โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Exclusive Interview การเลี้ยงลูกฉบับแม่ชม อารยา เอ ฮาร์เก็ต กับการสร้างโลกแห่งการค้นหาตัวตนอย่างอิสระให้กับสายฟ้า พายุ และแอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 09 ต.ค. 2568 เวลา 13.07 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2568 เวลา 02.55 น. • HELLO! Magazine Thailand
เบื้องหลังการเลี้ยงลูกสไตล์ ‘ชมพู่-อารยา’: เปิดกว้าง-ให้เป็นตัวเอง และความสุขสำคัญกว่าความสำเร็จ

HELLO! Education ได้พูดคุยกับคุณชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต เกี่ยวกับแนวคิดในการเลี้ยงดู น้องสายฟ้า, น้องพายุ และน้องแอบิเกล พร้อมกับคำตอบแบบ Capsule Machine สำหรับแมสเสจที่อยากฝากถึงลูกๆ ทั้งสามในอีก 10 ปีข้างหน้าเมื่อสายฟ้า พายุ อายุ 18 ปีและแอบิเกลเริ่มเข้าสู่วัยพรีทีน

ปล่อยให้ลูกเติบโตตามสัญชาตญาณ

คุณชมพู่เผยว่า เธอไม่มีหลักการตายตัวในการเลี้ยงลูก แต่ทำตามสัญชาตญาณและยอมรับในความแตกต่างของลูกแต่ละคน แม้จะเป็นฝาแฝดแต่ก็มีวิธีคิดและรับมือที่ต่างกัน

การไม่ตีกรอบและไม่คาดหวัง ทำให้ลูกๆ มีความสุขและกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ ชมมองว่าการยอมรับในตัวตนของลูกคือ “Core Value” ที่เกิดขึ้นเองแบบค่อยเป็นค่อยไป

ปลูกฝังทักษะการเอาตัวรอด

นอกจากความเป็นตัวเองแล้ว สิ่งที่คุณพ่อ (น็อต-วิศรุต) ให้ความสำคัญคือ “ทักษะการเอาตัวรอด (Survivor Skill)” โดยมองว่าการไปเรียนต่อต่างประเทศอาจเป็นหนึ่งในทางเลือกที่จะช่วยเสริมทักษะนี้ให้กับลูกได้ในอนาคต

เลือกโรงเรียนที่ตอบโจทย์ชีวิต

การเลือกโรงเรียน คุณชมพู่ให้ความสำคัญกับ โลเคชั่นที่เดินทางสะดวก และ หลักสูตร IB ซึ่งเน้นการเรียนรู้แบบองค์รวมและเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ เธอประทับใจที่โรงเรียน NIST International School (NIST) มีชุมชนที่ดี และศิษย์เก่าที่ยังคงความสมถะ

ชมเชื่อในหลักสูตร IB เพราะในช่วง Early Year เด็กๆ ยังเป็นเด็กได้เต็มที่ ไม่ต้องกดดันเรื่องวิชาการมากนัก และเมื่อพวกเขาค้นพบสิ่งที่ชอบผ่านการตั้งคำถาม ก็จะสามารถเติบโตไปได้อย่างรวดเร็วในอนาคตที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท

ค้นพบศักยภาพจากความชอบที่แตกต่างภายในรั้วโรงเรียน

ตอนนี้สองคนมีความสนใจแตกต่างกัน พี่สายจะมาทางศิลปะ ดนตรี ชอบวาดรูป ระบายสี เล่นเปียโน และมีความถนัดด้านภาษามากกว่า ส่วนยุชอบเรียนเลข และกำลังอินกับการเล่นกีฬามาก ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการเป็นลูกพ่อด้วย เขาเต็มที่มาก อยากให้พ่อประทับใจ
เริ่มจากเตะฟุตบอลก่อน พอเข้ามาเรียนที่นี่ก็ชอบว่ายน้ำ ล่าสุดเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่ง ซึ่งก็ไม่ได้ชนะ ชมแปลกใจว่าทำไมเขาไม่สนใจผลแพ้ชนะเลย แต่ก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะแสดงว่าเขาเริ่มรู้จักการแพ้ชนะ มีน้ำใจนักกีฬา ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการสอนของโรงเรียนด้วย ที่เน้นให้มีความสุข สนุกกับการเล่นกีฬา เก็บเกี่ยวประสบการณ์แบบไม่กดดัน ส่วนตัวมองว่าแค่ลูกเริ่มรักการออกกำลังกายก็เป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว

สำหรับเกล ตอนนี้ชอบทำกิจกรรมตามพี่ อยากเล่นกีฬาเหมือนพี่ เห็นพี่เรียนเทควันโด ก็อยากเรียนด้วย อยากเตะบอลกับพี่ ด้วยความที่ยังเด็กมาก ความชอบอาจยังไม่ค่อยนิ่ง ชมคิดว่าตอนนี้เมื่อเขาได้เข้าโรงเรียนแล้ว ก็น่าจะหาสิ่งที่ตัวเองชอบได้ชัดเจนมากขึ้น”

ความสุขสำคัญกว่าความสำเร็จ

ช่วงท้ายบทสัมภาษณ์ คุณชมพู่เล่าว่าเธอและคุณน็อตต่างเห็นพ้องต้องกันว่า “Happiness Over Success” (ความสุขสำคัญกว่าความสำเร็จ) เพราะความสุขเกิดจากการมีชีวิตที่มีเป้าหมาย ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนที่จะค้นหา เพราะชีวิตคือการเดินทาง

คุณชมพู่ยังมองว่าการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกและคนรอบข้าง และการทำให้ชีวิตของใครบางคนดีขึ้น คือนิยามของความสุขสำหรับเธอในวันนี้

ข้อความจากแม่ชมถึงลูกทั้งสามในอีก 10 ปีข้างหน้า

คุณชมพู่ปิดท้ายด้วยข้อความถึงลูกๆ ว่า แม้ในอีก 10 ปีข้างหน้าเธออาจไม่ได้รู้ทุกเรื่อง หรือโลกจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่เธอจะเป็นให้ได้คือ “ผู้ฟังที่ดี” พร้อมคอยให้คำปรึกษาและผลักดันลูกๆ ด้วยความรักอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเจออุปสรรคใดก็ตาม
More info: สอบถามข้อมูล NIST International School (NIST) เพิ่มเติม คลิกที่นี่

ติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ทางนิตยสาร HELLO! Education ในเดือนตุลาคม ศกนี้

อ่านเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับราชวงศ์ ทั้งไทย และ ต่างประเทศ เซเลบริตี้ ข่าวสารใหม่ ๆ และ เรื่องราวเกี่ยวกับแฟชั่น สุขภาพ และความงามได้ที่ Hello!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...