กรมอุทยานฯ ส่งมอบ 2 ช้างป่าให้ สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ หลังคดีสิ้นสุด ตกเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน
สืบเนื่องจาก 2559 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) ทำหน้าที่ หัวหน้าหน่วยพญาเสือ พร้อมด้วย จนท.หน่วยพญาเสือ และฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เข้าตรวจสอบสวนสัตว์หัวหินซู ซึ่งมีนายประกอบ ชำนาญกิจ แสดงตัวเป็นเจ้าของกิจการ และเป็นผู้ครอบครองช้างทั้งสองตัว คือ ช้างพลายบุญ และช้างพังสมศรี
จากการข่าวและฃการสืบสวนหาพยานหลักฐานของหน่วยพญาเสือ พบว่าช้างทั้งสองตัวนี้ รูปพรรณไม่ตรงกับตั๋ว และ ตัวจริงก็ไม่สัมพันธ์กับอายุ รวมถึงเลขไมโครชิฟก็ไม่ตรงกัน ซึ่งที่แตกต่างชัดเจน คือ
- ช้างพลายบุญ ตัวจริงช้างอายุไม่เกิน 2 ปี แต่ตั๋วรูปพรรณ มีอายุ 12 ปี
- ช้างพังสมศรี ตัวจริงอายุไม่เกิน 4 ปี แต่ตั๋วรูปพรรณ 10 ปี ซึ่ง 10 ปีนี้ยังไม่รวม อายุก่อนที่ช้างจะไปแจ้งออกตั๋ว อีก 8 ปี ถ้ารวมแล้วช้างพังสมศรี ตามตั๋วจะต้องมีอายุ มากกว่า 18 ปี
โดยในขณะนั้น นายประกอบ ได้นำเอกสารตั๋วรูปพรรณช้าง ทั้งสองมาแสดง ต่อ จนท.แต่พยานหลักฐาน ต่างๆ ไม่ตรงกัน จนท.จึงได้เข้าตรวจยึด และแจ้งข้อกล่าวหา นายประกอบ ชำนาญกิจ ตามรายละเอียด ดังนี้
วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 คณะเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า ได้ตรวจยึดช้างพลายบุญ หมายเลขไมโครชิพ TN*000*102*528 ที่สวนสัตว์หัวหิน เลขที่ 369 หมู่ที่ 10 ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากช้างพลายบุญมีรายละเอียดตัวจริงไม่ตรงกับตั๋วรูปพรรณช้าง (ส.พ.5) เล่มที่ 1861 ลงวันที่ 10 มกราคม 2558 ออกให้ ณ อำเภอหัวหิน โดยมีนายประกอบ ชำนาญกิจ เป็นผู้ถูกจับ ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 19 และ 47 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิดสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ช้างพลายบุญ ตามตั๋วรูปพรรณช้างมีอายุ 12 ปี แต่ตัวช้างอายุไม่ถึง 2 ปี ดังนั้น ช้างพลายบุญเป็นช้างที่ได้มาโดยมิชอบ โดยมีอายุตัวจริงไม่ตรงกับตั๋วรูปพรรณช้าง
วันที่ 8 มิถุนายน 2559 คณะเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่าได้ตรวจยึดช้างพังสมศรี หมายเลขไมโครชิพ TN*000*023*340 ที่หมู่บ้านช้างหัวหิน เลขที่ 38/47 (ด้านหลังวัดอิติสุขโต) ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากช้างพังสมศรีมีความผิดปกติของตั๋วรูปพรรณช้าง (ส.พ.5) เล่มที่ 001581 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2549 ออกให้ ณ อำเภอหัวหิน ประกอบกับอำเภอหัวหินมีหนังสืออายัดตั๋วรูปพรรณช้างดังกล่าว ตามหนังสืออำเภอหัวหิน ที่ ปข 0418/934 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2559 เรื่องอายัดตั๋วรูปพรรณช้าง (ส.พ.5) โดยมีนายประกอบ ชำนาญกิจ เป็นผู้ต้องหา ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 19 และ 47 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิดสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ช้างพังสมศรี ตามตั๋วรูปพรรณช้างมีอายุ 10 ปี แต่ตัวช้างอายุไม่ถึง 4 ปี ดังนั้น ช้างพังสมศรีเป็นช้างที่ได้มาโดยมิชอบ โดยมีอายุตัวจริงไม่ตรงกับตั๋วรูปพรรณช้าง
ในการตรวจสอบเอกสารตัวรูปพรรณ (สพ.5) หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า ได้มีหนังสือสอบถามนายทะเบียนสัตว์พาหนะอำเภอหัวหินสถานที่ออกตั๋วรูปพรรณของช้างทั้งสองตัว ปรากฏว่า อำเภอหัวหินตรวจไม่พบเอกสารตั๋วรูปพรรณของทั้งสองตัว แจ้งว่าเอกสาร สพ.5 แบบเดิม สูญหาย รายละเอียดปรากฏตามหนังสือ อำเภอหัวหิน ที่ ปข 0418/6475 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2559 เรื่อง การตรวจยึดช้างพลายบุญและช้างพังสมศรี
สำหรับการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดครอบครองช้างทั้ง 2 ตัวดังกล่าว เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 ศาลจังหวัดหัวหินพิพากษา คดีอาญาที่ 455/59 วันที่ 28 พ.ค.59 เวลา 16.30 น. สภ.หัวหิน ผู้ต้องหาคือ นายประกอบ ชำนาญกิจ โดยพิพากษา จำคุกจำเลย 12 เดือน ปรับหนึ่งหมื่นบาท โทษจำรอลงอาญา 1 ปี ริบช้างของกลาง และ คดีอาญาที่ 481/59 วันที่ 8 มิ.ย.59 เวลา 23.30 น. สภ.หัวหิน ผู้ต้องหา นายประกอบ ชำนาญกิจ พิพากษา จำคุกจำเลย 12 เดือน ปรับหนึ่งหมื่นบาท โทษจำรอลงอาญา 1 ปี ริบช้างของกลาง รวม 2 คดี นายประกอบ ชำนาญกิจ โทษจำรอลงอาญารวม 2 ปี ปรับรวม 2 หมื่นบาท
หลังจากนั้นเมื่อมีผลคดีเป็นที่สุดแล้ว วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้ส่งมอบช้างของกลางที่ตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 2 ตัว ดังกล่าวให้ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง สังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ รับไปไว้ใช้ในราชการ