โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

ลำปางพระอุณาโลมประดับทับทิม บนนลาฏ(หน้าผาก)หลวงพ่อดำหายปริศนา

77kaoded

เผยแพร่ 29 ม.ค. 2564 เวลา 10.21 น. • 77 ข่าวเด็ด

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2564  ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สถานที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อดำ”หรือพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือ “พระพุทธรูปสี่มุมเมือง”ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่บริเวณศาลหลักเมืองจังหวัดลำปาง  เขตเทศบาลนครลำปาง  ที่ถูกสร้างขึ้น เพียง 4 องค์ และได้นำไปประดิษฐาน ณ จังหวัดสี่ทิศทั่วประเทศไทย ซึ่งจังหวัดลำปางเป็น 1 ใน 4 จังหวัด ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีพลเมืองดีแชร์ภาพ บนนลาฏ(หน้าผาก)ของ ”พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือ “พระพุทธรูปสี่มุมเมือง”แต่พระอุณาโลมประดับทับทิมที่ประดับบนนลาฏ(หน้าผาก)ได้หายไป ลงสอบถามในโลกโชเชียลของจังหวัดลำปาง  ทำให้มีคนเข้ามาคอมเม้นท์ และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนาๆจึงตรวจสอบข้อเท็จจริง

ซึ่งผู้สื่อข่าวได้พบกับนายเทพไท  อนุโมทนา อายุ51 ปี ชาวบ้านแป้น ม.8 ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เป็นคนดูแลมีหน้าที่เปิดปิดประตูและทำความสะอาดสถานที่ประดิษฐานของ “หลวงพ่อดำ” หรือพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ  และได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงข้อเท็จจริงกรณีพระอุณาโลมประดับทับทิมที่ประดับบนนลาฏ(หน้าผาก) พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศที่หายไป ว่า ยอมรับว่า พระอุณาโลมประดับทับทิมที่ประดับบนนลาฏ(หน้าผาก) พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ  ที่กล่าวถึงนั้นหายไปจริง และหายเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2563 ปีที่แล้ว   ก่อนจะพาผู้สื่อข่าวขึ้นไปดูภายใน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและนำชี้ที่บริเวณบนนลาฏ(หน้าผาก) พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ พบว่าหายไปจริงโดยมีการนำเอาทองเปลวไปแปะแทน

นายเทพไทเปิดเผยอีกว่า เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2563 มีผู้หญิงสองคน ได้ขึ้นไปกราบไหว้ พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศในวันนั้นได้เข้าสอบถามตนถึง พระอุณาโลมประดับทับทิมที่ประดับบนนลาฏ(หน้าผาก)  พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศหายไปไหนซึ่งตนก็ไม่ทราบมาก่อนพอขึ้นไปตรวจสอบพบว่าจริงและนำทองคำเปลวมาแปะไว้แทน  ยสยเทพไทเปิดเผยเพิ่มอีกว่า ถึงแม้ตนเป็นคนดูแลก็จริงแต่อาศัยเพียงขายดอกไม้ธูปเทียนเท่านั้นแต่ยอมรับว่าอยู่ที่นี่มานานกว่า 20 ปีแล้วโดยไม่ได้ค่าจ้างจากใคร  พอทราบว่า
พระอุณาโลมประดับทับทิมที่ประดับบนนลาฏ(หน้าผาก) นั้นหายไปตนก็ไม่รู้ว่าจะไปแจ้งใครจึงปล่อยล่วงเลยถึงทุกวันนี้ จนกระทั่งมีคนมาสอบถามดังกล่าว ซึ่งตนก็พร้อมให้ข้อมูลทกคนเท่าที่จะให้ได้ แต่คนที่เอาไปต้องกลายเป็นคนบาปแน่นอนนายเทพไทกล่าวสำหรับพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือ “พระพุทธรูปสี่มุมเมือง” ซึ่งมีอยู่ 4 องค์ ถูกจัดสร้างขึ้นตามความเชื่อและโบราณประเพณีของบ้านเมืองที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่จะต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องขอบขัณฑสีมาทั้งสี่ทิศ โดยการสร้างพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศนั้นเป็นการสร้างพระพุทธรูปแบบ “จตุรพุทธปราการ” กล่าวคือ เป็นการนำเอาวัดหรือพระพุทธรูปเป็นปราการทั้งสี่ด้าน เพื่อปกป้องภยันตรายจากอริราชศัตรู ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เสริมสร้างดวงชะตาแก่บ้านเมืองและคุ้มครองพสกนิกรทั้งมวลให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขรปะดิษฐานอยู่ในมณฑป ซึ่งเป็นอาคารทรงไทยแบบจตุรมุข หน้าศาลากลางหลังเก่าจังหวัดลําปาง เป็นพระพุทธรูป สร้างด้วยโลหะผสมร่มดําทั้งองค์ปางสมาธิ ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อดํา จัดสร้างโดยกรมการรักษาดินแดนเมื่อปี พ.ศ.2511 มี 4 องค์ เพื่อนําไปประดิษฐานไว้ 4 ทิศของประเทศ      โดยทางทิศเหนือได้นํามาประดิษฐานไว้ ณ จังหวัดลําปาง นับเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ปิดทองเกือบทั้งองค์ โดยสาธุชนที่มานมัสการ

ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฏราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเททอง ณ กรมการรักษาดินแดน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2511 และได้โปรดเกล้าฯพระราชทานแก่ตัวแทนจากทั้ง 4 จังหวัด เพื่อนำไปประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปประจำทิศทั้งสี่ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2511

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...