มหกรรมกัญชาบุรีรัมย์ คึกคักต่อเนื่อง วิสาหกิจชุมชนแนะตั้งชื่อกัญชาเป็นของตัวเอง
มหกรรมกัญชาบุรีรัมย์ คึกคักต่อเนื่อง วิสาหกิจชุมชนแนะตั้งชื่อกัญชาเป็นของตัวเอง
วันที่ 12 มิถุนายน ที่ จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สนามแข่งรถ “ช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต บุรีรัมย์” ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน “มหกรรมกัญชา 360 องศา ประชาชนได้อะไร” วันสุดท้าย
ยังมีนักท่องเที่ยวและประชาชนที่สนใจจากทั่วประเทศ เดินทางมาเที่ยวชมงานไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่ยังคงมีเหตุผลเดิมคือต้องการมาศึกษาหาความรู้ ปรึกษาแพทย์ทางเลือก และการต่อยอดทำธุรกิจ หลังกัญชาพ้นออกจากยาเสพติดและสามารถปลูกได้อย่างเสรีแล้ว
นายภพ ซารัมย์ อายุ 32 ปี ประธานวิสาหกิจชุมชนผลิตสมุนไพรเพื่อการแพทย์ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า สายพันธุ์ที่นำมาปลูกในกลุ่ม เป็นสายพันธุ์มาจากต่างประเทศที่ผ่านการนิรโทษกรรมมาแล้ว ด้วยการนำเมล็ดมาเพาะในเมืองไทย
สายพันธุ์ต่างประเทศ ยังไม่มีการยอมรับและอ้างอิงในประเทศไทย ตั้งแต่นำเข้ามาครั้งการปลดล็อกครั้งแรก ทางกลุ่มฯได้ทำการทดลองปลูก และเอาทั้งลำต้นและช่อดอกไปเข้าห้องแล็บว่าสาระสำคัญมีมากน้อยแค่ไหนในสายพันธุ์นั้นๆ
นายภพกล่าวด้วยว่า เนื่องจากความชัดเจนของคุณสมบัติพันธุ์กัญชานำเข้า มันไม่มากพอทางโรงพยาบาลจึงให้เราตั้งชื่อสายพันธุ์ขึ้นมาเองหรือเป็นสายพันธุ์ของเราโดยอัตโนมัติ
ตอนนี้ทางกลุ่มฯได้นำเข้าพันธุ์กัญชามาจำนวน 4 สายพันธุ์ ซึ่งตั้งชื่อแล้ว คือสายพันธุ์ไอรินทร์ เป็นสายพันธุ์ที่มี CHD สูง ช่อดอกได้สารสำคัญ CHD 17-18 เปอร์เซ็นต์ สายพันธุ์ที่ 2 เป็นสายพันธุ์คูเมือง มีสาร CHD 14-15 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ยังมีสายพันธุ์หลวงอุดม พันธุ์นี้มี CHD และ CBD 1 ต่อ 1 คือมีสารทั้งสองตัวเท่ากัน และสายพันธุ์นาโพธิ์ เป็นสายพันธุ์ที่มีสาร CBD สูง เหมาะสำหรับการทำยา ซึ่งช่อดอกทั้งหมดเราขายให้กับโรงพยาบาลคูเมือง และโรงพยาบาลนาโพธิ์ ซึ่งได้ทำ MOU ร่วมกันตั้งแต่การปลดล็อกครั้งแรกแล้ว
ทั้งนี้ ระหว่างสายพันธุ์ไทยกับสายพันธุ์ต่างประเทศ จะมีความแตกต่างกัน เพราะสาร CBD กับ CHD จะมีแตกแยกย่อยออกไปอีก ในการแตกย่อยออกไป สารบางสารจะมีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างกัน สายพันธุ์ไทยอาจจะไม่มีสารบางอย่าง แต่สายพันธุ์นอกมี เช่นเดียวกันกับสายพันธุ์นอก ที่ไม่มีสารบางอย่างเหมือนพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นเรื่องของทางการแพทย์ที่จะต้องจำแนกออกไปรักษาโรคนั้นๆ