เจ๋ง ! ‘ศิริราช’ จับมือสถาบันวิจัย ผลิต ‘หน้ากากนาโน’ ประสิทธิภาพสูง ซักน้ำได้ 30 ครั้ง
The Bangkok Insight
อัพเดต 17 มี.ค. 2563 เวลา 07.22 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. 2563 เวลา 07.10 น. • The Bangkok Insightไอเดียเจ๋ง ! "ศิริราช" จับมือสถาบันวิจัย สร้างนวัตกรรม "หน้ากากนาโน" ประสิทธิภาพสูง ซักน้ำได้ 30 ครั้ง แถมกันไรฝุ่น ส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ 7,000 ชิ้นภายใน 3 สัปดาห์ ก่อนระดมทุนผ่าน Crowd Funding เป้าหมายผลิตหลักแสน ให้ถึงมือประชาชน แก้ขาดแคลน-ลดขยะ
วันนี้ (17 มี.ค ) ที่อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 2 รพ.ศิริราช มีการเปิดโครงการ ร่วมวิจัย และพัฒนานวัตกรรม "หน้ากากผ้านาโนกันไรฝุ่น" (WIN-Masks: Washable Innovative Nano-Masks) เพื่อป้องกัน COVID-19 ระหว่าง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ,ศูนย์ความเป็นเลิศชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ โดยมีสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุน สนับสนุน การแถลงข่าวครั้งนี้ มี ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธาน
โดยนวัตกรรมหน้ากากผ้านาโนกันไรฝุ่นดังกล่าว นำโจทย์ของประเทศมาเป็นตัวตั้ง แก้ปัญหาการขาดแคลนหน้ากาก และส่งเสริมนวัตกรรมไปพร้อมกัน และยังลดการเพิ่มขึ้นของขยะอีกด้วย เพราะสามารถซักน้ำได้ 30 ครั้งเหมาะสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ที่ไม่ได้สัมผัสกับผู้ป่วยที่ยืนยันว่าติดเชื้อ COVID-19 โดยตรง และเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ความเสี่ยง รวมถึงประชาชนที่ต้องอยู่ในกลุ่มชน หรือพบปะผู้คนจำนวนมาก เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนา
สำหรับการทำงานของหน้ากากชนิดนี้ จะมีโครงสร้าง 3 ชั้น
1) ผ้ากันไรฝุ่นศิริราชชนิดทอแน่น เคลือบสารนาโนกันน้ำ
2) ผ้าไมโครไฟเบอร์ผสม ZnO ที่มีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย
3) ผ้าฝ้ายที่สามารถดูดซับน้ำจากไอจาม ผ้า 3 ชั้นทำงานร่วมกัน ทำให้สามารถกรองฝุ่นและละอองฝอยจากเสมหะขนาดเล็กระดับ 2.5-5 ไมครอนได้ ซักล้างได้ มีคุณภาพมาตรฐาน ผ่านการทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่น่าเชื่อถือ
"WIN-Masks" จะผลิตออกมาได้ภายใน 3 สัปดาห์ ไม่เกิน 7,000 ชิ้น ภายใต้บรรจุภัณฑ์ฆ่าเชื้อ ให้กับโรงพยาบาลหลัก ๆ ก่อน ส่วนการขยายผลต่อไป จะมีการระดมทุนโดยอาศัยกลไก Crowd Funding ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ให้โรงงานที่ได้มาตรฐาน รับดำเนินการผลิต เพื่อขยายผลให้บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ และให้ถึงมือประชาชนทั่วไป จำนวนหลักหมื่นถึงหลักแสนชิ้น ขึ้นอยู่กับผลการระดมทุนและกำลังการผลิตของโรงงาน
ส่วนประกอบ ที่สำคัญของหน้ากากอนามัยจากผ้านาโนกันไรฝุ่น WIN-Masks ประกอบด้วย
1.ผ้ากันไรฝุ่นศิริราชเคลือบสาร Nano มีคุณสมบัติสะท้อนน้ำ และกรองฝุ่นละอองฝอยขนาด 5 ไมครอนได้
2.ผ้าไมโครไฟเบอร์ ผสม ZnO มีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย
3.ผ้า cotton เบอร์ 30 คุณสมบัติดูดซับสารคัดหลั่งหรือความชื้นที่มาจากผู้ใช้
การออกแบบและดีไซน์ เพื่อให้แนบกับใบหน้าและสวมใส่สบาย ออกแบบโดยทีมออกแบบของ ศลช. มุ่งเน้นการออกแบบที่ทันสมัย และสวมใส่สบาย มีหลายขนาดตั้งแต่ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่
ทางด้านผลการทดสอบคุณสมบัติหน้ากาก WIN-Masks
1.ประสิทธิภาพการกรองอนุภาคของหน้ากาก (Particle filtration efficiency)
สามารถป้องกันหรือกรองฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ 65% ซึ่งมีค่าใกล้เคียง Surgical mask ทั่วไป และกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาให้สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้ไม่ต่ำกว่า 80% ในชุดส่งมอบหน้ากาก 5,000 ชิ้น
2.ความสามารถป้องกันการซึมผ่านของเหลว (Fluid resistance)
ผลการทดสอบโดยการหยดน้ำลงบนพื้นผิวผ้ากรองไรฝุ่นที่เคลือบด้วยสารนาโน พบลักษณะน้ำกลิ้งบนใบบัว โดยที่น้ำไม่ซึมไปในเนื้อผ้า
3.ความกระชับของหน้ากากเมื่อสวมใส่ (Fit test)
- ค่า Fit efficiency คือการทดสอบ ประสิทธิภาพการกรองอากาศจากภายนอกเมื่อสวมใส่ในคนทั่วไป พบว่า WIN-Masks สามารถป้องกันอากาศจากภายนอกเข้าได้ประมาณ 68% ซึ่งดีกว่าหน้ากากอนามัยทั่วไปที่สามารถป้องกันอากาศจากภายนอกได้เพียง 62%
- ค่า Fit Factor เท่ากับ 3.11 หมายความว่า อากาศภายในหน้ากากนั้นมีความสะอาดมากกว่าอากาศภายนอก 3 เท่า ซึ่งมีค่าดีกว่า หน้ากากอนามัยทั่วไป (Surgical Mask) ซึ่งได้ค่า 2.65
4.ทดสอบการซึมผ่านของอากาศ (Permeability Test)
- ผลทดสอบการซึมผ่านของอากาศ ของผ้ากันไรฝุ่นศิริราช ตามมาตรฐาน ISO 9237 : 1995 (E) โดยสถาบันพัฒนาสิ่งทอ แห่งประเทศไทย ได้ค่าเฉลี่ย 0.709 ลูกบาศก์เซนติเมตร ต่อตารางเซนติเมตร ต่อวินาที (โดยค่า = 0 แปลว่าไม่สามารถซึมผ่านได้ ค่า = 1 แปลว่ามีอากาศซึมผ่านที่ดีมาก)
- ทดสอบการหายใจด้วยอาสาสมัคร ในสภาพการทำงานในที่ร่ม พบว่าสามารถใส่ได้นานไม่รู้สึกอึดอัด
5.สามารถซักซ้ำได้ประมาณ 30 ครั้ง ผลการทดสอบคุณสมบัติหลังการสักซ้ำ
- 0 ครั้ง มีประสิทธิภาพการกรองที่ อนุภาค 0.3 ไมครอน ประมาณ 34%
- 30 ครั้ง มีประสิทธิภาพการกรองที่อนุภาค 0.3 ไมครอนประมาณ 45%
หน้ากากอนามัย WIN-Masks เหมาะกับ 3 กลุ่ม ดังนี้
1.กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ ให้บริการผู้ป่วยทั่วไป ทั้งที่ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน และไม่ได้ดูแลผู้ป่วย (confirm cases) อย่างใกล้ชิด เช่นแพทย์ พยาบาล เภสัชกร พนักงานเคลื่อนย้าย เจ้าหน้าที่เวชระเบียนประชาสัมพันธ์ การเงินเป็นต้น
2.กลุ่มบุคลากร (Non Healthcare) ที่ ต้องให้บริการประชาชนจำนวนมากแบบ เผชิญหน้า ( Face to Face) เช่นพนักงานบนเครื่องบิน คนขับแท็กซี่ พนักงานท่าอากาศยาน เป็นต้น
3.ประชาชน ทั่วไปที่ต้องอยู่ในกลุ่มชนหรือพบปะผู้คนจำนวนมาก
อย่างไรก็ตามการป้องกันการติดเชื้อไวรัสนอกจากการสวมหน้ากากแล้ว ต้องร่วมกับการล้างมือ ทุกครั้ง หรือล้างด้วย 70% แอลกอฮอล์ อย่างน้อย 20 วินาที ก่อนสัมผัส จมูกปากหรือขยี้ตา และการปฏิบัติสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด กินร้อน ช้อนฉัน แยกภาชนะบรรจุอาหาร ไม่ใช้อุปกรณ์การรับประทานอาหารร่วมกัน เช่นแก้วน้ำ หลอดกาแฟเป็นต้นและหลีกเลี่ยงไปในที่ชุมชนคนหมู่มากคือวิธีที่สำคัญในการป้องกันการติดเชื้อ
ส่วนวิธีเก็บรักษา และทำความสะอาด แนะนำ ดังนี้
- หากใส่หน้ากาก แล้วมีอาการหายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก อ่อนเพลีย ให้ถอดหน้ากากออก
- เมื่อหน้ากากฉีกขาดชำรุด หรือปนเปื้อนด้วยเสมหะห รือสารคัดหลั่ง ควรเปลี่ยนหน้ากากอันใหม่
- หน้ากากผ้าใช้แล้ว ควรใส่ถุงพลาสติก หรือถุงซิปล็อค เพื่อปิดปากถุงให้แน่นสนิท และนําไปซักทำความสะอาด
- การทำความสะอาดควรใช้น้ำยาทำความสะอาด หรือผงซักฟอก ไม่ควรใช้แปรง และไม่ควรใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม โดยใช้ภาชนะทำความสะอาดแยกจากผ้าทั่วไป
- เมื่อซักแล้วควรผึ่งตากแดดจนแห้งสนิท ก่อนนำกลับมาใช้ใหม่
- กูรูซัพพลายเชน แนะแก้ปม ‘หน้ากากอนามัย’ ไม่ให้ ‘ขาดแคลน’
- หาเจอมั้ย? ‘กรมการค้าภายใน’ กระจาย ‘หน้ากากอนามัย’ แล้วมากกว่าล้านชิ้น
- ‘ผ้าฝ้ายมัสลิน’ เหมาะทำ ‘หน้ากากผ้า’ มากสุด