โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจาะแผนรบ ศรีจันทร์ : กลยุทธ์สู่ชัยชนะในตลาด “ครีมซอง”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ก.ย 2568 เวลา 12.06 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2568 เวลา 05.06 น.

ศรีจันทร์ เปิดเกมรุกสกินแคร์ 4 แกนหลัก “ In-Skin Sachet Strategy”ที่ตรงใจผู้บริโภค ส่งครีมซองคว้าแชมป์ตลาดย้ำพลัง T-Beauty เปิดหน้าตีตลาดต่างประเทศ

โลดแล่นในวงการ T-Beauty 76 ปีสำหรับแบรนด์ “ศรีจันทร์” ที่สร้างชื่อภาพจำจาก“แป้งม่วง” ล่าสุดภายใต้การบริหารของเจ็น 3 “ รวิศ หาญอุตสาหะ” แบรนด์ SRICHAND ภายใต้บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในตลาดสกินแคร์ ด้วยการก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ไทยอันดับ 1 ในหมวดมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวหน้า

ข้อมูลล่าสุดยืนยันว่า"ศรีจันทร์ สกิน มอยส์เจอร์ เบิร์ส เจล ครีม แบบซอง" คือผลิตภัณฑ์เรือธงที่ผลักดันส่วนแบ่งตลาดสูงสุด ความสำเร็จนี้มาจากกลยุทธ์ที่วางแผนมาอย่างรอบด้าน สะท้อนถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและการเป็นผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามสัญชาติไทย (T-Beauty)

การเปลี่ยนผ่านสู่ผู้นำสกินแคร์ : การเติบโตเชิงตัวเลข

ศรีจันทร์ได้ขยายสายผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดสกินแคร์อย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2021 ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ SRICHAND IN-SKIN ซึ่งประกอบด้วย 12 รายการ และสามารถสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดในปี 2024 โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 148% เมื่อเทียบกับปี 2023 และตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้น 45% ในปี 2025

จุดสำคัญของความสำเร็จนี้ คือ การเป็นแบรนด์ไทยที่ครองตำแหน่งอันดับ 1 ในหมวดมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวหน้า ข้อมูลจาก NIELSENIQ THAILAND ชี้ว่ามอยส์เจอไรเซอร์ของศรีจันทร์มีอัตราการเติบโตสูงถึง 70.9% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 ซึ่งสวนทางกับอัตราการเติบโตเฉลี่ยของตลาดโดยรวมที่เติบโตเพียง 2.73% ความโดดเด่นนี้มาจากผลิตภัณฑ์ตัวหลักคือ Srichand Skin Moisture Burst Gel Cream Sachet 10 ml ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ 3.36%

4 เสาหลักของกลยุทธ์ "In-Skin Sachet"

รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ได้ระบุว่าความสำเร็จในตลาดสกินแคร์มาจากแผนงานเชิงกลยุทธ์ที่เรียกว่า "In-Skin Sachet Strategy" ซึ่งประกอบด้วย 4 แกนหลัก ดังนี้:

1. นวัตกรรมสูตรและส่วนผสมที่เน้นผลลัพธ์ (Product Efficacy)

กลยุทธ์แรกมุ่งเน้นที่การพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์โดยคัดสรร Active Ingredients ที่ให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้และเหมาะสมกับสภาพผิวของคนไทยโดยเฉพาะ เช่น Glyceryl Glucoside, Sodium Hyaluronate (HYA) และ Centella Asiatica (CICA) การันตีประสิทธิภาพด้วยการให้ความชุ่มชื้นยาวนานถึง 72 ชั่วโมง การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ได้สูตรที่สร้างความประทับใจและนำไปสู่การซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่องคือหัวใจหลักของแกนนี้

2. การกำหนดราคาที่เข้าถึงได้และช่องทางจำหน่ายครอบคลุม (Accessibility & Distribution)

ศรีจันทร์เลือกใช้รูปแบบ "ครีมซอง" เป็นช่องทางหลักในการทำตลาด ซึ่งเป็นการกำหนดราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพและปริมาณ ทำให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงต่ำในการทดลองใช้ (Low Barrier to Trial) และสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ควบคู่ไปกับการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึงและสะดวกในทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ (Omni-channel) กลยุทธ์นี้ทำให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว

3. การสื่อสารที่สอดคล้องกับปัญหาผู้บริโภค (Consumer Insight Driven Communication)

บริษัทฯ สร้างแคมเปญการสื่อสารที่เจาะลึกและตอบโจทย์ Insight ของผู้บริโภคไทยอย่างแท้จริง แคมเปญ “เข้าใจทุกผิวคนไทย” มีที่มาจากการรับรู้ว่าคนไทยมีปัญหาผิวที่หลากหลายจากสภาพอากาศและวิถีชีวิต แต่ต้องการแบรนด์เดียวที่สามารถแก้ปัญหาได้ครบทุกมิติ ศรีจันทร์จึงตอกย้ำภาพลักษณ์การพัฒนาสูตร IN-SKIN ที่ครอบคลุมทุกสภาพผิว ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้และกระตุ้นการทดลองใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

4. การใช้บุคคลที่มีอิทธิพลเพื่อสร้างความเชื่อมโยง (Influencer & Brand Connection)

การเลือก "แบมแบม" ซึ่งเป็นคนไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก มาเป็นพรีเซนเตอร์ ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่และ Gen Z การเชื่อมโยงนี้ช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ "Modern Classic Thainess" ของแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลระบุว่ากลยุทธ์นี้ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง +77% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
การยอมรับในระดับสากลและความมุ่งมั่นระยะยาว

ความสำเร็จจาก 4 กลยุทธ์นี้ ส่งผลให้ศรีจันทร์ได้รับรางวัล Brand Footprint 2025: Outstanding Brand ในหมวด Facial Care จาก Worldpanel by Numerator Thailand ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความเป็นผู้นำ T-Beauty โดยศรีจันทร์เป็นแบรนด์ไทยเพียงหนึ่งเดียวในหมวดนี้ที่ทำคะแนน Consumer Reach Points (CRPs) สูงถึง 6.7 ล้านคะแนน เพิ่มขึ้น 4.1 ล้านคะแนนจากปีก่อนหน้า

ผู้บริหารได้เน้นย้ำว่า การได้รับรางวัลและการครองอันดับ 1 ในผลิตภัณฑ์ครีมซอง สะท้อนถึงการให้ความสำคัญสูงสุดกับผู้บริโภค ความมุ่งมั่นนี้ถูกต่อยอดด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม In-Skin อย่าง ศรีจันทร์ แบริเออร์ บูสต์ ซีรี่ย์ (Srichand Barrier Boost Series) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวอ่อนแอและแพ้ง่ายของคนไทยยุคใหม่ โดยชูจุดแข็งด้านนวัตกรรมการเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงอย่างรวดเร็ว

ศรีจันทร์กำลังใช้ความสำเร็จและศักยภาพในการสร้างนวัตกรรม T-Beauty ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคนี้ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นที่ได้รับ และใช้โอกาสนี้ต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ ภายใต้เป้าหมายในการเป็น แบรนด์ไทยระดับสากล ที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยในระยะยาว

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...