โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จาก ยูโร ถึง โอลิมปิกเกมส์ 2 บิ๊กอีเวนต์กีฬาแห่งปี 2024

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ม.ค. 2567 เวลา 03.18 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. 2567 เวลา 03.18 น.

จาก ยูโร ถึง โอลิมปิกเกมส์ 2 บิ๊กอีเวนต์กีฬาแห่งปี 2024

ปี 2024 นับเป็นอีกปีที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับคอกีฬา เนื่องจากจะมีอีเวนต์กีฬาระดับโลกให้ได้ติดตามถึง 2 อีเวนต์ต่อเนื่องกันในช่วงกลางปี

อีเวนต์แรกคือการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2024 ที่ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน-14 กรกฎาคม ซึ่งเป็นครั้งที่ 17 ของทัวร์นาเมนต์นี้แล้ว

ยูโร 2024 ยังคงใช้ระบบเดียวกับการแข่งขัน 2 ครั้งที่ผ่านมา คือมีทีมเข้าร่วม 24 ทีม แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม รอบแรกแข่งขันแบบพบกันหมดในกลุ่ม ทีมแชมป์และรองแชมป์กลุ่มรวม 12 ทีม กับทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอีก 4 ทีม ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งเป็นการแข่งขันในระบบน็อกเอาต์

เยอรมนีกำหนดสังเวียนฟาดแข้งไว้ 10 สนามใน 10 เมือง ได้แก่ เบอร์ลิน มิวนิก ดอร์ทมุนด์ สตุ๊ตการ์ต เกลเซนเคอร์เช่น แฟรงก์เฟิร์ต ฮัมบูร์ก ดุสเซลดอร์ฟ โคโลญจ์ และไลป์ซิก

สำหรับทีมที่เข้าร่วมแข่งขันรอบสุดท้ายนั้น เบื้องต้นได้ทีมการันตีเข้ารอบแล้ว 21 ทีม เหลือโควต้าอีก 3 ที่สำหรับผู้ชนะการเล่นเพลย์ออฟ ซึ่งผลการจับสลากแบ่งกลุ่มเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ได้ข้อสรุปดังนี้

กลุ่มเอ : เยอรมนี สกอตแลนด์ ฮังการี สวิตเซอร์แลนด์
กลุ่มบี : สเปน โครเอเชีย อิตาลี แอลเบเนีย
กลุ่มซี : สโลวีเนีย เดนมาร์ก เซอร์เบีย อังกฤษ
กลุ่มดี : ผู้ชนะเพลย์ออฟสายเอ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย ฝรั่งเศส
กลุ่มอี : เบลเยียม สโลวาเกีย โรมาเนีย ผู้ชนะเพลย์ออฟสายบี
กลุ่มเอฟ : ตุรกี ผู้ชนะเพลย์ออฟสายซี โปรตุเกส สาธารณรัฐเช็ก

สำหรับการดวลเพลย์ออฟเพื่อชิงโควต้า 3 ที่สุดท้าย จะเตะรอบรองชนะเลิศวันที่ 21 มีนาคม และรอบชิงชนะเลิศของแต่ละสาย วันที่ 26 มีนาคม ซึ่งการประกบคู่รอบรองชนะเลิศ สายเอ โปแลนด์ พบ เอสโตเนีย, เวลส์ พบ ฟินแลนด์ / สายบี อิสราเอล พบ ไอซ์แลนด์, บอสเนีย แอนด์ เฮอร์เซโกวินา พบ ยูเครน / สายซี จอร์เจีย พบ ลักเซมเบิร์ก, กรีซ พบ คาซัคสถาน

ในจำนวนทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย เยอรมนี เจ้าภาพ ซึ่งได้สิทธิเข้าแข่งขันโดยอัตโนมัติ เป็นทีมที่มีประวัติผลงานดีที่สุดของทัวร์นาเมนต์ โดยผ่านเข้ารอบสุดท้ายมากที่สุด 13 ครั้ง คว้าแชมป์สูงสุด 3 ครั้ง เท่ากับสเปน และรองแชมป์มากที่สุด 3 ครั้ง เท่ากับรัสเซีย

ปกติแล้วการเป็นเจ้าภาพย่อมหมายถึงความฮึกเหิมและความได้เปรียบด้านสภาพสนาม สนามภูมิอากาศที่คุ้นเคย ประกอบกับเสียงเชียร์จากแฟนๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับ “อินทรีเหล็ก” แล้ว นี่อาจเป็นแรงกดดันมหาศาล

เยอรมนีซึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นมหาอำนาจของวงการลูกหนังโลกประสบกับความตกต่ำต่อเนื่องชนิดน่าใจหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตกรอบแรกฟุตบอลโลก 2 ครั้งติดต่อกัน ขณะที่ยูโรหนก่อนก็จอดป้ายแค่เพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น

ในช่วงวิกฤตศรัทธาโหมกระหน่ำ อินทรีเหล็กผ่านการเปลี่ยนโค้ชมาแล้ว 3 คน โดยหลังตกรอบยูโร 2020 โยอาคิม เลิฟ โบกมือลาทีมเมื่อหมดสัญญา และได้ ฮานซี่ ฟลิค อดีตกุนซือบาเยิร์น มิวนิก ไปทำหน้าที่แทน

อย่างไรก็ตาม ผลงานระดับทีมชาติของฟลิคไม่ได้น่าตื่นตาตื่นใจเท่ากับระดับสโมสร โดยเฉพาะการตกรอบแรกฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ แม้ สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี (เดเอฟเบ) จะยังให้ความเชื่อมั่นให้ฟลิคทำงานต่อไป แต่ผลงานน่าผิดหวังต่อเนื่องโดยเฉพาะการพ่ายแพ้ให้ญี่ปุ่นคาบ้าน 1-4 ทำให้ฟลิคกลายเป็นกุนซือคนแรกในประวัติศาสตร์ทีมชาติเยอรมนีที่โดนปลดจากตำแหน่งในวันที่ 10 กันยายน ก่อนเดเอฟเบจะแต่งตั้ง ยูเลียน นาเกลส์มันน์ อดีตกุนซือเสือใต้อีกรายมาทำหน้าที่แทนหลังจากนั้น 2 สัปดาห์

นาเกลส์มันน์คุมทีมมาแล้ว 4 นัด ทำสถิติชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 2 แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะด่วนตัดสินฝีมือของเขา แต่เขาเหลือเวลาอีกเพียง 5 เดือนเศษในการปลุกผีอินทรีเหล็ก ทั้งเรื่องความมั่นใจและฝีเท้า เพื่อเรียกศรัทธาแฟนๆ คืนมาในทัวร์นาเมนต์สำคัญที่บ้านเกิดของตัวเอง

นอกจากเยอรมนีแล้ว ยูโรหนนี้มีทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรปตบเท้าคว้าโควต้าเข้าร่วมกันถ้วนหน้า กลุ่มที่น่าจับตาเป็นพิเศษคงไม่พ้นกลุ่มบีที่มีทั้งสเปน อดีตแชมป์ 3 สมัย และอิตาลี แชมป์เก่าและอดีตแชมป์ 2 สมัย ร่วมกลุ่มกับโครเอเชีย อันดับ 3 ฟุตบอลโลกหนล่าสุด และน้องน้อยอย่างแอลเบเนีย

ในแง่สถิติ สเปนเอาชนะอิตาลีมา 2 ครั้งในการเจอกันในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก 2-3 ปีหลัง และยังทำผลงานได้ดีกว่าในการเตะฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก (ซึ่งอัซซูรี่ไม่ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย) นอกจากนี้ อิตาลียังสั่นสะเทือนจากการลาออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหันของกุนซือ โรแบร์โต้ มันชินี่ ผู้พาทีมคว้าแชมป์หนก่อน เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว โดยได้ ลูเซียโน่ สปัลเลตติ อดีตโค้ชนาโปลีมาทำหน้าที่แทน แม้จะยังคงรักษาสไตล์การเล่นเดิมเอาไว้ แต่ผลงานจะเป็นอย่างไรคงต้องรอติดตาม

อีกกลุ่มที่น่าจับตามองไม่แพ้กันคือ กลุ่มดีที่ตอนนี้มีทั้งเนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และออสเตรีย โดยรอทีมชนะจากเพลย์ออฟสายเออีก 1 ทีม

ทีมตราไก่ที่อกหักคว้ารองแชมป์จากฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ย่อมหมายมั่นปั้นมือว่าจะฝ่าด่านก้าวไปคว้าแชมป์ยูโรสมัยที่ 3 ให้ได้ โดยกุนซือ ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ มีผลงานยอดเยี่ยม พาทีมคว้าแชมป์โลกกับรองแชมป์โลก รวมถึงรองแชมป์ยูโรเมื่อปี 2016 มาแล้ว แต่ยูโรหนก่อนไปพลาดท่าตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายเพราะดวลจุดโทษแพ้สวิตเซอร์แลนด์ ยิ่งเป็นแรงฮึดให้แก้ตัวทำผลงานให้ดีกว่าเดิมให้ได้ในครั้งนี้

ส่วนเนเธอร์แลนด์อยู่ร่วมกับฝรั่งเศสมาตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม และเข้ารอบด้วยผลงานที่แย่กว่า 4 คะแนน ทีมกังหันสีส้มชุดปัจจุบันเป็นส่วนผสมระหว่างแข้งประสบการณ์สูงกับผู้เล่นยังบลัด ภายใต้การคุมทีมรอบสองของ โรนัลด์ คูมัน ซึ่งภาพรวมมีสถิติพาทีมคว้าชัย 75 เปอร์เซ็นต์ในฤดูกาลนี้ ถือว่าดีทีเดียว

อีกทีมที่ขาดไม่ได้คือขวัญใจมหาชนอย่างอังกฤษที่แฟนๆ เฝ้ารอแชมป์เมเจอร์หนที่ 2 อย่างใจจดใจจ่อมานาน 58 ปีแล้ว นับตั้งแต่แชมป์ฟุตบอลโลกหนแรกและหนเดียวในบ้านตัวเองเมื่อปี 1966

กุนซือ แกเร็ธ เซาธ์เกต เป็นผู้จุดประกายความหวังให้กับแฟนๆ สิงโตคำราม เพราะนับตั้งแต่เข้าไปกุมบังเหียน เขาก็พาทีมประสบความสำเร็จสุดยอด ทั้งเข้าตัดเชือกฟุตบอลโลก 2018 และเข้าชิงฟุตบอลยูโร 2020 โดยพ่ายให้อิตาลีฉิวเฉียดในการดวลจุดโทษเท่านั้น

กล่าวกันว่า ทีมสิงโตคำรามชุดปัจจุบันที่มีทั้ง แฮร์รี่ เคน, จู๊ด เบลลิงแฮม, บูกาโย่ ซาก้า และอีกมากมาย เป็นชุดที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ตอนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกที่บ้านตัวเอง โดยเฉพาะรายของเคนซึ่งกำลังท็อปฟอร์มกับสังกัดใหม่ บาเยิร์น มิวนิก ในบุนเดสลีก้า

เส้นทางรอบแรกของอังกฤษที่อยู่กลุ่มซีร่วมกับสโลวีเนีย เดนมาร์ก และเซอร์เบีย ถึงจะไม่ได้ราบเรียบนัก แต่ก็ไม่โหดหินเมื่อเทียบกับอีกหลายกลุ่ม จึงน่าติดตามอย่างยิ่งว่าเซาธ์เกตและแข้งเมืองผู้ดีจะไปถึงตำแหน่งแชมป์ที่รอคอยได้แล้วหรือยัง

จบศึกยูโร 2024 ได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ ก็มีอีเวนต์กีฬาอีกรายการสำคัญให้ติดตาม นั่นคือ โอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม-11 สิงหาคม

“ปารีส 2024” เป็นโอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อน ครั้งที่ 33 นับเป็นครั้งที่ 3 ที่ฝรั่งเศสได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ต่อจากการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 2 เมื่อปี 1900 และโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 8 ในปี 1924

สำหรับปารีสเกมส์รอบนี้ประเมินคร่าวๆ ว่าจะมีนักกีฬา 10,500 คน จาก 206 ประเทศเข้าร่วมชิงชัยใน 32 ชนิดกีฬา รวม 329 เหรียญทอง

สำหรับชนิดกีฬาและอีเวนต์ที่ชิงชัยเหรียญทองกันนั้น คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) มุ่งเน้นนโยบายเรื่องการมีส่วนร่วม สร้างสมดุลอีเวนต์ของนักกีฬาชายและหญิง และเน้นกีฬาของคนรุ่นใหม่มากขึ้น เพื่อดึงดูดความสนใจจากแฟนกีฬารุ่นใหม่ๆ ทำให้การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์มีความทันสมัย เป็นความพยายามที่จะขยายฐานผู้ชมให้กว้างขึ้น เป็นการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย

ด้วยเหตุนี้ปารีสเกมส์หนนี้จึงมีกีฬาบรรจุใหม่ 4 ชนิดกีฬาที่เน้นเจาะตลาดวัยรุ่นและได้รับความนิยมทางโซเชียลมีเดีย ได้แก่ เบรกกิ้ง (เต้นบีบอย-บีเกิร์ล), ปีนหน้าผา สเก็ตบอร์ด และกระดานโต้คลื่น

ส่วน 28 ชนิดกีฬาที่บรรจุแข่งขันต่อจากครั้งที่ผ่านๆ มา ได้แก่ กรีฑา, ว่ายน้ำ-กระโดดน้ำ-โปโลน้ำ-ระบำใต้น้ำ, ยิงธนู, แบดมินตัน, บาสเกตบอล, มวยสากล, เรือแคนู, จักรยาน, ขี่ม้า, ฟันดาบ, ฮอกกี้, ฟุตบอล, กอล์ฟ, ยิมนาสติก, แฮนด์บอล, ยูโด, ปัญจกีฬาสมัยใหม่, เรือกรรเชียง, รักบี้ 7 คน, เรือใบ-วินด์เซิร์ฟ, ยิงปืน, เทเบิลเทนนิส, เทควันโด, เทนนิส, ไตรกีฬา, วอลเลย์บอล, ยกน้ำหนัก และมวยปล้ำ

ในจำนวนนี้ ชนิดกีฬาที่ถือว่าอยู่ในสถานะที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงคือ มวยสากล เนื่องจากปัญหาคอร์รัปชั่นและความขัดแย้งภายในองค์กรของ สหพันธ์มวยสากลนานาชาติ (ไอบ้า) ในฐานะสหพันธ์กีฬาที่รับผิดชอบดูแลการแข่งขัน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องคำตัดสินที่ไม่เป็นธรรมจนโดนวิจารณ์หลายต่อหลายครั้ง ทางไอโอซีกดดันให้ไอบ้าแก้ไขปัญหา แสดงความจริงใจเรื่องความโปร่งใสในประเด็นต่างๆ โดยขู่จะถอดกีฬามวยสากลออกจากการชิงชัยในโอลิมปิกเกมส์ ถึงแม้จะเป็นหนึ่งในกีฬาเก่าแก่ของทัวร์นาเมนต์ ถึงขั้นต้องตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจมาวางระบบการแข่งขันชิงโควต้าตั้งแต่โอลิมปิกเกมส์หนก่อน

อย่างไรก็ตาม แม้ไอบ้าจะพยายามเปลี่ยนแปลงองค์กร (โดยเปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมมวยสากลนานาชาติ หรือ ไอบีเอ) แต่ก็ยังคงเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ที่ไม่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม และรอยร้าวยิ่งชัดเจนเมื่อบรรดาชาติใหญ่ๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ โปแลนด์ สวีเดน และสาธารณรัฐเช็ก พากันบอยคอตการแข่งขันมวยสากลชิงแชมป์โลก 2023 ที่ไอบีเอจัด ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน ไอโอซีได้ถอนการรับรองสถานะของไอบีเอในฐานะองค์กรรับผิดชอบจัดกีฬามวยสากลในระดับนานาชาติ และมีการตั้งองค์กรใหม่มาสู้ แต่ก็ยังมีชาติสมาชิกบางส่วนโดยเฉพาะในแถบเอเชียที่ยังสนับสนุนองค์กรเดิม ทำให้ตอนนี้สถานการณ์ยังคาราคาซัง และทำให้สถานะของกีฬามวยสากลในโอลิมปิกเกมส์หลังจากนี้ยังคงต้องลุ้นระทึกและจับตามองต่อไป

อีกประเด็นใหญ่ที่หลายคนจับตามองสำหรับโอลิมปิกเกมส์ 2024 คือการเข้าร่วมของนักกีฬาจากรัสเซียและเบลารุส ซึ่งมีประเด็นการเมืองระดับโลกอยู่เบื้องหลังอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

นับตั้งแต่รัฐบาลรัสเซียส่งกำลังทหารรุกรานยูเครนโดยความช่วยเหลือของเบลารุสเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 ไอโอซีก็แนะนำให้สหพันธ์กีฬาต่างๆ แบนนักกีฬาจากทั้ง 2 ชาติเข้าร่วมแข่งขันอีเวนต์ที่สหพันธ์นั้นๆ จัด
ต่อมาในปี 2023 จึงเริ่มมีการผ่อนผันให้นักกีฬาจาก 2 ชาตินั้นเข้าร่วมแข่งขันได้บางชนิดกีฬาในนามชาติเป็นกลาง ไม่ให้ใช้ชื่อประเทศ ธงชาติ เพลงชาติ หรือชุดแข่งขันที่สื่อถึงประเทศของตัวเอง

แม้ว่าจะโดนกระแสกดดันอย่างหนักจากยูเครนและชาติตะวันตกหลายชาติ สุดท้ายแล้วเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ไอโอซีก็มีมติอนุญาตให้นักกีฬารัสเซียและเบลารุสที่่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมแข่งขันปารีสเกมส์ได้ในนามชาติเป็นกลางตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ข้างต้น โดยให้เหตุผลว่า นักกีฬาที่ไม่ได้สนับสนุนสงครามไม่ควรได้รับผลกระทบจากการกระทำของรัฐบาล และควรได้รับสิทธิในการมีส่วนร่วมกับการแข่งขัน

ข้างฝั่งรัสเซียเองก็ตั้งคำถามกลับไปยังไอโอซีและโลกตะวันตกถึงความสองมาตรฐาน โดยยกเหตุการณ์สู้รบที่ฉนวนกาซา ซึ่งรัฐบาลอิสราเอลทำสงครามกับกลุ่มก่อการร้าย ฮามาส ทั้งที่ปาเลสไตน์ที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ ก็เป็นสมาชิกของไอโอซีเช่นกัน

ประเด็นนี้ ไอโอซีตอบกลับว่า “สงคราม” ระหว่างรัสเซีย-ยูเครน กับอิสราเอล-ฮามาสนั้นเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ส่วนคณะกรรมการโอลิมปิกของอิสราเอลก็ยืนยันส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก

เนื่องด้วยความขัดแย้งทางการเมืองระดับนานาชาติที่กรุ่นๆ ในหลายพื้นที่ ทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสยิ่งต้องย้ำเรื่องมาตรการดูแลความปลอดภัยของนักกีฬา เจ้าหน้าที่ และแฟนๆ กีฬาที่จะหลั่งไหลเข้าไปชมการแข่งขันในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ในระดับเข้มข้นสูงสุด

นับเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายจับตามองอย่างใกล้ชิดสำหรับอีเวนต์ใหญ่ระดับ 4 ปีครั้งที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...