โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สรุป งบกระแสเงินสดอ่านอย่างไร ให้เข้าใจแบบง่ายๆ

Stock2morrow

อัพเดต 09 ม.ค. 2567 เวลา 03.00 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2567 เวลา 03.00 น. • Stock2morrow
สรุป งบกระแสเงินสดอ่านอย่างไร ให้เข้าใจแบบง่ายๆ

ในส่วนของ "บัญชี" จะประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ
1. งบดุล
2. งบกำไร-ขาดทุน
3. งบกระแสเงินสด
ดูเหมือนว่า "งบกระแสเงินสด" (Cashflow Statement)จะเป็นงบที่นักลงทุนมองว่าอ่านยากที่สุด
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าเราเข้าใจ "ทริค" ในการอ่าน ก็พอจะจับใจความสำคัญได้ว่า กระแสเงินสดของบริษัทเป็นอย่างไร
.
งบกระแสเงินสด คือ ส่วนที่แสดงถึงรายรับรายจ่ายของเงินสดหรือเทียบเท่าเงินสด ในช่วงเวลาหนึ่ง ขึ้นอยู่กับว่าเป็นงบประเภทไหน เช่น 1 ไตรมาส หรือ 1 ปี
คำถาม คือ เราดูแต่งบกำไร - ขาดทุน อย่างเดียวไม่ได้ หรือ ?
คำตอบ คือ ได้ครับ แต่อาจจะไม่ละเอียดเท่างบกระแสเงินสด
หมายความว่า บริษัทมีการบันทึกรายได้ และค่าใช้จ่าย ด้วยหลักการทางบัญชีจริงๆ
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมี "เงินสด" เข้าออกจากบริษัทจริงๆในการทำธุรกิจ
.
ดังนั้น งบกระแสเงินสด จึงจำเป็นมากที่จะต้องอ่านควบคู่กับงบกำไร - ขาดทุน
เพราะหลายๆครั้งบริษัทสร้างกำไรได้มากๆ แต่ก็อาจจะประสบปัญหากับสภาพคล่องได้เหมือนกัน เพราะไม่มีกระแสเงินสดเข้าบริษัท
.
ตัวอย่างเช่น ร้านค้าปลีกแห่งหนึ่ง
ขายได้เดือนละ 1 แสนบาท และมีต้นทุนสินค้า 4 หมื่นบาท
เท่ากับว่า บริษัทจะมีกำไร 6 หมื่นบาท ซึ่ง 6 หมื่นบาทจะเป็นกระแสเงินสด "รับ" เข้ามาทันที
กับอีกกรณีหนึ่ง บริษัทขายวัสดุก่อสร้าง
ขายสินค้าได้ 1 แสนบาท และมีต้นทุนสินค้ารับมา 4 หมื่นบาท ซึ่งผู้ที่ซื้อสินค้าสัญญาว่า อีก 30 วันข้างหน้าค่อยมาจ่ายเงิน
ในทางงบกำไร - ขาดทุน จะบันทึกทันทีว่าบริษัท "กำไร 6 หมื่นบาท"
แต่ในงบกระแสเงินสด จะไม่ได้บันทึกเอาไว้ และจะบันทึกอีกทีในอีก 30 วันข้างหน้าว่ามีเงินสดเข้าบริษัท
จาก 2 ตัวอย่างข้างต้น จะเห็นว่าบริษัทหนึ่งมีเงินสดทันที
ในขณะที่อีกบริษัทมีเงินสดเข้ามาในอีก 1 เดือนข้างหน้า และไม่ได้มีเงินสดเข้าบริษัทในทันที …
.
นี่คือความสำคัญของงบกระแสเงินสด
บางบริษัท มีกำไรมาก แต่เงินสดไม่ได้เข้าบริษัทก็อาจจะเกิดปัญหาสภาพคล่องไม่เพียงพอ
บางบริษัท ขาดทุน แต่มีเงินสดเข้าบริษัท ก็ยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
.
โดยปกติแล้ว งบกระแสเงินสด จะประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ
1. กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัท หรือ Cashflow from Operations
คือ เงินสดเข้าบริษัท "หรือ" ออกจากบริษัท จากการดำเนินงานของบริษัท เช่น เงินจากการขายสินค้าและการให้บริการ การจ่ายเงินเดือน ต้นทุน ค่าเช่าที่
.
โดยปกติแล้ว ค่าตรงนี้ควรเป็น "บวก" เพราะบ่งบอกว่า บริษัทยิ่งขยัน ก็ยิ่งกำไร
ในทางกลับกัน ถ้าตรงนี้เป็น "ลบ" แสดงว่ายิ่งขยัน ก็ยิ่งขาดทุน ควรหลีกเลี่ยง
และจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถ้ากระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ใกล้เคียงกับ "กำไรสุทธิ" ของบริษัท
.
2. กระแสเงินสดจากการลงทุนของบริษัท หรือ Cashflow from Investing
คือ เงินสดเข้าบริษัท "หรือ" ออกจากบริษัท จากการลงทุนของบริษัท เช่น เงินฝากธนาคาร การลงทุนในบริษัทย่อย ปันผลรับ
.
โดยปกติแล้ว ค่าตรงนี้ควรเป็น "ลบ" เพราะการจะเติบโตในปีต่อๆไปได้ บริษัทจำเป็นจะต้องลงทุนเพิ่ม
ถ้าค่าตรงนี้เป็น "บวก" แสดงว่าบริษัทมีการขายทรัพย์สินที่จับต้องได้ออกไป ซึ่งถ้าบริษัทเป็นปกติคงจะไม่คิดขายสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ให้กับบริษัท
ดังนั้น ถ้าค่าตรงนี้เป็นบวก เราอาจจะต้องไปดูว่าทำไมถึงเป็นบวก …
.
3. กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน หรือ Cashflow from Financing
คือ เงินสดเข้าบริษัท "หรือ" ออกจากบริษัท จากเรื่องของการจัดหาเงินด้วยต่างๆไม่ว่าจะเป็น การกู้แบงก์ ออกหุ้นกู้ การชำระเงินกู้
.
โดยปกติแล้ว ค่าตรงนี้ควรเป็น "ลบ" เพราะบ่งบอกว่าบริษัทจ่ายเงินปันผลออกมา หรือมีการคืนหนี้เงินกู้ ทำให้บริษัทมีเงินกู้ลดลง จ่ายดอกเบี้ยน้อยลงในระยะถัดไป (ค่าตรงนี้เลยเป็นลบ)
ถ้าค่าตรงนี้เป็นบวก แสดงว่าบริษัทมีการกู้เงินเพิ่ม เป็นหนี้เพิ่มมากขึ้น
และการเป็นหนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป เพราะการกู้เงินก็อาจจะเป็นการสร้างการเติบโตได้เหมือนกัน
ดังนั้น นักลงทุนอาจจะตีความว่า เป็นบวกก็ได้ เป็นลบก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร
.
สรุปแล้ว การดูงบกระแสเงินสดเป็นเรื่องของศิลปะมากกว่าที่จะไปเจาะลึกในเรื่องของตัวเลข โดยส่วนใหญ่แล้วขอให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก และกระแสเงินสดจากการลงทุนเป็นลบ ก็ถือว่ารับได้ครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...