โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ททท. จัดใหญ่ฉลองเทศกาลดิวาลี ดันตลาดอินเดียโตแรง คาดเงินสะพัด 650 ล้านบาท

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ต.ค. 2568 เวลา 12.22 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2568 เวลา 09.31 น.

ททท. จัดงานใหญ่ฉลองเทศกาลดิวาลี ดันตลาดอินเดียโตแรง คาดเงินสะพัด 650 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี ได้จัดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 ระหว่างวันที่ 16–31 ตุลาคม 2568 ณ คลองโอ่งอ่างและพาหุรัด ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ถือเป็นการจัดงานนอกประเทศอินเดียที่ใหญ่ที่สุด โดยมีแนวคิด Light Unites Us ใช้แสงเป็นสัญลักษณ์ของพลังชีวิต ความหวัง ขจัดความมืดมน ถ่ายทอดมิตรภาพอันงดงามของไทย–อินเดีย ชวนผู้คนดื่มด่ำมนต์เสน่ห์แห่งแสงผ่านการประดับไฟสุดวิจิตร การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย–อินเดีย ขบวนแห่สไตล์ Bollywood และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวอย่างน้อย 100,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย สร้างรายได้กว่า 650 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเข้าไทยให้ได้ 2.5 ล้านคนตลอดปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากที่เคยทำได้ 2.2 ล้านคนก่อนหน้านี้

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า งานนี้มีเป้าหมายที่จะเป็นเทศกาลดิวาลีในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศอินเดีย และได้ติดตั้งมาตรการรักษาความปลอดภัยจากตำรวจท่องเที่ยว อาทิ กล้องตรวจจับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และรถยนต์เคลื่อนที่ ตอกย้ำเป้าหมายในการผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก (World Event Hub Destination) โดย ณ วันที่ 7 ตุลาคม ประเทศไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอินเดียมากกว่า 1.82 ล้านคน ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 ตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าที่ใหญ่ที่สุด ระยะเวลาการเข้าพักอยู่ที่ 6.6 คืน และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 36,704 บาทต่อคนต่อทริป ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวอินเดียไม่เพียงแต่เดินทางมาเยือนเมืองใหญ่ๆ อย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยาเท่านั้น แต่ยังเริ่มเดินทางไปเยือนเมืองอื่นๆ อาทิ ภาคเหนือ เพิ่มขึ้นด้วย

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียยังคงเป็นหนึ่งในตลาดระยะใกล้ที่มีศักยภาพสูงและเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวชาวอินเดียได้ดี รวมถึงมีเที่ยวบินตรงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมาตรการยกเว้นวีซ่า 60 วัน ทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น ส่วนใหญ่นิยมเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (เอฟไอที) ไปยังจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่าง กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ซึ่งปัจจุบันเริ่มขยายการเดินทางไปยังพื้นที่หมู่เกาะ ได้แก่ เกาะสมุย เกาะเต่า และเกาะพะงัน โดย ททท.ยังเดินหน้าขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากหลากหลายกลุ่ม อาทิ Family, Incentive, Wedding & Celebrations, Lady Travelers, Active Senior, Millennials, Luxury Leisure และ Golf ที่มีการเติบโตขึ้น

นายนิกร สัจเดว เหรัญญิกสมาคมชาวอินเดียแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจของอินเดียถือว่าเติบโตได้อย่างดี โครงการยกเว้นวีซ่า และจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น มีส่วนช่วยผลักดันให้นักท่องเที่ยวชาวอินเดียเดินทางมาเยือนประเทศไทยในช่วงที่เหลือของปี 2568 นี้มากขึ้น รวมถึงเทศกาลดิวาลีในเดือนตุลาคม ก็เป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอินเดียเข้ามามากขึ้น รวมถึงสมาคมฯ จะจัดงานดิวาลีที่ไอคอนสยามในวันที่ 17-19 ตุลาคมนี้ โดยมีกิจกรรมและดนตรี รวมถึงการแสดงจากศิลปินชาวอินเดีย ไจปุรี บราเธอร์ส ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวอินเดียได้มากขึ้นด้วย

นายนิกร กล่าวว่า สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัย และเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นท่องเที่ยวไทย อาทิ กรณีการเหยียบกันบนบันไดเลื่อนที่สถานีรถไฟฟ้าในช่วงเทศกาลนวราตรีของชาวฮินดู ณ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี มองว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย เนื่องจากไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมถึงคนอินเดียคุ้นเคยกับการเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองที่มีผู้คนพลุกพล่านในประเทศอยู่แล้ว แต่หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้มงวดกับกฎระเบียบ เพื่อควบคุมจำนวนผู้มาร่วมงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับงานครั้งต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ททท. จัดใหญ่ฉลองเทศกาลดิวาลี ดันตลาดอินเดียโตแรง คาดเงินสะพัด 650 ล้านบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...