โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

แนวคิดคตินิยมแบบ “ครูบา” (ใหม่) รอบ 20 ปีหลัง ทำไมเรียก "ครูบาอุกแก๊ส"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 ม.ค. 2566 เวลา 03.42 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2566 เวลา 00.42 น.
อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ที่เชิงดอยสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ในช่วงเวลาหลังจากที่ครูบาศรีวิชัย มรณภาพไปแล้วนั้น พบว่าความเชื่อ ความศรัทธาเลื่อมใสในท่านยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และสืบทอดต่อมายังลูกศิษย์ของท่านคือครูบาขาวปี ซึ่งได้ดำเนินบทบาทตามรอยของครูบาศรีวิชัยอย่างต่อเนื่อง บทบาทของครูบาศรีวิชัยที่ได้ดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องต่าง ๆ อีกทั้งเป็นที่พึ่งทางจิตใจนั้น ได้สร้างฐานพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเราจะพบว่าอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัยที่บริเวณเชิงดอยสุเทพนั้น ไม่เคยจางหายจากกลิ่นควันธูปและดอกไม้สักการะบูชาเลยแม้สักวันเดียว

ขณะที่เครื่องรางของขลังต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับท่านก็ได้กลายเป็นสิ่งของที่มีมูลค่าในการเช่าหามาไว้สักการะครอบครอง อีกทั้งได้ถูกผลิตซ้ำขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่อง ความเข้มแข็งของพลังศรัทธาในครูบาศรีวิชัยนี้ ได้มีมาอย่างต่อเนื่องแม้ว่าหลังจากที่ท่านได้มรณภาพไปแล้วก็ตาม

ในขณะเดียวกันปรากฏการณ์ที่มีมาอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษ 2530 เป็นต้นมา คือการเกิดคตินิยมเรียกว่า การปฏิบัติตนแบบ “ครูบาศรีวิชัย” ขึ้นในวงการสงฆ์ล้านนาโดยเฉพาะพระสงฆ์รุ่นใหม่ที่มีพรรษาน้อย ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นพร้อมกับแนวคิด “ล้านนานิยม” ในห้วงกระแสแห่งการเกิดการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นล้านนา การหาข้อสรุปคำว่าล้านนา ลานนา การดำเนินการจัดสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เป็นต้น

วิลักษณ์ ศรีป่าซาง ให้ความหมายของ “ครูบา” ว่า เป็นการเรียกขานพระเถระที่เคารพนับถือ ที่มีอายุประมาณ 50 ปีขึ้นไป ไม่ใช่คำที่กำหนดขึ้นเพื่อเรียกขานตัวเอง ซึ่งการเรียกขานครูบานั้นมีเงื่อนไขอยู่ 3 ข้อ คือ 1. เป็นพระสงฆ์ที่มีพรรษามาก ทั้งอายุการบวช 2. ต้องปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตลอดอายุการบวช 3. สร้างสิ่งดีงามกับพระศาสนา ส่วนพระสงฆ์ที่มิได้มีพรรษาตามข้อ 1 นั้นก็ไม่นิยมเรียกครูบา

การเกิดความคิดคตินิยมแบบ “ครูบา” กับกลุ่มพระสงฆ์ที่มีพรรษาน้อยนี้ บางครั้งมักจะได้รับการกล่าวขานว่า เป็นครูบาศรีวิชัยมาเกิด หรือบางท่านก็มิได้เรียกขานตัวเอง หากเกิดจากศรัทธาญาติโยมยกตำแหน่งครูบาให้เพราะปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตั้งแต่อายุยังน้อย ปัจจุบันพบว่านอกจากพระสงฆ์ที่พรรษาน้อยแล้ว ก็มีเณรบางองค์เรียกขานตัวเองว่า “เณรครูบา” เหมือนกัน ซึ่งครูบาหนุ่มเหล่านี้มักมีคำล้อเลียนว่า “ครูบาอุกแก๊ส” หมายถึง การบ่มด้วยแก๊สเพื่อให้สุกก่อนกำหนด เช่น กล้วย เป็นต้น

ลักษณะการประพฤติปฏิบัติตนของครูบาหนุ่มเหล่านี้ มักจะมีลักษณะแบบเดียวกันกับครูบาศรีวิชัย คือ นุ่งห่มผ้าสีที่ต่างจากพระสงฆ์นิกายหลัก มีผ้ามัดอก สวมลูกประคำ ใช้พัดขนนกยูง หรือพัดใบลาน มีไม้เท้า และมีแนวคิดแบบล้านนานิยม

ซึ่ง “ครูบาหนุ่ม” เหล่านี้ บางท่านพบว่าจะมีประวัติของตนเองที่กล่าวถึงการบวชที่มักบวชตั้งแต่อายุยังน้อยบรรพชาเป็นสามเณรก่อน มีจิตเลื่อมใสในพุทธศาสนา มีความสนใจในอักขระล้านนาและคาถาอาคมในวัยเด็กมักจะมีแววเป็นผู้สืบสานพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองในภายภาคหน้า หรือมีคำเล่าลือกันว่า “เจ้าหน่อตนบุญ” เป็นครูบาศรีวิชัยกลับชาติมาเกิด เดินทางจาริกแสวงบุญไปในเขตแดนต่าง ๆ มีการกล่าวถึงการบำเพ็ญธรรมเพื่อมุ่งสู่การเป็นพระโพธิสัตว์พระองค์หนึ่งขณะที่ในประวัติบางท่านกล่าวถึงขณะแรกเกิดมีปาฏิหาริย์ดังเช่นครูบาเจ้าศรีวิชัย หรือกล่าวถึงตอนเด็กที่ยากจนประสบปัญหาต่าง ๆ แต่มีใจบุญไม่เบียดเบียนสัตว์มักมีความสนใจใฝ่ในทางธรรมสม่ำเสมอ หรือตั้งแต่เป็นสามเณรสามารถทำน้ำมนต์ เป่าหัว เสกน้ำให้ชาวบ้านหายจากเจ็บป่วยได้

บางท่านมักจะมีวัตรปฏิบัติอย่างครูบาศรีวิชัยมาตั้งแต่แรกเป็นสามเณรเลยทีเดียวคือ นุ่งห่มแบบรัดอก ถือพัดและไม้เท้า ปัจจุบันพบว่ามีการนำเสนอประวัติ “ครูบา” นิมิต สิ่งลี้ลับที่เกี่ยวข้อง การจัดสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ การจัดสร้างเครื่องลางของขลัง เป็นต้น

ปัจจุบันพบว่า “ครูบา” (ใหม่) บางองค์มีศรัทธาญาติโยมมากมายทั้งจากเชียงใหม่ หรือจากต่างจังหวัดไกล ๆ ทั่วทุกภาค เช่น กรุงเทพฯ อุบลราชธานี กาญจนบุรี เป็นต้น สิ่งที่จะทำให้ “ครูบา” (ใหม่) มีศรัทธามากมายได้นั้นเป็นเพราะว่า การมีวัตรปฏิบัติที่มีลักษณะแบบเดียวกับครูบาศรีวิชัย หากองค์ใดปฏิบัติได้เหมือนก็มักจะมีศรัทธาเลื่อมใสมาก พบว่าบางท่านจะต้องฉันหมากให้คล้ายกับครูบาศรีวิชัย ทั้ง ๆ ที่อายุยังน้อยและก็ไม่เป็นที่นิยมกันแล้วในสังคมปัจจุบัน

นอกจากนั้นการผลิตซ้ำเครื่องลางของขลังตามแบบอย่างครูบาศรีวิชัย ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่จะดึงดูดศรัทธาญาติโยมให้มาขึ้นกับตนได้มาก เช่น การสร้างผ้ายันต์ปารมี 30 ทัศ การสร้างเหรียญรูปเหมือนครูบาศรีวิชัย การสร้างรูปประคำครูบาศรีวิชัย ผ้ารอยปาทะครูบาเจ้าศรีวิชัย เป็นต้น

ในปัจจุบันพบว่ามีการสร้างเครื่องลางของขลังอื่น ๆ เพิ่มขึ้นและต่างออกไปจากเดิมที่เป็นของครูบาศรีวิชัยเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะแก่ตนเอง เช่น สร้างกุมารเศรษฐีมั่งมีทรัพย์ พญานาคคาบแก้ว พระอุปคุตจกบาตร ชูชกเรียกทรัพย์ ปรอท ดาบ ตะกรุด เป็นต้น และ “ครูบา” บางท่านก็มีชื่อเสียงเลื่องลืออย่างกว้างขวางไม่เฉพาะในเขตประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ยังเป็นที่รู้จักของคนในแถบรัฐชาน เมืองเชียงตุง ประเทศพม่าอีกด้วย รวมทั้งมีศรัทธาญาติโยมเป็นนักธุรกิจชาวต่างชาติ เช่น ไต้หวัน ฮ่องกง เป็นต้น

ในขณะเดียวกัน “ครูบา” (ใหม่) บางท่านก็มักสร้างอัตลักษณ์เฉพาะของตนขึ้นมาประกอบด้วยเพื่อเป็นจุดสนใจ เช่นจะทำให้เกิดปาฏิหาริย์ได้โดยทำให้ขันน้ำมนต์มีควันลอยขึ้นมา สร้างความประหลาดใจแก่ศรัทธาญาติโยมเป็นอย่างยิ่งจึงเป็นที่มาของการเรียกขานชื่อท่านต่อมา มีการตั้งชื่อตนเองให้แปลกเป็นที่สะดุดและจดจำแก่ญาติโยมหรือขี่ม้าบิณฑบาตบนยอดดอยสูง เป็นต้น นอกจากนั้นสิ่งที่จะดึงดูดจุดสนใจต่อศรัทธาญาติโยมอีกประการหนึ่งคือการปรับเปลี่ยนชื่อวัดที่ตนเองจำพรรษาอยู่ให้เป็นชื่อแบบคำพื้นเมืองล้านนา หรือที่จดจำได้ง่าย หรือแปลกไปจากเดิม

เป็นที่น่าสังเกตว่า “ครูบา” (ใหม่) ทั้งหลาย เมื่อมีศรัทธาญาติโยมมากขึ้นแล้วก็มักจะจัดสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ ภายในวัดของตนเองขึ้นมาใหม่อย่างใหญ่โตและใช้ทุนทรัพย์เป็นจำนวนมากมาย ซึ่งมักจะมีความเชื่อว่าเป็นการสร้างเสริมบารมีให้แก่ตนเองอย่างหนึ่ง (แต่แตกต่างจากบทบาทการบูรณปฏิสังขรณ์ของครูบาศรีวิชัยที่ผ่านมาในอดีต)

และพบว่าเมื่อถึงคราวจัดงานฉลองครบรอบอายุของตนในแต่ละปีก็มักจะมีศรัทธาญาติโยมจากทุกสารทิศมาร่วมทำบุญเป็นจำนวนมากมายอีกด้วย เช่น การให้ศรัทธาญาติโยมรับเป็นเจ้าภาพถวายต้นเงินที่ประดับด้วยธนบัตรขนาดสูงใหญ่เป็นจำนวนหลาย ๆ ต้น การบริจาคสมทบจัดสร้างถาวรวัตถุขนาดใหญ่ภายในวัด เป็นต้น ซึ่งถ้ามองอย่างผู้ที่ไม่เชื่อถือหรือไม่เห็นด้วยก็จะบอกว่าการใช้คตินิยมแบบ “ครูบา” (ใหม่) นี้ เป็นการสร้างศรัทธาเชิงพุทธพาณิชย์ก็เป็นได้

ดังนั้นหากศึกษากรณี “ครูบา” (ใหม่) นี้อย่างถ่องแท้แล้ว วัตรปฏิบัติแบบอย่างครูบาเจ้าศรีวิชัยที่แท้จริงนั้น ในปัจจุบันถูกเลือกใช้บางอย่างเท่านั้น แล้วแต่ “ครูบา” (ใหม่) ท่านไหนจะเลือกหยิบเอาอัตลักษณ์อะไรของครูบาศรีวิชัยมาใช้ประกอบ เพื่อให้ตนได้มีศรัทธาญาติโยมมากขึ้นเท่านั้น การศึกษาเรื่องดังกล่าวจึงมีความสลับซับซ้อนยิ่ง จำเป็นต้องศึกษาอย่างระมัดระวังและศึกษาอย่างละเอียดในเชิงลึกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การเกิดคตินิยมอย่าง “ครูบาเจ้าศรีวิชัย” หรือคตินิยม “ครูบา” (ใหม่) ในช่วงเวลาสัก 20 ปี (ทศวรรษ 2530-50) ที่ผ่านมานั้น ต่างถือได้ว่ามีจุดกำเนิดหลักมาจากต้นธารแห่งความศรัทธาใน “ครูบาเจ้าศรีวิชัย” แทบทั้งสิ้น ในบริบทที่คนในสังคมไทยต้องเผชิญหน้ากับกระแสโลกาภิวัตน์อันทำให้ผู้คนเกิดสูญเสียความมั่นคงในชีวิตจึงทำให้ต้องหันไปพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น นอกเหนือไปจากการหวังพึ่งพาผู้นำแห่งชาติ

ซึ่งการเกิดขึ้นของคตินิยมแบบ “ครูบา” (ใหม่) ทั้งหลายในสังคมล้านนาปัจจุบัน ท้ายที่สุดได้กลายเป็นสิ่งที่พึ่งทางใจของประชาชนไปแล้วนั้น ล้วนจะมีพลังดำรงอยู่ในสังคมไทยได้ไปอีกนานตราบเท่ากลิ่นธูปควันเทียนที่ “อนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย” ไม่จางหายไป

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่**

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ “ครูบาศรีวิชัย” กับคตินิยมแบบ “ครูบา” (ใหม่) ช่วงทศวรรษ 2530-50 เขียนโดย จิรชาติ สันต๊ะยศ ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ 2553

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 มีนาคม 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...