โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดอกไม้แห่งรักแท้ "เอเดลไวส์" ที่พระราชินีทรงแนะให้ปลูก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ก.พ. 2564 เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2564 เวลา 04.08 น.

เนื่องในวาระที่จะเข้าสู่วันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2564 รู้จัก ‘เอเดลไวส์’ ความหมายว่า ‘รักแท้’ ดอกไม้ที่พระราชินีทรงแนะให้ปลูก

มติชนรายงาน เมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรชาวจังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมารอเฝ้าฯ รับเสด็จและชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด ณ อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563

ระหว่างที่ทอดพระเนตรนิทรรศการมูลนิธิโครงการหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมเจ้าหน้าที่โครงการหลวงที่ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ดอกเอเดลไวส์ ว่าในอนาคตข้างหน้าคนไทยไม่ต้องไปชื่นชมดอกไม้พันธุ์นี้ไกลถึงยุโรปแค่มาที่โครงการหลวงก็สามารถชื่นชมความงดงามของดอกเอเดลไวส์ได้แล้ว

อนึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงสนพระทัยงานวิจัยที่มีความหลากหลายโดยเฉพาะการเพาะพันธ์ดอกไม้เมืองหนาวอย่างดอกเอเดลไวส์ อันเป็นพืชต่างถิ่นที่มีถิ่นกำเนิด และเจริญเติบโตได้ดีในแถบยุโรป บริเวณเทือกเขาแอลป์ ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,500 – 3,000 เมตร

พระองค์ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ให้แก่มูลนิธิโครงการหลวงเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2562 เพื่อนำไปวิจัยและพัฒนาร่วมกับศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านพืช ซึ่งฝ่ายงานวิจัยและพัฒนาได้ดำเนินการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และพัฒนาสูตรอาหารที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในสภาพปลอดเชื้อเพื่อขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณต้น และเก็บรักษาพันธุ์ เมื่อต้นกล้าเจริญเติบโตแข็งแรงและมีระบบรากที่สมบูรณ์ จึงนำออกปลูกและอนุบาลในโรงเรือนสภาพปิด ป้องกันแมลง

จากนั้นนำต้นกล้าไปทดสอบปลูกเลี้ยงในพื้นที่ของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ และสถานีวิจัยพบว่า ต้นเอเดลไวส์สามารถเจริญเติบโต และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

เมื่อ 13 มกราคม 2564 เฟซบุ๊กสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ The Royal Agricultural Station Inthanon ได้อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า “ดอกเอเดลไวส์” (Edelweiss) ดอกไม้ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีพระราชดำรัสทรงแนะให้โครงการหลวงปลูก ปัจจุบันทางสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ได้ทำการปลูกและขยายพันธุ์

“ดอกเอเดลไวส์” (Edelweiss) เป็นดอกไม้ประจำชาติสวิสเซอร์แลนด์ เป็นพันธุ์ไม้ที่พบในเขตหนาวหรือเขตอบอุ่นในประเทศโซนยุโรป และเป็นดอกไม้ที่น่าหลงใหลแห่งเทือกเขาแอลป์ Edelweiss เป็นไม้ดอกขนาดเล็ก

ความหมายของดอกไม้นี้คือ “รักแท้” เพราะเชื่อกันว่าชายใดหากมอบดอกไม้นี้แก่หญิงสาว นั่นหมายถึง เขามีความมั่นคง มีความพยายาม เนื่องจากดอกไม้นี้จะบานเพียงปีละ 3 ครั้ง อีกทั้งว่ากันว่าหากเด็ดดอก Edelweiss มาแล้วรูปร่างของดอกจะไม่เปลี่ยนแปลง หรือเหี่ยวเฉา

ทั้งนี้ หลังสืบค้นจากแหล่งข้อมูลหลายๆ แห่ง พบว่า ดอกเอเดลไวส์ มีชื่อเรียกหลากหลาย แต่ชื่อของ เอเดลไวส์ นั้นมาจากภาษาเยอรมันที่แปลว่า สูงศักด์ (edel) และ ขาว (weiss)

และชื่อเล่นที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ “ราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์” เนื่องจากมักจะขึ้นตามหน้าผา มีสีขาว มีขนปกคลุมทั้งดอกและใบ เพื่อป้องกันการระเหยน้ำ ซึ่งทำให้อยู่รอดในสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นจัดบนภูเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,800-3,000 เมตร นอกจากนี้ยังมีอีกชื่อคือ “ดอกไม้เมฆ” ด้วยมีความงามราวกับฝัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...