โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศาลนัดพิจารณาคดีฟ้องหย่า "พล.อ.ชวลิต-คุณหญิงพันธุ์เครือ” ปมแบ่งสมบัติ วันนี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ก.พ. 2564 เวลา 03.38 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2564 เวลา 01.40 น.

ศาลนัดนัดพิจารณาคดีการฟ้องร้อง “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ-คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ” อดีตภรรยา วันนี้ 

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (25 ก.พ.) ศาลได้นัดพิจารณาคดีการฟ้องร้อง ระหว่างพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ อดีตภรรยา ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสัญญาทรัพย์สินสัญญาในเอกสารใบหย่า

จุดเริ่มต้นการฟ้องหย่า

“พล.อ.ชวลิต” ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการฟ้องร้อง คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ อดีตภรรยา ผ่าน llpch.new ของ “วาสนา นาน่วม” ผู้สื่อข่าวสายทหาร ว่า สัญญาในใบหย่า ได้มอบทรัพย์สิน ให้คุณหญิงพันธุ์เครือ มีเจตนาเพื่อให้เเบ่งสรรปันส่วนให้ลูกหลาน แต่กลับนำไปขายเเละจำนองโดยไม่ทราบว่านำเงินไปทำอะไร

“คนเป็นชายชาติทหารต้องเคารพสตรีโดยเฉพาะภรรยา การนำบ้านที่ตนยังให้ไปขายมอบให้คนอื่นคือปัญหาสำคัญสำหรับคนที่รักในศักดิ์ศรีตระกูล มีแต่ความรู้สึกที่ดีที่มอบให้แต่คุณหญิงพันธุ์เครือไม่ดูแลตน แม้แต่ตอนหกล้มเมื่อปี 59”

พล.อ.ชวลิต ระบุว่า การที่ไม่ยอมเปลี่ยนกลับไปใช้นามสกุลเดิมของตนเองถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะหย่าขาดจากกันแล้ว อีกทั้งตนไม่พอใจที่นำบ้านที่ จ.นครพนม ไปมอบให้กับผู้อื่นซึ่งไม่ได้เกี่ยวพันธุ์กันทางสายเลือด เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการหย่า ความจริงตนไม่ต้องการหย่า เเต่คุณหญิงพันธุ์เครือชวนไปหย่าและคุณหญิงพันธุ์เครือเป็นคนเเรกที่เซ็นใบหย่า

(14 ก.พ.) คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ (ลิมปิภมร) หรือ “คุณหญิงหลุยส์” ได้เผยแพร่หนังสือชี้แจง จำนวน 5 หน้า ถึงบทสัมภาษณ์ของพล.อ.ชวลิต เกี่ยวกับการฟ้องร้องครั้งนี้ รวมถึงสาเหตุเบื้องหลังการขอหย่าในปี 2560

ในเอกสารการชี้แจงดังกล่าวระบุว่า “พล.อ.ชวลิตและคุณหญิงพันธุ์เครือ ได้จดทะเบียนสมรส เมื่อวัน 24 มิถุนายน 2509 ไม่มีบุตรด้วยกัน และหย่าขาดจากกัน เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2560 รวมระยะเวลา 51 ปี 3 เดือน”

ส่วนมูลเหตุในการการหย่าร้างครั้งนั้น พล.อ.ชวลิต ให้เหตุผลว่า จะกลับไปเล่นการเมือง รวมถึงมีความกังวลต่อทรัพย์สินของคุณหญิงพันธุ์เครือ ตนจึงเชื่อใจ และได้จดทะเบียนหย่าไป

นอกจากนี้ เอกสารดังกล่าวของคุณหญิงพันธุ์เครือ ยังระบุอีกว่า “ไม่เคยทราบมาก่อนว่า ท่าน (พล.อ.ชวลิต) มีผู้หญิงดูแลก่อนหย่าเป็นเวลาถึง 10 ปี” พร้อมทั้งระบุว่า ส่วนตัวแล้วไม่มีเหตุผลข้อใดที่จะขอหย่าขาดกับพล.อ.ชวลิต ตามด้วยเหตุผล 7 ข้อ

  • ครองคู่อยู่กินกันฉันท์สามีภรรยา นานถึง 51 ปี 3 เดือน ซึ่งนับว่ามีระยะเวลานาน
  • ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนเองทำหน้าที่ภรรยาอย่างดีที่สุด
  • สนับสนุนงานทั้งด้านการเมืองและด้านการทหารในกองทัพอย่างเต็มกำลัง
  • ในวันที่ จดทะเบียนหย่า มีอายุ 78 ปี ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องขอหย่า
  • ปัจจุบัน ยังคงถือครองสถานม่าย ขณะที่พล.อ.ชวลิต หลังจดทะเบียนหย่าไม่ถึง 8 เดือน ได้ประกาศแต่งงานใหม่
  • กรณีที่ พล.อ.ชวลิต ระบุในบทสัมภาษณ์ว่า ตนเป็นผู้ลงลายมือชื่อในทะเบียนหย่าเป็นคนแรกนั้น ประเด็นการหย่าเป็นความต้องการของของทั้งสองฝ่าย ดังนั้นใครลงมือชื่อก่อนหลัง หากลงลายมือชื่อต่อนายทะเบียน ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติ การลงลายมือชื่อจึงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
  • ส่วนเรื่องการประสบอุบัติเหตุ ที่พล.อ.ชวลิต ระบุว่า ตนไม่ได้ดูแลเอาใจใส่นั้น ไม่เป็นความจริง ระหว่างที่รักษาตัว อยู่ที่โรงพยาบาล ตนดูแลและทำหน้าที่ภริยาอย่างครบถ้วน

คุณหญิงพันธุ์เครือยังระบุถึงใบบันทึกข้อตกลงหย่า จำนวน 3 ข้อ

  • ทั้งสองฝ่ายยินยอมที่จะหย่าจากกัน
  • พล.อ.ชวลิต ยินยอมว่าทรัพย์สินที่ยกสินสมรสยกให้คุณหญิงพันธุ์เครือ สินสมรส เป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว หากได้ทรัพย์สินเพิ่มภายหลัง จะมอบให้คุณหญิงพันธุ์เครือตามสมควร
  • ให้รับผิดชอบหนี้สินที่เกิดขึ้นระหว่างสมรสด้วย ปัจจุบันต้องชำระหนี้สินให้ พล.อ.ชวลิต

สำหรับที่ดินบ้านปิ่นประภาคม “คุณหญิงพันธุ์เครือ” ระบุว่า ผ่อนตั้งแต่ปี 2505 เดือนละ 350-500 บาท ก่อนแต่งงานกับ พล.อ.ชวลิต เมื่อผ่อนแปลงแรกเสร็จ ได้นำไปจำนอง เพื่อนำเงินไปซื้อแปลงที่ 2 และ 3 เมื่อได้เงินจากการประสานขายที่ดิน ได้ช่วยเหลือสนับสนุนงานของ พล.อ.ชวลิต

ส่วนเงินเดือน พล.อ.ชวลิต บางส่วน นำมาให้เลี้ยงดูบุตรสามคนของ พล.อ.ชวลิต ส่วนคุณหญิงพันธุ์เครือมีอาชีพเสริม ทำเบเกอรี่ขาย ประสานงานซื้อขายที่ดิน ได้เงินเก็บมาสนับสนุน พล.อ.ชวลิต ได้มากพอควร

ส่วนบ้านที่ จังหวัดนครพนม ที่ยกให้บริวารซึ่งเป็นพลขับรับใช้ พล.อ.ชวลิต มาตั้งแต่ปี 2542 และดูแลทรัพย์สินให้อย่างซื่อสัตย์ตลอดระยะเวลา 22 ปี พลขับผู้นี้ได้โอนคืนมาให้แล้ว ซึ่งพล.อ.ชวลิต ก็ทราบเรื่องนี้ดี แต่กลับบิดเบือน จนสร้างความเสียหาย และหลังหย่าขาดมานานกว่า 3 ปี แต่เพิ่งมาฟ้องสินสมรสในปี 2563

คุณหญิงพันธุ์เครือยังระบุด้วยว่า ขณะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 7 พฤศจิกายน 2540 พล.อ.ชวลิต มีทรัพย์สิน 23 ล้านบาท ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ รวม 146.9 ล้าบาท เป็นของคุณหญิงพันธุ์เครือมา ตั้งแต่ต้น

ส่วนการที่ พล.อ.ชวลิต และภรรยาใหม่ ไม่สามารถเข้าไปในบ้านที่ จังหวัดนครพนมได้นั้น เนื่องด้วยไม่มีเหตุผลที่ พล.อ.ชวลิตและภรรยาใหม่จะเข้าไปวุ่นวายในทรัพย์สินส่วนตัวของตนเอง

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของมหากาพย์ ฟ้องหย่า ครั้งนี้จะเป็นเช่นไร ยังคงต้องติดตามกันต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...