โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"สิงห์-ช้าง" วืดเป้า เบียร์แสนล้านซึม กำลังซื้อทรุดหนัก

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 18 พ.ย. 2561 เวลา 18.47 น.

เบียร์ 1.8 แสนล้านนิ่งสนิท “สิงห์-ช้าง” กุมขมับกำลังซื้อซัดยอดร่วง ทำใจสิ้นปีวืดเป้า ด้านเอเย่นต์บ่นอุบ แบกสต๊อกหลังแอ่น ดิ้นระบายสินค้า สรรพสามิตเผยภาษีลดฮวบกว่าหมื่นล้าน

ปีนี้แม้ว่าภาพรวมของเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวดูดีขึ้น และคาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ราว 4.4-4.8% แต่อีกด้านหนึ่ง หลาย ๆ ธุรกิจกำลังต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายจากปัญหาเรื่องกำลังซื้อที่ชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้า จากปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ หนี้ครัวเรือน ส่งผลให้ตลาดเบียร์มูลค่ากว่า 1.8 แสนล้านบาท หดตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ล่าสุดผู้ประกอบการรายใหญ่ต่างทำใจว่า ช่วง 2 เดือนสุดท้ายที่เหลืออยู่ แม้จะเป็นหน้าขายแต่ก็คงไม่สามารถจะผลักดันหรือดึงยอดขายให้กลับมาเติบโตได้ตามเป้า

“สิงห์-ช้าง” ยอดแป้ก-วืดเป้า

แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาตลาดเบียร์โดยรวมมียอดขายไม่ดีนัก ปัจจัยที่กระทบหลัก ๆ มาจากกำลังซื้อที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง สำหรับช่วง 2 เดือนสุดท้ายนี้ แม้จะเป็นหน้าขายสำคัญ และในแง่ของมู้ดการจับจ่าย การเฉลิมฉลอง อาจจะดีขึ้นบ้าง และทำให้ตลาดคึกคักขึ้นบ้าง แต่ก็คงไม่สามารถ

คัฟเวอร์ตลาดในช่วง 9-10 เดือนที่ผ่านมาที่หดตัวลงไปมากได้

“ภาวะที่เกิดขึ้นเป็นทั้งเราและคู่แข่ง เชื่อว่าปีนี้ตัวเลขยอดขายทั้งเราและคู่แข่งคงไม่มีใครทำได้ตามเป้าที่วางไว้ สำหรับช่วงหน้าขายปลายปีที่เหลืออยู่ บริษัทก็จะยังทำกิจกรรมทั่วไปตามปกติ เช่น ลานเบียร์ แต่จะไม่มีการเพิ่มงบฯพิเศษอะไรเพื่อกระตุ้นตลาด”

สอดคล้องกับแหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ยอมรับว่า ตลาดโดยรวมปีนี้ไม่ดีนัก นอกจากเรื่องกำลังซื้อที่เป็นปัญหาแล้ว การรณรงค์ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ทำมาเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่องก็มีผลกับตลาดไม่น้อย ดูได้จากช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นหน้าขายหลักของเบียร์ แต่ตัวเลขออกมาก็ไม่ดี ลดลงไปมาก

ขณะที่นายปริญ มาลากุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ไฮเนเก้น เชียร์ ไทเกอร์ ฯลฯ กล่าวในเรื่องนี้ว่า ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาตลาดเบียร์หดตัวลงเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากเบียร์เมนสตรีม หรือเบียร์ที่เจาะตลาดแมส เช่น ลีโอ ช้าง ฯลฯ ที่ได้รับผลกระทบจากการจับจ่ายของผู้บริโภคกลุ่มแมสที่ค่อนข้างนิ่ง ล่าสุด ขณะนี้เข้าสู่ช่วงหน้าขายปลายปีแต่ตลาดก็ยังนิ่ง ๆ อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดตัวไทเกอร์ รสชาติใหม่ “แรดเลอร์

เลเมอน” แอลกอฮอล์ 2% เพื่อกระตุ้นตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายและเพิ่มทางเลือกผู้บริโภค

เอเย่นต์แห่ลดสต๊อก

ผู้แทนจำหน่ายเบียร์สิงห์-ลีโอ ในภาคกลาง-อีสาน กล่าวไปในทิศทางเดียวกัน โดยเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้บรรดาเอเย่นต์ต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมมาก เนื่องจากยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าที่วางเอาไว้ ล่าสุดต้องลงพื้นที่เดินสายขายของ ออกไปเปิดบูทขายสินค้า จัดคอนเสิร์ตเล็ก ๆ มีนักร้อง มีพริตตี้มาช่วย เป็นการเร่งระบายสต๊อกช่วยอีกทางหนึ่ง จากเดิมที่หลัก ๆ ก็จะกระจายให้ซับเอเย่นต์เอาไปจำหน่ายเท่านั้น แต่ตอนนี้ต้องช่วยทำทุกวิถีทาง ซึ่งก็ทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่ก็ต้องทำเพื่อให้ขายได้

เช่นเดียวกับผู้แทนจำหน่ายของค่ายเบียร์ช้างที่ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า กำลังซื้อในปีนี้หดตัวลงมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายค่อนข้างนิ่ง แม้แต่ช่วงไฮซีซั่นอย่างช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาก็ไม่ดีเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม คาดว่ายอดขายช่วง 2 เดือนสุดท้ายจะปรับตัวดีขึ้นบ้าง เพราะเข้าสู่ช่วงเฉลิมฉลองปลายปี

“ปกติก่อนจะเข้าหน้าขายไม่ว่าจะเป็นช่วงสงกรานต์หรือปีใหม่ เอเย่นต์ก็จะสต๊อกเบียร์ไว้ขายมาก แต่ปีนี้เอเย่นต์แทบทุกรายต่างลดการสต๊อกลง เพราะไม่อยากจะแบกสต๊อกไว้มาก ๆ”

ไทยเบฟฯส่ง 2 เบียร์ใหม่ลุย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้ลอนช์เบียร์ใหม่เข้าสู่ตลาดพร้อม ๆ กัน 2 แบรนด์ โดยเริ่มวางจำหน่ายในช่องทางร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ได้แก่ เบียร์หมาป่า (Huntsman Cloudy Wheat Beer) และเบียร์มังกรดำ (Black Dragon Red Beer) จากก่อนหน้านี้ที่ค่ายสิงห์ได้ส่งเบียร์แบรนด์ใหม่ สโนวี่ ไวเซ่น บาย เอส33 และเอส สามสาม คอปเปอร์ คราฟต์ เบียร์เข้ามาทำตลาด

รายงานจากกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงตัวเลขการจัดเก็บภาษีเบียร์ในปีงบประมาณที่ผ่านมา (ตุลาคม 2560-กันยายน 2561) ว่าสามารถจัดเก็บได้ 76,356 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 10,840 ล้านบาทหรือลดลง 12.43% เป็นผลมาจากปริมาณการบริโภคโดยรวมลดลง ตลอดจนในช่วงพีกของหน้าขาย เช่น เทศกาลวันสงกรานต์ ก็มีการรณรงค์กวดขันที่เข้มงวดมากขึ้น

เช่นเดียวกันกับภาษีเหล้า ในปีงบประมาณที่ผ่านมาสามารถจัดเก็บได้ 55,964 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 6,619 ล้านบาท หรือลดลง 10% จากแนวโน้มการบริโภคที่ลดลง และการกักตุนสินค้าก่อนที่ พ.ร.บ.สรรพสามิต 2560 จะมีผลบังคับใช้ในช่วงปลายปี 2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...