โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จีนเปิดตัว "ซูเปอร์สตีล" วัสดุปฏิวัติวงการ สร้างเตาปฏิกรณ์ฟิวชันแห่งอนาคต

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 07.20 น.
เปิดตัว “ซูเปอร์สตีล” ชนิดใหม่ที่ชื่อว่า CHSN01 ซึ่งเป็นวัสดุที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นโครงสร้างหลักสำหรับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันแห่งอนาคต

ทีมนักวิจัยของจีน โดยมี หลี่ ไหล่เฟิง (Li Laifeng) นักวิจัยจากสถาบันฟิสิกส์และเคมีเชิงเทคนิคของ Chinese Academy of Sciences (CAS) ร่วมมือกับ จ้าว จงเสียน (Zhao Zhongxian) นักฟิสิกส์ชื่อดังและผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์อุณหภูมิต่ำ ประสบความสำเร็จในการพัฒนา “ซูเปอร์สตีล” ในชื่อ CHSN01 ทั้งนี้ “ซูเปอร์สตีล” คือ เหล็กกล้าพิเศษที่สามารถทนทานต่อสภาวะสุดขั้วในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันได้สำเร็จ หลังทุ่มเทวิจัยมานานกว่าทศวรรษ

การวิจัยเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว โดยในปี 2011 ทีมนักวิทยาศาสตร์จีนได้พัฒนาโซลูชันวัสดุสำหรับแม่เหล็กของเตาปฏิกรณ์ฟิวชันได้เป็นครั้งแรก ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนเตรียมนำไปใช้ในเตาปฏิกรณ์แล้ว และคาดว่าจะเป็นแห่งแรกของโลกที่สามารถใช้ผลิตไฟฟ้าได้จริง

เทคโนโลยีเหล็กกล้าใหม่พลิกวงการ

โดยทั่วไปเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน ต้องทำงานภายใต้สภาวะสุดขั้วอย่างยิ่งยวด ทั้งสนามแม่เหล็กที่ทรงพลังมหาศาลและอุณหภูมิที่ใกล้เคียงศูนย์สัมบูรณ์ หรืออุณหภูมิที่ต่ำที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในทางฟิสิกส์ หรือประมาณ -273.15 องศาเซลเซียส และในระดับนี้ อะตอมแทบไม่สั่นไหว ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมานานหลายปี ในการหาสารประกอบที่สามารถทนทานต่อสภาวะเหล่านี้ได้

แต่ในที่สุด ทีมนักวิจัยจากจีนก็ได้สร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้วยการพัฒนา เหล็กกล้าทนอุณหภูมิต่ำความแข็งแรงสูงของจีนหมายเลข 1 (China high-strength low-temperature steel No 1) หรือ CHSN01 โลหะผสมชนิดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ หลังจากการวิจัยและพัฒนามากว่าทศวรรษ

CHSN01 ได้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสำคัญเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2023 โดยสามารถรับมือกับสนามแม่เหล็กขนาด 20 เทสลา หรือหน่วยวัดความเข้มของสนามแม่เหล็ก และทนต่อแรงกดได้ถึง 1,300 เมกะปาสคาล หน่วยวัดแรงกด หรือแรงเค้น ซึ่งนับเป็นคุณสมบัติที่เหนือกว่าวัสดุที่ใช้ในโครงการวิจัยระดับนานาชาติอย่าง ITER หรือโครงการวิจัยและวิศวกรรมนิวเคลียร์ฟิวชันระดับนานาชาติขนาดใหญ่ ที่มีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการใช้พลังงานฟิวชันเป็นแหล่งพลังงานสะอาดในอนาคต

ก้าวที่เหนือกว่าโครงการระดับโลก

ย้อนกลับไปเมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์จีนเล็งเห็นว่าโครงการฟิวชันในอนาคตจำเป็นต้องใช้วัสดุที่ล้ำสมัยกว่าที่ใช้ในปัจจุบัน โดย หลี่ ไหล่เฟิง นักวิจัยจาก Chinese Academy of Sciences เคยตั้งข้อสังเกตว่าแม่เหล็กของโครงการ International Thermonuclear Experimental Reactor (ITER) ซึ่งกำลังก่อสร้างในฝรั่งเศสนั้น มีขีดความสามารถสูงสุดของความเข้มของสนามแม่เหล็กเพียง 11.8 เทสลา และมีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยเท่านั้น

แตกต่างจากเป้าหมายของจีนที่ต้องการสร้างเตาปฏิกรณ์ฟิวชันที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้จริง

อย่างไรก็ตามในปี 2017 หลี่ได้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับวัสดุใหม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติหลายคนยังคงไม่มั่นใจว่าจะเป็นไปได้ จนกระทั่ง จ้าว จงเสียน นักฟิสิกส์ชื่อดังและผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์อุณหภูมิต่ำได้เข้าร่วมทีมในปี 2020 จึงทำให้โครงการได้รับแรงผลักดันครั้งสำคัญ

จากความท้าทายเป็นความสำเร็จ

ในปี 2021 จีนได้กำหนดมาตรฐานที่เข้มงวดสำหรับวัสดุเตาปฏิกรณ์ฟิวชัน และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัวของสถาบันและบริษัทต่าง ๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาเหล็กกล้าภายในประเทศขึ้นใหม่

ในที่สุด ความพยายามก็เป็นผลสำเร็จ เมื่อเดือนสิงหาคม 2023 เหล็กกล้า CHSN01 ได้รับการยืนยันว่าผ่านมาตรฐานที่ตั้งไว้ และในปัจจุบันได้ถูกนำไปใช้ในเตาปฏิกรณ์ฟิวชัน BEST ของจีน ซึ่งเริ่มประกอบชิ้นส่วนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2023 โดยตั้งเป้าว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2027

จากชิ้นส่วนทั้งหมดกว่า 6,000 ตันที่ใช้ในการประกอบเตาปฏิกรณ์ BEST มีปลอกตัวนำกว่า 500 ตันที่ทำจากเหล็กกล้า CHSN01 ที่ผลิตในประเทศ ซึ่งนอกจากจะใช้ในโครงการฟิวชันแล้ว จีนยังมีแผนที่จะนำวัสดุนี้ไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีกด้วย

จีนประสบความสำเร็จในการพัฒนาเหล็กกล้าพิเศษ ชื่อ CHSN01 (China high-strength low-temperature steel No 1) ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญสำหรับสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน

คุณสมบัติที่โดดเด่น คือสามารถทนสนามแม่เหล็กได้ถึง 20 เทสลา และทนแรงกดได้ถึง 1,300 เมกะปาสคาล ในสภาพอุณหภูมิที่เย็นจัด

การวิจัยเริ่มมานานกว่าทศวรรษ โดยมี หลี่ ไหล่เฟิง เป็นผู้นำ และได้รับความร่วมมือสำคัญจากนักฟิสิกส์ชื่อดังอย่าง จ้าว จงเสียน

วัสดุนี้ถูกนำไปใช้แล้ว ในการสร้างเตาปฏิกรณ์ฟิวชัน BEST ของจีน ซึ่งคาดว่าจะเป็นเตาปฏิกรณ์แห่งแรกของโลกที่ผลิตไฟฟ้าได้จริง

นี่เป็นความก้าวหน้าที่เหนือกว่าโครงการวิจัยระดับโลกอย่าง ITER ซึ่งยังคงมีเป้าหมายเพื่อการวิจัยเท่านั้น และใช้แม่เหล็กที่มีความเข้มต่ำกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...