โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สื่อนอก จับตาคำตัดสิน คดีแพทองธาร ชี้ ชินวัตรจบแล้ว มองไทยติดหล่ม 2 ทศวรรษ

Thaiger

อัพเดต 29 ส.ค. 2568 เวลา 14.34 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 07.14 น. • Thaiger ข่าวไทย

สื่อต่างประเทศ จับตาคำตัดสินคดี “แพทองธาร ชินวัตร” อย่างใกล้ชิด ชี้เป็นคดีการเมือง ไม่ใช่เรื่องกฎหมาย พร้อมฟันธงชินวัตรจบสิ้นแล้ว

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังนับถอยหลังสู่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีของนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สื่อต่างประเทศและนักวิเคราะห์นานาชาติต่างจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยนำเสนอแง่มุมและบทวิเคราะห์ที่เข้มข้น ชี้ว่านี่คืออีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ “การเมืองของตระกูลชินวัตร” และอาจผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่ความวุ่นวายทางการเมืองระลอกใหม่

นักวิเคราะห์ชี้ แบรนด์ชินวัตรจบแล้ว

ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างหนักแน่นคือสถานะของตระกูลชินวัตรในทางการเมือง ณพล จาตุศรีพิทักษ์ นักวิชาการจากสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak ในสิงคโปร์ ให้ทรรศนะไว้อย่างน่าสนใจว่า “ผมคิดว่าแบรนด์ชินวัตรจบสิ้นแล้ว” โดยให้เหตุผลว่าความล้มเหลวของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในการทำตามนโยบายเศรษฐกิจ และภาวะผู้นำของ น.ส.แพทองธาร ที่ถูกมองว่า “อ่อนต่อโลก” จากกรณีคลิปเสียงที่หลุดออกมา ได้บั่นทอนมรดกทางการเมืองที่ตระกูลเคยสร้างไว้

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับ ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่วิเคราะห์ว่า นายทักษิณ ชินวัตร ได้ละทิ้งจุดยืนทางศีลธรรมในฐานะผู้ที่ถูกโค่นล้มจากการเลือกตั้ง ไปแล้วนับตั้งแต่ทำข้อตกลงกับกลุ่มอำนาจเก่าเพื่อเดินทางกลับประเทศ

อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ออกจากศาลอาญากรุงเทพมหานคร ประเทศไทย หลังศาลมีคำพิพากษายกฟ้องทักษิณในข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 (ภาพเอพี/ศักดิ์ชัย ลลิต)

คดีการเมือง และบทบาทขององค์กรตุลาการ

สื่อต่างชาติยังให้ความสำคัญกับบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญไทย โดยอ้างอิงความเห็นของ เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง นักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ชี้ว่าการแทรกแซงโดยองค์กรตุลาการได้หล่อหลอมการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การโค่นล้มรัฐบาลในเครือข่ายทักษิณในปี 2551 และ 2557 โดยเข็มทองมองว่าผลลัพธ์ของคดีนี้ “ไม่ได้ขึ้นอยู่กับข้อโต้แย้งทางกฎหมาย แต่ขึ้นอยู่กับคำสั่งทางการเมือง นี่เป็นคดีการเมืองมาโดยตลอด”

Squid Game การเมืองไทย ในมุมมองต่างชาติ

พรรณิการ์ วานิช อดีต สส.พรรคอนาคตใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติโดยเปรียบเปรยการเมืองไทยไว้ว่าเปรียบเสมือน “เกม Squid Game ในชีวิตจริง” ที่นายกรัฐมนตรีจะถูกกำจัดออกไปทีละคน จนกว่า “ผู้ควบคุมเกม” (กลุ่มอำนาจเก่า) จะได้ผู้เล่นที่พวกเขาต้องการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองว่ากติกาประชาธิปไตยแบบปกติไม่สามารถใช้ได้จริงในการเมืองไทย

ฉากทัศน์อนาคต เกมต่อรองอำนาจครั้งใหม่

นักวิเคราะห์ยังมองไปถึงฉากทัศน์หลังการตัดสิน โดย ณพล จาตุศรีพิทักษ์ คาดการณ์ว่า แม้ น.ส.แพทองธาร จะถูกถอดถอน กลุ่มอำนาจเก่าอาจยังคงต้องการให้พรรคเพื่อไทยอยู่ในสมการอำนาจต่อไป แต่อาจอยู่ในฐานะ “พรรคร่วม” ภายใต้การนำของฝ่ายอนุรักษนิยม โดยมีคดีความที่เหลืออยู่ของนายทักษิณเป็น “เครื่องมือต่อรอง” บีบให้พรรคเพื่อไทยต้องยอมรับข้อตกลงที่เสียเปรียบ

บทวิเคราะห์โดยรวมจากสื่อนอกชี้ให้เห็นว่า คดีของ น.ส.แพทองธาร เป็นเพียงภาพสะท้อนของความขัดแย้งที่ดำเนินมาตลอดสองทศวรรษ ระหว่างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งต้องการผลักดันการปฏิรูป กับกลุ่มอำนาจอนุรักษนิยมที่พยายามรักษาสถานะเดิมไว้ ซึ่งเป็นวังวนที่ทำให้ประเทศไทย “ติดหล่ม” ทางการเมืองมาอย่างยาวนาน

ที่มา: ALJAZEERA

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...