โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ไว้ก่อนใช้ รถยนต์ไฟฟ้า EV ชาร์จยังไง คุ้มค่าแค่ไหน

CondoNewb

อัพเดต 19 ต.ค. 2564 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2564 เวลา 08.01 น.
รู้ไว้ก่อนใช้ รถยนต์ไฟฟ้า EV ชาร์จยังไง คุ้มค่าแค่ไหน

รู้ไว้ก่อนใช้ รถยนต์ไฟฟ้า EV ชาร์จยังไง คุ้มค่าแค่ไหน

          รถยนต์ไฟฟ้า EV ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้านวัตกรรมใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมันเครื่องยนต์ ที่มีการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงและไม่มีควันดำที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและร่างกายของเราที่สูดดมเข้าไปอีกด้วย ซึ่งการทำงานของรถยนต์ไฟฟ้า EV จะทำงานด้วยการชาร์จแบตเตอรี่

          นอกจากจะเด่นในเรื่องของความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังโดดเด่นในเรื่องของความประหยัดและความคุ้มค่า เพราะโดยปกติแล้วหากเป็นรถยนต์ทั่วไปที่มีเครื่องยนต์ ยังต้องใช้น้ำมันเครื่องเป็นองค์ประกอบหลักในการขับเคลื่อน ทำให้เราต้องเสียเงินและเวลาในการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์เหล่านั้นและเสียเงินเติมน้ำมันจากการใช้รถอยู่เรื่อยๆ

          นอกจากนี้ยังมีความเร็วที่สูงและคล่องตัวกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเครื่องแบบทั่วไป และไม่มีเสียงเครื่องยนต์ดังรบกวนอีกด้วย แต่ในขณะเดียวกันรถยนต์ไฟฟ้าก็มีข้อเสีย ในด้านของการหาสถานที่ชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าได้ยากกว่าการเติมน้ำมันรถยนต์ ที่มีให้เลือกใช้บริการอยู่ทั่วไป

          อีกทั้งยังมีระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างนาน และระยะเวลาการวิ่งของรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละรุ่นก็มีจำกัดด้วยเช่นกัน วันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อควรรู้เกี่ยวกับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV ว่ามีการชาร์จไฟเป็นอย่างไรกันบ้าง และจะชาร์จยังไงให้คุ้มค่ามากที่สุด ไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ

 

เทรนด์ในไทย ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

          เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกระแสที่น่าจับตามองในไทยมากพอสมควรเลยทีเดียว สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า EV ในประเทศไทย เนื่องจากในประเทศไทยเริ่มมีผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น และในปัจจุบันก็เริ่มมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้งานอย่างสถานีชาร์จไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีให้บริการตามจุดต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกด้วย

          ซึ่งจะเห็นได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นจากจำนวนยอดขายในประเทศไทยในปี 2020 ที่มียอดขายพุ่งสูงถึง 3.2 ล้านคัน หรือคิดเป็น 43% เมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ เนื่องจากจุดเด่นในเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่ายในด้านการใช้พลังงาน การที่ต้องคอยเติมน้ำมันหรือการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ ที่ถือเป็นจุดดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคอยู่ไม่น้อย ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วในประเทศไทยมีคนใช้รถยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนสูงอยู่ที่ประมาณ 180,000 คันเลยทีเดียว

 

ตัวอย่างรุ่นรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ขายในไทย

1. MG EP (เอ็มจี อีพี)

          MG EP (เอ็มจี อีพี) เรียกได้ว่าเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกในประเทศไทย ที่เปิดตัวมาพร้อมกับแนวคิดที่ว่า ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน ที่มีความสะดวกสบายในด้านพื้นที่ตัวรถที่มีความพอดีในการรองรับจำนวนคนนั่งที่สะดวกสบายและการวางข้าวของบนรถได้อย่างเหมาะสม

          พร้อมทั้งเทคโนโลยีหน้าจอแบบทัชสกรีนขนาดความกว้างถึง 8 นิ้ว พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานบนรถ พร้อมด้วยเทคโนโลยีการขับรถด้วยพลังงานไฟฟ้าที่มีอัตราความเร็วสูง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะเวลา 8.8 วินาที และมีความจุของแบตเตอรี่จำนวน 50 กิโลวัตร ที่ทำให้ขับรถในระยะทางได้ยาวนานถึง 380 กิโลเมตร

          ราคา 998,000 บาท

รู้ไว้ก่อนใช้ รถยนต์ไฟฟ้า EV ชาร์จยังไง คุ้มค่าแค่ไหน

2. Takano TTE500

          รถยนต์ไฟฟ้า EV ที่มีราคาถูกมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ไม่ถึงครึ่งแสน มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดเล็กและขนาดรถที่กะทัดรัดสมตัว มาพร้อมกับประสิทธิภาพการวิ่งที่ไปได้ไกลถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมด้วยเครื่องมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 5 กิโลวัตร และสามารถรับน้ำหนักได้มากสุดถึง 300 กิโลเมตรเลยทีเดียว

          ราคา 490,000 บาท

รู้ไว้ก่อนใช้ รถยนต์ไฟฟ้า EV ชาร์จยังไง คุ้มค่าแค่ไหน

3. BYD M3 (บีวายดี เอ็ม3)

          เป็นรถยนต์ไฟฟ้าในเครือ Nissan ผู้นำเรื่องรถยนต์ที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี ซึ่งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้จะออกแบบมาในรูปแบบของรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ 5 ที่นั่ง พร้อมทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนรถยนต์ด้วยกำลังมอเตอร์สูงถึง 70 กิโลวัตร พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 50 กิโลวัตร ที่สามารถพาเราขับเคลื่อนไปบนท้องถนนได้ถึง 300 กิโลเมตร และรองรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 700 กิโลกรัมเลยทีเดียว

          ราคา 1,059,000 บาท

รู้ไว้ก่อนใช้ รถยนต์ไฟฟ้า EV ชาร์จยังไง คุ้มค่าแค่ไหน

 

การชาร์จไฟ นานไหม ประหยัดกว่าน้ำมันแค่ไหน

          สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่แทนน้ำมันเครื่องนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท นั่นก็คือ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ที่ใช้ทั้งพลังงานของน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ซึ่งในการชาร์จ 1 ครั้ง จะใช้กำลังไฟ 6-14 กิโลวัตต์ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-7 ชั่วโมง โดยจะใช้ระยะทางวิ่งด้วยระบบพลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 25-50 กิโลเมตรในการชาร์จไฟแต่ละครั้ง

          และรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ Battery Electric Vehicle (BEV) ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% จะใช้กำลังไฟอยู่ที่ 60-90 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จอยู่ที่ประมาณ 40 ชั่วโมง ซึ่งจะสามารถวิ่งด้วยระบบพลังงานไฟฟ้าบนท้องถนนได้อยู่ที่ประมาณ 300-600 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง โดยระยะเวลาที่กล่าวมาในข้างต้นนั้นจะเป็นระยะเวลาทั่วไป ซึ่งจะขึ้นอยู่กับรูปแบบที่ใช้ในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในแต่ละครั้ง ซึ่งมีอยู่ 3 รูปแบบด้วยกันดังนี้

 

1. การชาร์จแบบธรรมดา (Normal Charge)

          การชาร์จไฟแบบธรรมดาที่จะมีระยะเวลาอยู่ที่ประมาณ 12-16 ชั่วโมง สำหรับการชาร์จแบบนี้จะเป็นการชาร์จจากตัวเต้ารับพลังงานของรถยนต์ไฟฟ้าโดยตรง โดยมีมิเตอร์ขั้นต่ำอยู่ที่ 15 (45) A แต่ปริมาณมิเตอร์ที่แนะนำจะอยู่ที่ 30 (100) A

          ซึ่งสำหรับการติดตั้งการชาร์จไฟฟ้าประเภทนี้ เราสามารถทำได้โดยการใช้บริการผ่านบริษัทที่รับติดตั้งและจำหน่ายที่ชาร์จสำหรับรถยนต์ EV โดยตรง ซึ่งในการติดตั้งเราควรติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญและควรเลือกอุปกรณ์ที่มีระบบตัดไฟฟ้าอัตโนมัติ

 

2. การชาร์จแบบรวดเร็ว (Double Speed Charge)

          การชาร์จแบบรวดเร็วเป็นการชาร์จที่จะลดระยะเวลาการชาร์จไฟจาก 12-16 ชั่วโมงให้เหลือเพียงแค่ประมาณ 6-8 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งการชาร์จไฟแบบนี้จะเป็นการชาร์จไฟโดยการใช้เครื่องชาร์จแบบ Wall Box ซึ่งเป็นการชาร์จไฟแบบใช้กระแสไฟฟ้าสลับขั้ว ทำให้ชาร์จไฟได้เร็วขึ้นกว่าปกตินั่นเอง โดยเครื่องชาร์จแบบนี้จะมีให้บริการตามสถานที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรม

 

3. การชาร์จแบบด่วน (Quick Charge)

          การชาร์จแบบเร่งด่วนจะนิยมใช้ในสถานที่ให้บริการนอกบ้านตามจุดให้บริการต่าง ๆ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการชาร์จไฟแบบจำกัด ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้เต็มได้ภายในเวลา 40-60 นาที โดยการชาร์จไฟประเภทนี้จะเป็นการชาร์จไฟเข้ากับแบตเตอรี่โดยตรง ทำให้มีการชาร์จไฟได้รวดเร็วมากกว่าวิธีอื่น ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อเสียคือทำให้ตัวแบตเตอรี่เสื่อมสภาพได้เร็วมากขึ้นนั่นเอง

 

          สำหรับระยะเวลาความเร็วในการชาร์จไฟของรถยนต์ไฟฟ้านั้น จะขึ้นอยู่กับรถยนต์แต่ละรุ่นว่าจะมีความสามารถในการรับไฟมากน้อยขนาดไหน ซึ่งโดยทั่วไปขนาดมีตั้งแต่ 3.6 กิโลวัตร ไปจนถึง 22 กิโลวัตร

         

          สำหรับการคำนวนค่าไฟฟ้าในการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เราก็สามารถคำนวณได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ ดังนี้

          ตัวอย่าง เช่น เรามีรถยนต์ไฟฟ้าที่ชาร์จสูงสุดอยู่ที่ 7.4 กิโลวัตร ค่าไฟฟ้า 1 หน่วยอยู่ที่ 4 บาทต่อหน่วย โดยที่ต้องจุให้เต็ม 60 กิโลวัตร คิดเป็นช่วงเวลา 7-8 ชั่วโมง เราก็สามารถคำนวณค่าไฟฟ้าได้ดังนี้

 ชาร์จไฟ 8 ชม คิดค่าไฟฟ้า = 7.4 x 4 x 8 = 236.8 บาท

 

          สรุปการคิดก็คือ การนำตัวเลขชาร์จไฟฟ้าของรถยนต์สูงสุด 7.4 กิโลวัตร มาคูณกับจำนวนหน่วยไฟฟ้า 4 บาทต่อหน่วย และคูณกับจำนวนชั่วโมงในการชาร์จก็จะได้เป็นตัวเลขที่เราต้องจ่าย ซึ่งการชาร์จไฟด้วยระยะเวลานี้เราจะสามารถขับรถต่อได้ในระยะทาง 350 กิโลเมตร หรือคิดเป็น 0.68 บาท ต่อกิโลเมตร หากเปรียบเทียบกับการจ่ายค่าน้ำมันของรถยนต์ธรรมดาแล้วจะอยู่ที่ 1,050-8,750 บาทหรือคิดเป็น 3-5 บาทต่อกิโลเมตร

 

ข้อแนะนำการจอดรถและชาร์จรถในบ้านและคอนโด

          สำหรับการติดตั้งการชาร์จรถในบ้านหรือคอนโด ควรเลือกจุดติดตั้งเครื่องชาร์จหรือการจดรถบริเวณพื้นที่จอดรถ โดยเว้นระยะห่างระหว่างตัวเครื่องชาร์จและจุดที่เสียบชาร์จรถหรือที่จอดไม่เกิน 5 เมตร ซึ่งเป็นระยะห่างที่สายของเครื่องชาร์จ EV จะไปถึงได้เพราะโดยทั่วไปแล้วสายของเครื่องชาร์จจะมีความยาวอยู่เพียงแค่ 5-7 เมตร

          นอกจากนี้ หากเป็นบ้านควรติดตั้งเครื่องชาร์จให้ใกล้กับตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าหลักอย่าง MDB เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและเลือกจุดติดตั้งหรือลานจอดรถที่อยู่ใต้หลังคาเป็นหลัก เพื่อป้องกันฝนและลมพายุที่อาจทำให้การใช้งานเครื่องชาร์จเสื่อมสภาพลงได้

 

การติดตั้งแท่นชาร์จเองในบ้านใช้งบเท่าไหร่

          สำหรับการติดตั้งแท่นชาร์จรถยนไฟฟ้าเองที่บ้านนอกจากจะแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนของการติดตั้งตัวเครื่องชาร์จ ที่จะประกอบไปด้วยตัวแท่นชาร์จ EV ที่จะอยู่ในราคา 40,0000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือกใช้ ส่วนในเรื่องค่าบริการบางบริษัทจะคิดรวมกับค่าติดตั้งให้อยู่แล้ว

          และในอีกส่วนหนึ่งที่เราต้องเตรียมเงินเพิ่มไว้เพื่อจ่ายสำหรับการติดตั้งนั่นก็คือ ค่าเปลี่ยนมิเตอร์และสายไฟเข้าเมนเบรคเกอร์ ที่จะมีงบประมาณอยู่ที่ 20,000-28,000 บาท โดยจะแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็นค่าสาย THW ค่าเมนเบรคเกอร์ 100A และค่ามิเตอร์ 30 (100) A สำหรับไฟ 1 เฟส สำหรับการติดตั้งไฟมิเตอร์สำหรับการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

 

คอนโดมีจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่โครงการไหนบ้าง

          ในปัจจุบันโครงการคอนโดมีหลากหลายคอนโดที่ให้ความสำคัญกับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยการรองรับจุดชาร์จรถยนต์ที่คอยให้บริการกับผู้พักอาศัยในคอนโด โดยรวมอยู่ในค่าบริการส่วนกลาง ซึ่งก็มีหลายโครงการที่น่าสนใจโดยมีราคาที่คุ้มค่า ซึ่งเราจะพาไปดูกันว่ามีโครงการไหนที่ให้บริการในเรื่องนี้บ้าง

รู้ไว้ก่อนใช้ รถยนต์ไฟฟ้า EV ชาร์จยังไง คุ้มค่าแค่ไหน

นิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง (Niche Mono Sukhumvit-Bearing)

รู้ไว้ก่อนใช้ รถยนต์ไฟฟ้า EV ชาร์จยังไง คุ้มค่าแค่ไหน

          เริ่มต้นด้วยคอนโด นิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง (Niche Mono Sukhumvit-Bearing) คอนโด High-Rise สูง 34 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้องพักอาศัย 1,275 ห้อง ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าประมาณ 250 เมตร

          มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือยาวกว่า 88 เมตร และสระว่ายน้ำเด็ก, ห้องออกกำลังกายแบบครบวงจร, พื้นที่ส่วนกลางสำหรับทำงาน Co-Working Space , ห้องประชุม, ล็อบบี้, ห้องพยาบาล และ ที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV พร้อมให้บริการ

          ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้าน

 

ไอดีโอ พระราม 9 ตัดใหม่ (Ideo New Rama 9)

รู้ไว้ก่อนใช้ รถยนต์ไฟฟ้า EV ชาร์จยังไง คุ้มค่าแค่ไหน

          คอนโด High-Rise สูง 24 ชั้น ย่านรามคำแหง ซึ่งอยู่ไกลจากรถไฟฟ้า MRT รามคำแหง 12 ประมาณ 380 เมตร

          มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครันไม่ว่าจะเป็นล็อบบี้, ห้องจดหมาย, สระว่ายน้ำ, สวน, ร้านค้า, โซเชียลคลับ, พื้นที่นั่งทำงานส่วนกลาง, ห้องซักผ้า, ห้องประชุม, ฟิตเนส และจุดเด่นสำคัญอย่างที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมให้บริการในพื้นที่จอดรถส่วนกลางคอนโด

          ราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท

 

เดอะไลน์ จตุจักร-หมอชิต (The Line Jatujak-Mochit)

รู้ไว้ก่อนใช้ รถยนต์ไฟฟ้า EV ชาร์จยังไง คุ้มค่าแค่ไหน

          ปิดท้ายด้วยคอนโดในเครือบริษัทแสนสิริ ที่ตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า BTS หมอชิต เพียง 350 เมตร ซึ่งมาในรูปแบบของคอนโด High-Rise สูง 43 ชั้น มาพร้อมกับที่ชาร์จแบตเตอรี่รถยนไฟฟ้า EV ในลานจอดรถส่วนกลาง

          พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไม่ว่าจะเป็น ล็อบบี้, ส่วนห้องอเนกประสงค์, สวนส่วนกลาง พร้อมพื้นที่สันทนาการ, สระว่ายน้ำพร้อมสระเด็ก, ห้องเกม, ห้องเด็กเล่น, ห้องซักรีด/อบผ้า, ฟิตเนส, มูน ซีนีม่า เลาจ์, อินเทอร์เน็ตไร้สายสำหรับล็อบบี้ ส่วนห้องอเนกประสงค์ สระว่ายน้ำ และมูน ซีนีม่า เลาจ์

          ราคาเริ่มต้น 4 ล้านบาท ค่าส่วนกลาง 50 บาทต่อตารางเมตร (รายเดือน)

 

เรียกได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้า EV ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจและเป็นอีกหนึ่งรถยนต์ที่คาดว่าจะมีการเติบโตได้ดีขึ้นในทั่วโลก

 

          รวมไปถึงในประเทศไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าที่โลกของเราจะหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและในอีกหลายๆ คอนโดก็เริ่มมีการรองรับการให้บริการสถานที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า คอยให้บริการเพื่อรองรับกลุ่มคนที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันแล้ว ซึ่งก็ถือว่ามีข้อดีในเรื่องของความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์และประหยัดเงินค่าเติมน้ำมันและดีต่อสิ่งแวดล้อมมากเลยทีเดียว

          ครั้งหน้าเราจะนำความรู้เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ อะไรมาฝากกันอีก อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...