งค่าของสกุลเงินภูมิภาคและค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา เป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ สหรัฐฯ จากการที่ผู้ร่วมตลาดคาดการณ์ว่าการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีแนวโน้มจะผ่อนคลายมากขึ้น ขณะที่เงินบาทได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง
ในระยะถัดไป ตลาดการเงินยังมีความไม่แน่นอนสูง โดย ธปท. ยังคงติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดและเข้าดูแลความผันผวนของค่าเงินเพื่อลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ ธปท. อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการในการลดผลกระทบจากราคาทองคำต่อค่าเงินบาท ทั้งนี้ ภาคเอกชนควรพิจารณาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดการเงิน