โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธนารักษ์ เล็งเปิดประมูล "วังค้างคาว" พัฒนาบ้านทรงคุณค่าริมเจ้าพระยา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ก.พ. 2564 เวลา 07.14 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2564 เวลา 06.05 น.

กรมธนารักษ์ เล็งเปิดประมูล “วังค้างคาว” พัฒนาบ้านทรงคุณค่าริมเจ้าพระยา

วังค้างคาว -เมื่อวันที่ 10 ก.พ. นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมมีนโยบายนำอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่ราชพัสดุที่มีลักษณะยังทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม หรือสถาปัตยกรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ มาจัดทำฐานข้อมูลเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหาย ตลอดจนเพื่อหาแนวทางในการอนุรักษ์และพัฒนาต่อไป ทั้งนี้ แปลงที่ราชพัสดุหมายเลขทะเบียนที่ กท.0580 เป็นอาคารราชพัสดุบ้านพระประเสริฐวาณิช (เขียว) หรือ อาคารวังค้างคาว เป็นหนึ่งในอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ที่เป็นที่ราชพัสดุที่มีลักษณะยังทรงคุณค่าที่ควรแก่การอนุรักษ์ไว้

นายยุทธนา กล่าวว่า ลักษณะและรูปแบบของอาคาร เป็นกลุ่มอาคารเก๋งจีน 2 ชั้น 2 หลัง ตั้งขนานกันหันหน้าออกแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นบัญชี ให้อาคารราชพัสดุบ้านพระประเสริฐวาณิช (เขียว) หรือวังค้างคาว เป็นโบราณสถาน ตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 165 ง ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 แล้ว

นายยุทธนา กล่าวว่า เพื่อเป็นการอนุรักษ์อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่ราชพัสดุที่มีลักษณะยังทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม หรือสถาปัตยกรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ และเพื่อพัฒนาที่ราชพัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กรมจึงมีนโยบายจะเปิดประมูลสิทธิการเช่าอาคารราชพัสดุบ้านพระประเสริฐวาณิช (เขียว)หรือวังค้างคาว ปลูกสร้างบนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่กท.2723 (บางส่วน) โฉนดเลขที่ 3249 (เดิม 999)

และประมูลพัฒนาที่ราชพัสดุเพื่อปลูกสร้างอาคาร ยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง บนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท. 0580 โฉนดเลขที่ 1001 แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรังวัดตรวจสอบแนวเขตที่ราชพัสดุ เพื่อจัดทำผังประมูล และอยู่ระหว่างการประสานกรมศิลปากรเพื่อกำหนดรูปแบบในการพัฒนา คาดเปิดประมูลได้ภายในเดือนเมษายน 2564

นายยุทธนา กล่าวว่า กรมธนารักษ์ตั้งเป้าหมายที่จะเดินหน้าโครงการพัฒนาอาคารราชพัสดุทรงคุณค่าให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ2564 ซึ่งแต่ละโครงการมีความคืบหน้าไปเป็นอย่างมาก เช่น อาคารราชพัสดุแปลงบ้านพระประเสริฐวาณิช (เขียว) หรือ วังค้างคาว เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ที่อยู่ระหว่างการรังวัดตรวจสอบแนวเขตและหารือกับกรมศิลปากรเกี่ยวกับรูปแบบการพัฒนา

อาคารบ้านพายัพ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ที่เปิดประมูลแล้วและอยู่ระหว่างการพิจารณาผลการคัดเลือกผู้ประมูล โดยกรมธนารักษ์จะได้รับค่าธรรมเนียมการจัดให้เช่าขั้นต่ำ เป็นเงิน 1,745,460 บาท ค่าเช่าในอัตราเดือนละ 57,273 บาท หรือปีละ 687,276 บาท รวมระยะเวลา 5 ปี เป็นเงิน 3,436,380 บาท

และอาคารบ้านขุนพิทักษ์บริหาร (บ้านเขียว) อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยู่ระหว่างกรมศิลปากรกำหนดรูปแบบในการประมูลพัฒนา เป็นต้น โดยโครงการดังกล่าวนอกจากจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในเชิงเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งเสริมการอนุรักษ์อาคารที่ยังทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม หรือสถาปัตยกรรมให้คงอยู่สืบไปด้วย

สำหรับอาคารราชพัสดุบ้านพระประเสริฐวาณิช (เขียว) หรือ อาคารวังค้างคาว เป็นหนึ่งในอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่ราชพัสดุที่มีลักษณะยังทรงคุณค่าที่ควรแก่การอนุรักษ์ไว้ โดยอาคารดังกล่าวตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมเป็นกรรมสิทธิ์ของพระประเสริฐวานิช (เจ้าสัวเขียว เหล่าประเสริฐ) จากหลักฐานตามโฉนดที่ดินเลขที่ 999 ออกเมื่อ 31 ธันวาคม ร.ศ.125 (พ.ศ.2495)

ต่อมาบ้านและที่ดินตกเป็นของนายเว้น ผู้เป็นบุตรชาย และนายเว้นได้บริจาคให้กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2464 โดยในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2450 – 2460 ได้มีการให้บริษัทหลักสุงเฮง ของนายเหียกวงเอี่ยม อดีตประธานหอการค้าไทย – จีน เช่าอาคารและพื้นที่เป็นสำนักงานและท่าเรือของบริษัทฯ ซึ่งดำเนินกิจการรับส่งสินค้าทางเรือ

จากนั้น ห้างฮั่วจั่วจั่น ได้มาขอเช่าต่อ โดยใช้พื้นที่ใต้ตึกเป็นที่เก็บสินค้า เมื่อเลิกเช่าแล้วตัวอาคารจึงถูกปิดร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์มาหลายสิบปี จึงทำให้มีค้างคาวเข้ามาทำรังและอาศัยอยู่บริเวณใต้ตึกเป็นจำนวนมาก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีคนเรียกอาคารเก่าหลังนี้ว่า “วังค้างคาว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...