โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“Vital Farms” จากคนทำ 50 ธุรกิจ หยุดคิดพยายามอยากรวย มาหยุดที่ฟาร์มไก่มูลค่าหมื่นล้าน

SMART SME

อัพเดต 27 ต.ค. 2566 เวลา 03.03 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2566 เวลา 10.05 น. • Smart SME

เราเคยได้ยินประโยคที่ว่า “คนขยันไม่มีวันอดตาย” แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งโกหกแต่อย่างใด เพราะหากคนเราตั้งใจทำมาหากิน มีความอดทนอยู่กับสิ่งที่ทำ เงินทองย่อมไม่หนีไปไหน

เรื่องราวของ Matt O’Hayer ที่ทำธุรกิจมาถึง 50 ธุรกิจ ตั้งแต่การทำความสะอาดพรมไปจนถึงการเช่าเหมาลำเรือใบ แต่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาเกิดขึ้นเมื่อเขาหยุดที่ไม่อยากจะรวย และเริ่มต้นสร้างบริษัทที่มีความเชื่อถึงจุดประสงค์มากกว่าเรื่องทั่วไปจึงเป็นที่ของ “Vital Farms” ซึ่งเป็นผู้ผลิตไข่รายใหญ่ของโลก

ปัจจุบันธุรกิจทำงานร่วมกับฟาร์มครอบครัวมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ และสามารถแปรรูปไข่ได้มากถึง 6 ล้านฟองต่อวัน โดยธุรกิจมีรายได้สุทธิ 362.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีที่แล้ว ซึ่งลูกค้ายินดีจ่ายเงิน 6-10 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อซื้อสินค้า ในราคาสูงกว่าตลาดที่มีราคาอยู่ที่ 2.04 ดอลลาร์สหรัฐฯ

O’Hayer ประกาศเปิดตัว “Vital Farms” ในปี 2007 โดยมีไก่ Rhode Island Red จำนวน 20 ตัว บนพื้นที่ 27 เอเคอร์ ใกล้ออสติน, เท็กซัส ซึ่งเจ้าตัวมีเป้าหมายอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน คือ 1. เลี้ยงแม่ไก่ไข่ในสภาพแวดล้อมที่มีมนุษยธรรมมากกว่าพื้นที่ปกติในสหรัฐฯ และ 2.สอนเกษตรกรรายอื่น ๆ ให้ทำแบบเดียวกัน

“ผมคิดว่าเราสร้างความตื่นตะลึงเป็นอย่างมากให้กับมาร์เกตเพลส ทำให้ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อไข่ มันแสดงให้เห็นว่าผู้คนสนใจจริง ๆ จะกินอะไร และมาจากไหน” O’Hayer กล่าว

เส้นทางของ O’Hayer เริ่มต้นทำธุรกิจ “ขนาดใหญ่” แห่งแรกเมื่ออายุ 20 ปี โดยเป็นบริษัททำความสะอาดพรม และบริการภารโรงในฮูสตัน นอกจากนี้ยังมีกิจการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจแลกเปลี่ยนสินค้า, บริษัทท่องเที่ยว และบริการเช่าเหมาเรือใบท่องเที่ยววันหยุดพักผ่อน

ในช่วงทศวรรษ 1980 เขาพยายามทำฟาร์มเล็ก ๆ เลี้ยงแม่ไก่อยู่ในกรง โดยเขามีหน้าที่นั่งเฉย ๆ และเอาอาหารให้พวกมันกิน จนมาถึงปี 1984 O’Hayer ได้พบกับ John Mackey ผู้ร่วมก่อตั้ง Whole Foods Market ทั้งคู่มีมิตรภาพร่วมกันอย่างยาวนาน โดย Mackey มีเป้าหมายในการแสวงหาความสมดุลระหว่าง “กำไร” และ “ความรับผิดชอบต่อสังคม” จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะทำเรื่องนี้

หลังจากนั้น O’Hayer เริ่มค้นคว้าหาไอเดียธุรกิจที่มีจุดมุ่งหมายอันลึกซึ้ง และกลับมาสู่อุตสาหกรรมไข่อีกครั้ง โดยเจ้าตัวได้รับข้อมูลมาว่า ไก่ที่ผลิตไข่ประมาณ 90% ของโลกอาศัยอยู่ในกรง อาจจะเรียกได้ว่าเป็นสัตว์ในฟาร์มที่ทรมานมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจซื้อฟาร์มขนาด 27 เอเคอร์ในออสติน คิดเป็นราคา 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมกับเริ่มทำงานทันที โดย Vital Farms ใช้เวลา 2 ปี ทำกำไรจากการดำเนินงาน ซึ่ง O’Hayer ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเอาชนะความผิดพลาดของเกษตรกรมือใหม่

ไข่ไก่ Vital Farms

ความต้องการของ O’Hayer คือการหยุดทรมานสัตว์ โดยไก่ที่เลี้ยงไว้ของ Vital Farms จะเดินเตร่ในพื้นที่เพาะปลูกอย่างน้อย 108 ตารางฟุตในแต่ละวัน ทั้งการหาหญ้า หรือแมลงกินตามธรรมชาติ เท่านั้นยังไม่พอ พวกเขายังรู้อีกว่าแม่ไก่ต้องการอาหารเพิ่มซึ่งทำมาจากข้าวโพด และกากถั่วเหลืองที่ยังไม่แปรรูป เพื่อสร้างความแน่ใจว่าจะได้อัตราการผลิตไข่ที่สูงขึ้น

“ได้ไข่มาก็ขายไป หากเหลือก็บริจาคให้กับธนาคารอาหารท้องถิ่น” O’Hayer กล่าว

ในปี 2009 บริษัทได้ต้อนรับลูกค้ารายใหญ่ นั่นคือ Whole Foods ที่มาเพิ่มช่องทางการขายให้กระจายออกไป

ตามรายงานของ Research and Markets พบว่า มูลค่าตลาดไข่รวมในสหรัฐฯ คิดเป็น 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเกือบ 40% ของการผลิตไข่ในสหรัฐฯ ถูกควบคุมโดยคู่แข่งรายใหญ่ แต่ Vital Farms ไม่ได้อยู่ในนั้น แต่ก็ยังถูกจับตามองในตลาดนี้อยู่ดี

ที่มา:cnbc

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...