โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ไปดวงจันทร์ใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง แล้วเราจะได้ประโยชน์อะไร (นาซามีคำตอบ)

BT Beartai

อัพเดต 16 ธ.ค. 2563 เวลา 02.37 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2563 เวลา 11.18 น.
ไปดวงจันทร์ใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง แล้วเราจะได้ประโยชน์อะไร (นาซามีคำตอบ)

จากถ้อยแถลงของรัฐมนตรีว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมล่าสุด (14 ธ.ค.63) ที่กล่าวว่า ประเทศเราจะส่งยานสำรวจไปดวงจันทร์ภายใน 7 ปี ทำให้เกิดประเด็นร้อนแรงกระหึ่มโซเซียล หลายคนพากันสงสัยว่าจะเป็นไปได้จริงหรือไม่ และนี่คือเป้าหมายจริงจังใช่หรือเปล่า….เปล่าหรอก เราไม่ได้จะให้คำตอบอะไร แต่แค่มันบังเอิ๊ญบังเอิญที่ นาซาก็เพิ่งปล่อยแคมเปญใหม่มาให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะใช้สำรวจดวงจันทร์ และนำพาคนขึ้นไปบนนั้นพอดี เราเลยอยากแบ่งปันสาระความรู้ว่า การจะไปดวงจันทร์เขาต้องใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง และการสำรวจนี้ มันจะมีประโยชน์อะไรต่อการดำรงชีพของเราบนโลกกันบ้างนะ

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา จิม ไบรเดนสไตล์ (Jim Bridenstine) ผู้บริหารขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ องค์การนาซา (NASA) ได้กล่าวเปิดโครงการ ‘Virtual Tech Day on the Hill’ ซึ่งเป็นแคมเปญประชาสัมพันธ์ที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศของนาซา ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับยุคใหม่ของการสำรวจดวงจันทร์ และเป้าหมายที่จะนำหญิงอเมริกันคนแรกและชายคนต่อไปลงเหยียบดวงจันทร์ในปี 2024

ไบรเดนสไตล์กล่าวว่า “โครงการนี้ได้รวบรวมเอาความพยายามพัฒนาเทคโนโลยีตลอด 8 ปี มานำเสนอ และเนื่องจากวิกฤตโควิดในตอนนี้ทำให้เราไม่สามารถใกล้ชิดกันได้อย่างเคย โครงการนี้จึงเป็นโครงการแรกที่เราจะให้ข้อมูลเสมือนจริง (แต่ละคลิปนำคนที่รับผิดชอบมาพูดคุย และให้ดูสถานที่ทำงานจริง) ที่เกี่ยวกับโครงการอาร์มีทิส (Artemis) เพื่อให้เห็นความพยายามของทีมงานที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ไม่ว่าจะจากบ้าน ห้องนั่งเล่น หรือ จากในห้องครัวของตัวเอง และขอบคุณประชาชนที่ติดตามและสนับสนุนเรามาโดยตลอดด้วย”

ภารกิจดังกล่าวต้องอาศัยบุคลากรซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายด้านในการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อให้เข้าถึงสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ได้มากกว่าเดิม และพัฒนาศักยภาพที่จำเป็นสำหรับภารกิจบนดาวอังคารในอนาคตต่อไป 

เพื่อสร้างความเข้าใจและการสนับสนุนจากภาคประชาชน นาซาจึงได้ผลิตคลิปวีดิโอ นำเสนอเทคโนโลยีและโครงการสำคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้เห็นว่า การลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้ นอกจากจะทำให้การสำรวจลุล่วงแล้ว จะปฏิวัติอุตสาหกรรมอวกาศและโลกเราอย่างไร … และนี่คือเทคโนโลยีที่นาซาได้คัดสรรมานำเสนอให้เราได้ดูกัน

โครงการหุ่นยนต์สำรวจแบบพับได้อัตโนมัติ (A-PUFFER) 

นาซาได้พัฒนาหุ่นยนต์ขนาดเท่ากล่องรองเท้าที่มีชื่อเต็ม ๆ ว่า Autonomous Pop-Up Flat Folding Explorer Robot หรือเรียกสั้น ๆ ว่า น้อง A-PUFFER หุ่นยนต์นี้ได้รับการออกแบบมา เพื่อสำรวจสอดแนมพื้นที่บนดวงจันทร์ และอาจจะพัฒนาให้ใช้ได้ไปถึงดาวอังคารด้วย

สาเหตุที่ต้องพัฒนาเจ้าหุ่นนี้ก็เพราะอาจได้ใช้แทนการสำรวจแบบเดินเท้า เนื่องจากสถานที่บางแห่งบนดวงจันทร์นั้นเข้าถึงได้ยาก และมีความเสี่ยงสูงหากนักบินอวกาศต้องเดินเข้าไปสำรวจเอง พื้นที่ที่ว่าก็ได้แก่ หลุมอุกกาบาต และถ้ำแคบ ๆ เป็นต้น นอกจากต้องพัฒนาหุ่นยนต์ให้ทนทานแล้ว ยังต้องพัฒนาการรับส่งสัญญาณให้มีความแม่นยำขึ้นด้วย นี่ก็น่าจะนำมาต่อยอดพัฒนาโดรนสำรวจบนโลกเราได้เช่นเดียวกัน

นวัตกรรมทางเทคโนโลยีชีวภาพ

เพื่อให้การเดินทางอันยาวนานที่มีมนุษย์ร่วมไปด้วยนั้น ปลอดภัยไร้กังวล มีความเป็นอยู่ที่เหมาะสม บุคลากรของนาซาจึงต้องพัฒนาเทคนิคการผลิตจุลินทรีย์ชีวภาพ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นยังคุณภาพได้แม้อยู่ในอวกาศ ผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ได้แก่ สารอาหาร ยา พลาสติกชีวภาพ และอื่น ๆ โดยภาพที่เห็นในคลิปแสดงให้เห็นความพยายามในการพัฒนาในเรื่องนี้ตลอด 5 ปีบนสถานีอวกาศนานาชาติ

สำหรับอันนี้ใกล้ตัวมากเกี่ยวพันกับเทคโนโลยีถนอมอาหารบนโลกเราโดยตรง ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นเทคนิคใช้ถนอมอาหารใหม่ ๆ ที่คงคุณภาพอาหารได้ดียิ่งกว่าเดิมก็ได้

CAPSTONE

CAPSTONE คือ ดาวเทียมขนาดเล็ก (CubeSat) ลำแรกที่จะโคจรอบดวงจันทร์ที่มีลักษณะเฉพาะ มันมีน้ำหนักเพียง 55 ปอนด์ (ประมาณ 25 กิโลกรัม) และเป็นส่วนหนึ่งของ ส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการเทคโนโลยีระบบกำหนดตำแหน่งอัตโนมัติ Cislunar Autonomous Positioning System Technology Operations and Navigation Experiment อันเป็นที่มาของนามว่า CAPSTONE 

หน้าที่ของของ CAPSTONE คือ ช่วยลดความเสี่ยงให้กับยานอวกาศในอนาคต ด้วยการตรวจสอบความถูกต้องของเทคโนโลยีการนำทางที่เป็นนวัตกรรมใหม่ และตรวจสอบพลวัตของวงโคจร 

วงโคจรที่ว่านี้ เรียกกันอย่างเป็นทางการว่า วงโคจรใกล้ Near rectilinear halo orbit หรือ NRHO มันเป็นวงโคจรที่มีลักษณะยืดออกเป็นรูปวงรีอย่างเห็นได้ชัด ตำแหน่งของมันตั้งอยู่ในจุดที่มีความสมดุลระหว่างแรงโน้มถ่วงของโลกและดวงจันทร์อย่างพอดี เหมาะสำหรับภารกิจระยะยาว และใช้พลังงานเพียงเล็กน้อยในการรักษาวัตถุใด ๆ ให้อยู่ความเสถียรนั้น วงโคจรนี้จะนำพาให้ CAPSTONE เคลื่อนที่ภายในระยะ 1,000 ไมล์ (ประมาณ 1,609 กิโลเมตร) จากขั้วดวงจันทร์ด้านหนึ่งขณะที่ผ่านเข้าไปใกล้ และ 43,500 ไมล์ (ประมาณ 70,006 กิโลเมตร) จากขั้วดวงจันทร์อีกด้าน ขณะที่อยู่ในจุดห่างสุด ทุก ๆ 7 วัน 

เทคโนโลยีนี้ก็น่าจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบนำทางหรือระบุตำแหน่งบนโลก อย่าง GPS เหมือนกันนะ

(อ่านต่อหน้า 2 คลิกด้านล่างเลย)

ไปดวงจันทร์ใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง แล้วเราจะได้ประโยชน์อะไร (นาซามีคำตอบ)
ไปดวงจันทร์ใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง แล้วเราจะได้ประโยชน์อะไร (นาซามีคำตอบ)
ไปดวงจันทร์ใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง แล้วเราจะได้ประโยชน์อะไร (นาซามีคำตอบ)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...