"จดหมายปรีดี" ไม่ใช่จดหมายแต่เป็นเอกสาร
ไขความลับ #จดหมายปรีดี นักวิชาการพูดเอง ไม่ใช่จดหมายแต่เป็นเอกสาร
กลายเป็นเรื่องพูดถึงอย่างล้นหลามหลังจากเข้าสู่ปีใหม่ เหตุเพราะส่วนหนึ่งหลายคนเข้าใจว่า จดหมายจะได้รับการเปิดในปี 2567 ทันทีหลังจากขึ้นปีใหม่ และคาดหวังว่าปลายปากกาของปรีดี พนมยงค์ซึ่งเป็นทั้งอดีตนักการเมือง ผู้สร้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบุคคลสำคัญในกลุ่มคณะราษฎร์ที่จรดลงบนจดหมาย (หรือเอกสาร) จะสร้างปรากฏการณ์ต่อการเมืองไทยบ้างไม่มากก็น้อย แต่ว่าหลังจากมีคณะเดินทางไปยังหอจดหมายเหตุทางการทูตฝรั่งเพื่อเผยแพร่จดหมายฉบับดังกล่าว พบว่าเอกสารที่เปิดอ่านไปกว่าครึ่งกลายเป็นเอกสารที่อนุญาตให้เข้าถึงได้เมื่อ 7 ปีที่แล้ว และเอกสารของปรีดีที่ถูกกำหนดให้เปิดในปีนี้จะเข้าถึงได้ในวันที่ 5 ม.ค. นำมาซึ่งการกระหน่ำตั้งคำถามทุกสารทิศถึงสถานะว่าจริงๆ แล้วเป็น ‘จดหมาย หรือเอกสารทางการทูต’ ซึ่งเขียนโดยทูตชาวฝรั่งเศสกันแน่
ดิน บัวแดง อ.ภาควิชาประวัติศาสตร์ ม.เชียงใหม่ อธิบายว่า ข้อมูลที่ของปรีดีจากหอจดหมายเหตุการทูตกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ไม่ใช่จดหมาย 100% โดย อ.ดิน เริ่มต้นเปิดเอกสารปรีดีที่หอจดหมายเหตุการทูตกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสขณะกำลังศึกษาปริญญาเอกประวัติศาสตร์สงครามโลก ณ กรุงปารีส เพื่อใช้ในภาพยนตร์ Friendnomy ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องความสัมพันธ์ระหว่างปรีดี พนมยงค์และจอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่ง อ.ดิน ได้รับมอบหมายให้ค้นคว้าข้อมูลของปรีดี พนมยงค์จึงได้พบกับเอกสารของปรีดีที่หอจดหมายเหตุทางการทูต
อ.ดิน ระบุว่า แฟ้มเอกสารปรีดีชื่อว่า 147QO/158 สามารถเข้าถึงเอกสารฉบับนี้ได้ตั้งแต่ปี 2017 เอกสารครอบคลุมตั้งแต่ปี 1965-1967 มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการลี้ภัยจากจีนไปยังฝรั่งเศสของปรีดี พนมยงค์ ซึ่งปรีดีได้ลี้ภัยไปประเทศจีนหลังการรัฐประหารในประเทศไทยปี 1947 หลังจากลี้ภัยปรีดีกลับมาไทยหนึ่งครั้ง และอาศัยอยู่ในประเทศจีนระยะยาวตั้งแต่ปี 1948 เอกสารปรีดี (ซึ่งมีข้อมูลการลี้ภัยของปรีดีระหว่างปี 1965-1967) พูดถึงความพยายามของปรีดี ที่ต้องการออกจากประเทศจีน มีการต่อรองกับทูตฝรั่งเศส และทางการฝรั่งเศส ในเอกสารระบุถึงการส่งบุตรชายของปรีดีเดินทางผ่านประเทศลาวเพื่อเข้าประเทศไทยเพื่อเจรจากับทูตฝรั่งเศสถึงความต้องการลี้ภัยมายังฝรั่งเศส
ในเอกสารปรีดีฉบับดังกล่าวจะมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการประเมินของทูตฝรั่งเศสในประเทศไทย รวมทั้งกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส เป็นการประเมินข้อดี-ข้อเสียการเมืองระหว่างประเทศจากการอนุญาตให้ปรีดีลี้ภัยมายังฝรั่งเศสบนฐานความกังวลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศฝรั่งเศส-ไทย ซึ่งในเอกสารมีการยืนยันว่าจะไม่ออกหนังสือเดินทางหลังจากประเมินว่ารัฐบาลไทยจะเกิดความไม่พอใจ และในขณะนั้นประเทศไทยมีสหรัฐฯหนุนหลังอยู่ ฝรั่งเศสเริ่มมีความขัดแย้งกับสหรัฐฯ เนื่องจากช่วงนั้นฝรั่งเศสเริ่มมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศจีน เอกสารของปรีดีจึงเป็นการตอบกลับไปกลับมาระหว่างทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ทูตฝรั่งเศสประจำประเทศจีน และกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสเกี่ยวกับการประสงค์จะลี้ภัยของปรีดีจากจีนสู่ฝรั่งเศส ไม่ใช่จดหมายส่วนตัวของปรีดี พนมยงค์แต่อย่างใด
แม้ว่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาของปรีดีเกี่ยวกับการสวรรคตของรัชกาลที่ 8 หรือการประเมินจุดยืนทางการเมืองของปรีดี พนมยงค์ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ทว่าก็เป็นการประเมินโดยทูตชาวฝรั่งเศสไม่ใช่ปรีดีเป็นผู้เขียน และมั่นใจว่าเอกสารปรีดีที่กำลังจะถูกเผยแพร่ในปี 2024 ก็จะเป็นเอกสารที่มีเนื้อหาแบบเดียวกัน
ส่วนคำถามที่ว่าเหตุใดจึงต้องแยกเอกสารปรีดีเป็นสองชุด คือชุดที่สามารถเข้าถึงได้ก่อนหน้านี้และเอกสารชุดที่จะสามารถเข้าถึงได้ในปี 2024 เนื่องจากว่าหอจดหมายเหตุทางการทูตฝรั่งเศสมีระบบเก็บแฟ้มแบบแบ่งตามระยะเวลา ซึ่งเอกสารที่บันทึกช่วงปี 1965-1967 เป็นเอกสารที่ถูกเก็บในแฟ้มใหญ่รวมกับเอกสารทางการทูตทั่วไป ซึ่งเรื่องราวของปรีดียังต่อเนื่องหลังจากปี 1967 จึงมีเอกสารอีกส่วนที่ไม่ได้ถูกเก็บในแฟ้มนี้ เอกสารปรีดีจึงถูกแยกเป็นสองชุด