นับถอยหลัง 90 วันก่อนปีใหม่ไปกับ ‘October Theory’ เมื่อคนเชื่อว่านี่คือเดือนแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ได้ ‘ทบทวน’ แล้วลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อ ‘ตัวเอง’ ก่อนแลนดิ้งจบปี
ผ่านปีนี้มาได้จนถึง 3 เดือนสุดท้ายก่อนขึ้นปีใหม่ ทุกคนเป็นยังไงกันบ้างคะ? สบายดีกันหรือเปล่า? เราเชื่อว่าแต่ละคนต่างก็มีทั้งเรื่องที่โอเคและไม่โอเค เรื่องที่ทำสำเร็จและยังทำไม่สำเร็จ เรื่องที่กล้าพูดออกไปและเรื่องที่ยังเก็บไว้ในใจคนเดียว แหงล่ะ มันเป็นธรรมชาติของชีวิตนี่เนอะ ที่ยังไง๊ยังไง เราก็คงต้องเจอทั้งวันที่ดีและไม่ดีปะปนกันไป ถึงอย่างนั้นเราอยากบอกทุกคนว่า “เก่งมากแล้วนะ” (เราบอกกับตัวเองด้วยเช่นกัน) มาใช้ชีวิตในทุกๆ วันให้เต็มที่กันก่อนจบปีนี้ไปด้วยกันเถอะ
เมื่อก้าวเข้าสู่เดือนตุลาคม สัญญาณของวันสิ้นปีที่เป็นเหมือน reminder ซึ่งดังขึ้นมาในใจก็เริ่มทำงาน แล้วกระซิบบอกเราว่า ตอนนี้ถึงเวลานับถอยหลัง 90 วันก่อนจบปี พร้อมกับชวนให้เรากลับมาทบทวนเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตว่าเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ เรื่องที่เคยคิดไว้ว่าอยากจะทำ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กหรือใหญ่ ไปจนถึงอะไรใหม่ๆ ที่อยากให้เกิดขึ้นในชีวิต มันเกิดขึ้นแล้วหรือยัง สมมติถ้าคำตอบคือยัง ‘ตุลาคม’ นี่แหละ ที่เป็นเดือนที่คนจะหันมานึกถึงสิ่งนั้นๆ ที่จะลงมือทำ เพื่อนำไปสู่การแลนดิ้งจบปี จนเกิดเป็นทฤษฎีชื่อดัง ‘October Theory’ หรือทฤษฎีตุลาคม ที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นเดือนแห่ง ‘การเปลี่ยนแปลง’ ซึ่งไม่ว่าจะเปลี่ยนไปทิศทางที่ดีหรือไม่ อย่างน้อยๆ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง เราจะได้บทเรียนต่างๆ ในทางที่ ‘เลือก’ กลับมาเสมอ
Patricia Dixon นักจิตวิทยา บอกกับ Business Insider ว่าเธอมักจะเห็นจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดเพิ่มขึ้นในเดือนตุลาคม เนื่องจากการบำบัดก็มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับความรู้สึกที่ผู้คนอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในชีวิต เช่นเดียวกับนักจิตวิทยาอีกคนอย่าง Kiki Ramsey ที่ก็ได้บอกว่าเธอก็มักจะพบปะกับเพื่อนที่เป็นเหล่าเจ้าของธุรกิจในทุกๆ เดือนตุลาคมเพื่อพักผ่อนหย่อนใจกันและมานั่งทบทวนกันว่าที่ผ่านมาจนถึงเดือนตุลาคมนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง และช่วยกันตั้งเป้าหมาย 90 วันที่เหลือแล้วพุ่งไปข้างหน้ากันอย่างแข็งแรง โดยกล่าวว่า “แม้ว่าคุณจะยังไม่สามารถทำสิ่งที่ต้องทำสำคัญๆ หรือเป็นเป้าใหญ่ๆ ในลิสต์ที่ตั้งไว้ได้ แต่คุณก็ยังสามารถทำอะไร ‘สักอย่าง’ ให้สำเร็จได้ และยังคงรู้สึกว่าฉันก็สำเร็จในปีนี้ได้เหมือนกัน” เพราะ 90 วันมันก็ยังพอมีเวลาเหลือเพียงพอที่จะเริ่มทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ เพื่อตัวเอง ซึ่งเรื่องนั้นๆ อาจจะไม่ใช่เป้าหมายใหญ่หรือยากๆ เลยก็ได้
October Theory จึงเป็นการย้ำเตือนตัวเองว่า นี่อาจถึงเวลาที่เราจะทำอะไรสักอย่างเพื่อตัวเองบ้าง จึงนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เช่น บางคนอาจตัดสินใจแบ่งเวลาเพื่อออกกำลังกายอีกครั้งหลังจากที่งานยุ่งจนแทบจะไม่ได้ออกมาเนิ่นนาน บางคนที่ไม่เคยคิดจะออกกำลังกายเลย ก็อยากสมัครฟิตเนสหรือคลาสพิลาทิสดูสักหน่อย บางคนอาจรู้สึกว่าบ้านที่อยู่บรรยากาศมันดูน่าเบื่อ เลยอยากลองอะไรใหม่ๆ ด้วยการจัดบ้าน ปรับตรงนั้น เปลี่ยนตรงนี้ ก็เพิ่มความเฟรชให้กับตัวเราได้ไม่น้อย
หรือบางคนคิดไปถึงเรื่องจริงจังขึ้นมาอีกหน่อย อย่างการเปลี่ยนงาน เพราะสภาพแวดล้อมการทำงานค่อนข้างท็อกซิกและกัดกินหัวใจ ทำให้เริ่มคิดถึงระยะยาว และการเติบโตในอนาคตกับที่ทำงานแห่งนี้ว่ามันจะเวิร์กจริงหรือเปล่า อยู่ต่อจะเป็นอย่างไร แล้วถ้าไม่อยู่ต่อจะไปต่อที่ไหนดี จึงเป็นช่วงเวลาที่ได้ไตร่ตรองอีกครั้ง หากสังเกตดีๆ ช่วงใกล้ปลายปีจึงนับเป็นอีกช่วงยอดฮิตที่มีคนคิดเรื่องเปลี่ยนงานค่อนข้างมาก ก่อนจะเลือกยื่นลาออกจริงๆ ในช่วงต้นปีใหม่ เพื่อเป็นการ ‘เริ่ม’ ใหม่จริงๆ อีกครั้ง แต่บางคนไม่ได้อยากรอโบนัส หรือคิดมาอย่างดีแล้วว่าต้องออกตอนนี้ ในช่วงเดือนธันวาคมก็จะได้เป็นช่วงที่เหมือนปิดเทอมเล็กๆ ให้เหล่าคนทำงานได้พักก่อนหางานใหม่ต้นปีก็ได้เช่นกัน
หรือหากว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ ใครที่กำลังอยู่ในความสัมพันธ์ไม่ชัดเจน หรือเข้าข่ายท็อกซิก ก็อาจมองหาหนทางอื่นๆ ให้กับชีวิตตัวเอง บางคนอาจมานั่งไล่ดูว่าตั้งแต่ต้นปีมานี้ ความสัมพันธ์กับคนรักดำเนินมาถึงเดือนตุลาคมแล้วมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เรื่องดีๆ ที่เจอคืออะไร เรื่องไม่ดีที่เจอคืออะไร อะไรที่ปรับเข้าหากันแล้วเวิร์ก อะไรที่ปรับเท่าไหร่ก็ไม่เวิร์ก จนเกิดการพิจารณาครั้งสำคัญว่าเราจะเลือกไปต่อหรือพอแค่นี้ ซึ่งไม่ว่าจะเลือกอยู่ต่อหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวคุณแล้วคือ การที่เรากล้าจะ ‘ตั้งคำถาม’ กับความสัมพันธ์ครั้งนี้ ที่ก็นับเป็น motivation อย่างหนึ่งในการตัดสินใจใดๆ หรือเลือกพัฒนาความสัมพันธ์ต่างๆ ในอนาคตแล้ว
แม้ October Theory จะตามมาพร้อมความรู้สึกวิตกกังวลบ้าง เมื่อเราเริ่มคิดว่าบางสิ่งบางอย่างที่คิดอยากจะทำ เรายังไม่ได้ทำเลยนี่หว่า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่เราเริ่มคิดถึงการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือใหญ่โตแค่ไหนอีกครั้งในช่วง 90 วันก่อนจบปี มันก็ทำให้เริ่มคิดว่า เราก็ยังพอมีเวลาอยู่นะที่จะพาชีวิตเดินต่อไปได้อีกหนึ่งสเต็ป เพราะสำหรับบางคนคำว่าใกล้จะหมดปีแล้ว ก็เป็นการกระตุ้นให้เราลงมือทำอะไรบางอย่าง หรือมอบ ‘รางวัล’ ให้กับตัวเอง บางคนอาจจะไม่เคยกล้าใส่กระโปรงสั้นหรือใส่สายเดี่ยว เพราะไม่มั่นใจในร่างกาย แต่ในช่วงนี้ก็อาจจะลอง ‘กล้า’ กับตัวเองดูสักตั้ง จนสามารถปลดล็อกความมั่นใจให้มีมากขึ้นไปเลยก็ได้ บางคนอยากลองเรียนร้องเพลงดู แต่อายุมากแล้ว เลยรู้สึกเขินอาย ก็อาจมาพิจารณาอีกครั้งว่า จริงๆ เราสามารถ ‘เริ่มใหม่’ ได้เสมอ และทำในสิ่งที่เราชอบได้ตลอด เพราะนี่คือชีวิตของเรา
Brianna Paruolo นักจิตบำบัดกล่าวว่า “งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าโดยเฉลี่ยแล้วการสร้างพฤติกรรมใหม่ๆ ของตัวเอง จะใช้เวลาประมาณ 66 วัน จนมันกลายเป็นพฤติกรรมอัตโนมัติของเรา แต่ก็ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของลักษณะนิสัยและความแตกต่างเฉพาะบุคคลด้วย…เมื่อตุลาคมเวียนมาบรรจบ คุณก็จะมีเวลาประมาณ 90 วันก่อนปีใหม่ ซึ่งนั่นก็เป็นเวลาที่เพียงพอสำหรับการสร้างพฤติกรรมใหม่ๆ และมองเห็นความก้าวหน้าที่มีความหมายของตัวเอง”
ขณะที่ Israa Nasir นักจิตบำบัดก็ได้กล่าวกับ Fortune ไว้ว่า “ฤดูกาลที่เปลี่ยนไปอาจสร้างความท้าทายทางอารมณ์ และผู้คนก็อาจจะรู้สึก struggle กับสิ่งที่เรียกว่า motivation” และอยากย้ำเพื่อเป็น gentle reminder ให้กับทุกคนด้วยว่า “ไม่มีอะไรสายเกินไปที่จะ ‘เริ่มใหม่’ อีกครั้งกับตัวเอง และจริงๆ เราก็มีเวลาทั้งปีในการที่เติบโตขึ้นและตั้งเป้าหมาย ไม่ใช่แค่ช่วงปีใหม่เท่านั้น”
ใช่แล้ว แม้นี่จะเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่ทำให้หลายๆ คนได้กลับมาทบทวนตัวเองเพื่อเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นต้องกดดันตัวเองมากไป เพื่อประสบความสำเร็จในเป้าหมายต่างๆ ในเวลาอันสั้น แต่ละคนมีความพร้อมที่แตกต่างกันออกไป ยังไม่พร้อมตอนนี้ ก็ใช่ว่าจะมีสูตรตายตัวที่บอกว่าเราทำผิด เพราะชีวิตเรา เราสามารถเลือกเส้นทางและเวลาที่เหมาะสมกับความพร้อมของตัวเองใน ‘ทุกวัน’ จะต้นปี กลางปี หรือปลายปี จะเดือนไหนๆ หรือปีไหนๆ คุณสามารถเลือกทำในสิ่งที่อยากทำได้เสมอ แต่หากอยากลงมือทำ แต่ยังขาดแรงจูงใจ ไม่รู้ว่าจะเริ่มตอนไหนดี การเอา October Theory มาใช้กับตัวเองดู ก็เป็นอีกทางเลือกและอีกหนึ่งเดือนที่อาจช่วยให้เราฮึดสู้เพื่อตัวเองอีกสักตั้งก็ได้นะ!
อ้างอิง:
https://www.businessinsider.com/october-theory-fall-best-time-hitting-goals-resolutions-2024-10
https://fortune.com/well/article/october-theory-successful-happy-year/
https://www.bustle.com/wellness/what-is-october-theory-tiktok
บทความต้นฉบับได้ที่ : นับถอยหลัง 90 วันก่อนปีใหม่ไปกับ ‘October Theory’ เมื่อคนเชื่อว่านี่คือเดือนแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ได้ ‘ทบทวน’ แล้วลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อ ‘ตัวเอง’ ก่อนแลนดิ้งจบปี
บทความที่เกี่ยวข้อง
- “ฉันแนะนำให้เธอทำแท้งนะจ๊ะ” Cardi B แนะนำแฟนคลับที่ส่งข้อความมาเล่าว่าเอาคืนแฟนที่นอกใจด้วยการนอนกับฝาแฝดของเขา แต่ดันท้องขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็ก
- ‘เจนิส เจณิสตา’ โดนคอมเมนต์คุกคามทางเพศ หลังคลิปนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์กลายเป็นไวรัล ขณะที่คนไทยบางส่วนยังมองว่า ‘การคุกคามทางเพศ’ เป็นเพียงมุกตลก หรือเลือกปกป้องเฉพาะเพศหญิง ทั้งที่จริงแล้ว ไม่ว่าเพศไหนก็ไม่ควรถูกคุกคาม
- ทำความเข้าใจอาการ ‘ติดเซ็กซ์’ จนถึงขั้นหมกมุ่นที่แม้ไม่ใช่โรคทางจิตเวช แต่ก็สามารถส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และความสัมพันธ์ได้
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com