'สุริยะ' สั่งดีพร้อมอุ้มเอสเอ็มอีด่วน ฝ่าวิกฤตคลัสเตอร์โรงงาน
‘สุริยะ’ สั่งดีพร้อมอุ้มเอสเอ็มอีด่วน ฝ่าวิกฤตคลัสเตอร์โรงงาน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบันระลอกใหม่นี้ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน รวมถึงผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการรายย่อย ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะที่กำกับและดูแลโรงงาน สถานประกอบการภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ได้เห็นถึงความสำคัญ และได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือในการส่งเสริมสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัล และองค์ความรู้ต่าง ๆ เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงในภาคอุตสาหกรรมและสถานประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผมจึงได้สั่งการให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(ดีพร้อม) เร่งจัดคอร์สเฉพาะกิจเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยเน้นเสริมความรู้ที่จำเป็นสำหรับบริหารจัดการความเสี่ยงต่าง ๆ รวมถึงการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในโรงงานและสถานประกอบการให้ได้อย่างทันท่วงที
นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(ดีพร้อม) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระรอกใหม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ขณะเดียวกันเศรษฐกิจของประเทศไทยยังต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออกเป็นหลัก โดยฟันเฟืองสำคัญที่เป็นรากฐานของการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและจีดีพีของไทยกว่าร้อยละ35 คือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งยังต้องพึ่งพาแรงงานในการผลิตสินค้าเช่นเดียวกับโรงงานขนาดใหญ่และอาจเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้
ดังนั้น ดีพร้อม ได้ขานรับนโยบายและความห่วงใยของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้สำรวจปัญหาและความต้องการจริงของเอสเอ็มอีทั่วประเทศและนำมาวิเคราะห์เพื่อจัดทำโครงการเร่งด่วน “ช่วยเอสเอ็มอีแบบดีพร้อม นำธุรกิจปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19” ซึ่งประกอบด้วยเนื้อหาหลักสูตรเกี่ยวกับการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในแบบฉบับของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เน้นทำได้ฟรี ทำได้ไวและใช้ได้จริง โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม
เน้นชู 3 มิติ ตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบันได้แก่ 1) การปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ด้วยการลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต (Lean) และลดความแออัดในโรงงานด้วยโปรแกรมดิจิทัลเฉพาะทางที่พัฒนาโดยคนไทย 2) การประยุกต์ใช้มาตรฐานอุตสาหกรรมและวิธีบริหารจัดการโซ่อุปทานเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการผลิต และ 3) การเสริมความรู้และเทคนิคด้านสุขอนามัยและอาชีวอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดระหว่างโรงงานและชุมชน โดยมีไฮไลท์สำคัญ คือ การแชร์ประสบการณ์จากผู้ประกอบการต้นแบบในการรับมือและพลิกฟื้นจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในโรงงานที่เกิดขึ้นจริงพร้อมจัดทัพที่ปรึกษาเพื่อให้คำแนะนำด้านอาชีวอนามัยและสุขอนามัยแก่ผู้ประกอบการตามความต้องการ
โดยโครงการนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 18 มิถุนายน 2564 ในรูปแบบการอบรมออนไลน์ผ่านFacebook Live ทาง Fanpage : DIPromStation ของดีพร้อมเองเพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมฟังได้อย่างสะดวกและทั่วถึง
ทั้งนี้การดำเนินโครงการมีจุดประสงค์หลักเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันแก่โรงงานและสถานประกอบการที่ต้องอาศัยแรงงานในกระบวนการผลิตให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่อาจทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงักลง โดยมุ่งเน้นส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการในเชิงรุกผ่านการพัฒนาความรู้ในเชิงทฤษฎีและเสริมด้วยการใช้โปรแกรมดิจิทัลเพื่อให้เกิดการนำไปใช้ได้จริงอีกทั้งยังนำเอาองค์ความรู้ในภาคอุตสาหกรรมมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและบริหารจัดการองค์กรให้ผู้ประกอบการสามารถยืนหยัดท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ได้อย่างมั่นคง และรอดพ้นจากความเสี่ยงคลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรมได้โดยตลอดรอดฝั่ง