สืบนครบาล ทลายรัง “ซิมบ็อกซ์แก๊งคอลฯ” แปลงเป็นเครื่องเสียง
วันนี้ (7 ต.ค. 68) เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบนครบาล พร้อมด้วย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงปฏิบัติการตรวจยึดเครื่องซิมบ็อกซ์แก๊งคอลเซนเตอร์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ จ.สมุทรปราการ
จากการตรวจสอบโดยชุดสืบสวนนครบาล ระดมกำลังตรวจค้นบ้านเช่าแห่งหนึ่ง พื้นที่คลองสามวา กรุงเทพฯ และคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พบอุปกรณ์ซิมบ็อกซ์ 16 ซิม หรือเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ดควบคุมมาจากต่างประเทศ 2 ชุด ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นแผงชุดเครื่องเสียง เราเตอร์ไวไฟ 2 ชุด , อุปกรณ์สำรองไฟ 2 เครื่อง และสายแลนอินเทอร์เน็ต 4 สาย
ภายหลังขยายผลเสร็จสิ้น จากการตรวจสอบสัญญาณขบวนการคอลเซนเตอร์ ที่โทรมาหลอกตำรวจ พบว่ามีการติดตั้งเครื่องกระจายสัญญาณภายในบ้านเช่าหลังดังกล่าว เมื่อตรวจสอบพบว่าบ้านหลังนี้ และห้องพัก มีหญิงคนไทยซึ่งเป็นชาวจ.นครสวรรค์ เปิดเช่าไว้เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ซิมบ็อกซ์ สำหรับใช้โทรหลอกลวงผู้เสียหาย
พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก สส.บช.น. เปิดเผยว่า การสืบสวนพบว่า ขบวนการนี้มีผู้เกี่ยวข้องคือหญิงชาวไทย และบัญชีม้าอีกหนึ่งคนโดยเบื้องต้นได้ติดตามมาสอบปากคำแล้ว โดยหญิงชาวไทย สามารถตามตัวได้ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งที่ จ.นครสวรรค์ จากการสอบถาม เจ้าตัวรับว่า ได้รับเงินค่าจ้างจากชายชาวไต้หวัน ซึ่งคาดว่าจะเป็นหัวหน้าขบวนการคอลเซนเตอร์ ให้ทำสัญญาเช่าบ้านพัก และจะได้รับค่าจ้างตอบแทนเป็นรายเดือน พร้อมอ้างว่าไม่รู้ว่าชาย ชาวไต้หวัน เช่าห้องไว้เพื่ออะไร เมื่อขยายผลพบว่าอุปกรณ์ซิมบ็อกซ์ของขบวนการนี้ มีประวัติโทรหลอกลวงผู้เสียหายกว่า 9,000 ครั้ง อีกทั้งยังเคยพบมีผู้ถูกหลอกเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.สำเหร่ ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะส่งข้อมูลเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานขยานผลหา บุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมถึงชายชาวไต้หวัน ที่ขณะนี้เชื่อว่าอาศัยอยู่นอกประเทศ
พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. เปิดเผยว่าขณะนี้กลุ่มคอลเซนเตอร์ ปรับรูปแบบการใช้เครื่องซิมบ็อกซ์จากเดิมที่เคยใช้เครื่องขนาดใหญ่สามารถใส่ได้ 32 ซิม หันมาใช้เครื่องขนาดเล็กใส่ซิมได้ 16 ซิม และมีการดัดแปลงเป็นรูปแบบเครื่องเสียง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และง่ายต่อการขนย้าย