โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมถึงเสียเมืองเพชรบุรี? เมื่อพระยาละแวก กษัตริย์กัมพูชาผู้ครองละแวกยกทัพบุก

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 21 ธ.ค. 2566 เวลา 02.45 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2566 เวลา 08.13 น.
พระนครคีรี เพชรบุรี พระสุทธเสลเจดีย์ เมืองเพชรบุรี

เมืองเพชรบุรี หรือ เมืองพริบพรี อันเป็นชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการในสมัยอยุธยา เป็นเมืองท่าสำคัญเมืองหนึ่งทางทิศตะวันตกของอ่าวไทย ปรากฏร่องรอยหลักฐานความสำคัญของเมืองนี้อย่างน้อยตั้งแต่สมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 12 ในสมัยอยุธยานั้น เมืองเพชรบุรี ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในฐานะเมืองท่า และเป็นเมืองที่อยู่ในเส้นทางการค้าสำคัญระหว่างสองคาบสมุทร เหตุนี้ทำให้ พระยาละแวก ยกทัพมาตีอยุธยา

กล่าวคือ เพชรบุรีเป็นเมืองในเส้นทางระหว่างเมืองมะริด-ตะนาวศรี กับกรุงศรีอยุธยา สอดคล้องกับเส้นทางที่กล่าวไว้ในศิลาจารึกหลักที่ 11 วัดเขากบ

ด้วยความสำคัญต่างๆ ของเมืองเพชรบุรี จึงปรากฏหลักฐานว่า “พระยาละแวก” หรือกษัตริย์กัมพูชาผู้ครองเมืองละแวก ยกทัพมาตีเมืองเพชรบุรีถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกคือในรัชกาลสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ใน พ.ศ. 2121 และครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2124

จากการศึกษาหลักฐานของไทยและของกัมพูชาโดย รศ. ดร. ศานติ ภักดีคำ พบว่ามีการกล่าวถึงพระยาละแวก หรือกษัตริย์กัมพูชาผู้ครองเมืองละแวก ให้ยกทัพมาตีเมืองเพชรบุรี ในรัชกาลสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชจำนวน 2 ครั้ง

พระยาละแวกให้ตี “เมืองเพชรบุรี” ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2121

สงครามตีเมืองเพชรบุรี หรือ เมืองพริบพรี นี้ เกิดขึ้นในรัชกาล สมเด็จพระมหาธรรมราชา และตรงกับรัชกาล สมเด็จพระบรมราชาที่ 4 (นักพระสัฏฐา) กษัตริย์ผู้ครองกรุงละแวกระหว่าง พ.ศ. 2119-2137 สงครามครั้งนี้ปรากฏหลักฐานในเอกสารไทยว่า พระยาละแวกให้ยกทัพเรือมาตีเมืองเพชรบุรี แต่ไม่สามารถตีได้ ดังความในพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ว่า

“…ศักราช 940 ขาลศก (พ.ศ. 2121) พรญาละแวก แต่งทัพให้มาเอาเมืองเพ็ชรบุรีมิได้เมือง แลชาวละแวกนั้นกลับไป ครั้งนั้นพรญาจีนจันตุ หนีมาแต่เมืองละแวก มาสู่พระราชสมภาร ครั้นอยู่มาพรญาจีนจันตุก็หนีกลับคืนไปเมือง…” [1]

ส่วนพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ว่า พระยาละแวกแต่งให้พระยาอุเทษราชา กับพระยาจีนจันตุ ยกทัพเรือ พล 30000 มาตีเมืองเพชรบุรี พระยาสุรินทฤๅไชยเจ้าเมืองป้องกันเมืองเป็นสามารถ ทัพพระยาอุเทษราชายกเข้าปล้นเมืองอยู่ 3 วัน เสียรี้พลจำนวนมากจึงถอยทัพกลับ

ฝ่ายพระยาจีนจันตุ ซึ่งให้ทัณฑ์บนแก่พระยาละแวกว่าจะเอาเมืองเพชรบุรีให้ได้ กลัวความผิด จึงมาสวามิภักดิ์ต่อพระนครศรีอยุธยา ต่อมาจึงแต่งสำเภาหนีกลับกรุงละแวก สมเด็จพระนเรศวรทรงพยายามจะตามจับตัวพญาจีนจันตุ แต่พญาจีนจันตุสามารถหลบหนีกลับไปกัมพูชาได้สำเร็จ

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ ฉบับตัวเขียน กล่าวถึงสงครามตีเมืองเพชรบุรีไว้คล้ายกับพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ จ.ศ. 922

สงครามครั้งนี้ไม่ปรากฏหลักฐานในพระราชพงศาวดารกัมพูชา เช่น พงศาวดารเขมร จ.ศ. 1217 และราชพงษาวดารกรุงกัมพูชา รวมทั้งพระราชพงศาวดารพระมหากษัตริย์เสวยราชสมบัติในกรุงกัมพูชาธิบดี

ตีเมืองเพชรบุรี ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2124

รศ. ดร. ศานติ บรรยายต่อว่า หลังจากที่ตีเมืองเพชรบุรีใน พ.ศ. 2121 ไม่สำเร็จ ครั้นถึง พ.ศ. 2124พระยาละแวก (สมเด็จพระบรมราชาที่ 4 นักพระสัฏฐา) ยกทัพเรือมาตีเมืองเพชรบุรีอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้สามารถตีเมืองเพชรบุรีได้สำเร็จ ดังความในพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ว่า

“…ศักราช 943 มะเส็งศก (พ.ศ. 2124)…อนึ่งในเดือน 3 นั้น พรญาละแวกยกพลมาเมืองเพ็ชรบุรี ครั้งนั้นเสียเมืองเพ็ชรบุรีแก่พรญาละแวก…” [2]

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) กล่าวว่า พระยาละแวกยกทัพเรือ มีพล 70000 มาตีเมืองเพชรบุรี สมเด็จพระมหาธรรมราชาให้เจ้าเมืองยโสธรธานีและเจ้าเมืองเทพธานีไปช่วยพระยาศรีสุรินทรฤๅไชยเจ้าเมืองเพชรบุรีรบศึก ครั้งนั้นเสียเมืองเพชรบุรี เจ้าเมืองทั้ง 3 เสียชีวิตในที่รบ พระยาละแวกกวาดต้อนครัวกลับไป

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพระพนรัตน์ ฉบับตัวเขียน กล่าวถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้ว่า

“…๏ ลุะศักราช 924 ปีจอ จัตวาศก…ครั้นถึงเดือนสาม พญาลแวกก็ยกทับเรือมา พลประมาณเจ็ดหมื่น มาเอาเมืองเพ็ชบูรี ในขณะนั้น สมเดจ์พระพุทธเจ้าอยู่หัวตรัสให้เมืองยศโสธรราชธาณี เมืองเทพราชธาณี ออกไปรั้งเมืองเพ็ชบูรี จึ่งพระศรีสุรินทฦๅไชยเจ้าเมืองเพ็ชบูรี แลเมืองยศโสธรราชธาณี เมืองเทพราชธาณี ก็ช่วยกันตกแต่งการที่จะรบพุ่งป้องกรรเมือง

ครั้นพญาลแวกยกมาถึง ก็ให้ยกพลขึ้นล้อมเมืองเพ็ชบูรีอยู่สามวัน แล้วให้ยกพลเข้าปล้นเมืองเพ็ชบูรี ให้พลทหารเอาบันไดพาดปีนกำแพงเมือง แลชาวเมืองเพ็ชบูรีรบพุ่งป้องกรรเปนสามารถ ข้าศึกชาวลแวกต้องสาตราวุทธตายเปนอันมาก จะปีนป่ายปล้นมิได้ก็พ่ายออกไป แต่พญาลแวกยกเข้าปล้นดั่งนั้นถึงสามครั้งก็มิได้เมือง แล้วตำหริะว่าจะปล้นอีกครั้งหนึ่ง ถ้ามิได้ไซ้จะเลีกทับคืนไป

ขณะนั้นเจ้าเมืองเพ็ชบูรี แลเมืองยศโสธรราชธาณี เมืองเทพราชธาณี มิได้สมัคสมานด้วยกัน ต่างคนต่างบังคับบันชา แลอยู่ป้องกรรแต่หน้าที่ซึ่งได้เปนพนักงานรักษานั้น มิได้พร้อมมูนคิดอ่านด้วยกันซึ่งจะแต่งการป้องกรรข้าศึก

ครั้นถึงวันแปดค่ำ พญาลแวกยกเข้าปล้นตำบลคลองกระแชงแลประตูบางจาน ชาวเมืองต้านทานเปนสามารถ ข้าศึกเผาหอรบทลายแล้วปีนกำแพงเข้าได้ในที่นั้น ก็เสียเมืองเพ็ชบูรีแก่พญาลแวก แลเสียเจ้าเมืองเพ็ชบูรี เมืองยศโสธรราชธาณี เมืองเทพราชธาณี ตายในที่นั้น พญาลแวกก็กวาดครัวอพยบเลีกทับคืนไปเมือง…” [3]

สงครามครั้งนี้ปรากฏในพงศาวดารของกัมพูชา เพียงแต่มีการกล่าวถึงปีศักราชคลาดเคลื่อนไปบ้างเล็กน้อย โดยระบุว่าเป็นสงครามที่เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2123

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เชิงอรรถ :

[1] อัญชนา จิตสุทธิญาณ และ ศานติ ภักดีคำ (บรรณาธิการ). พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ ภาษาไทย-เขมร. (กรุงเทพฯ : บริษัท ครีเอท มายด์ จำกัด, 2552), น. 132.

[2] อัญชนา จิตสุทธิญาณ และ ศานติ ภักดีคำ (บรรณาธิการ). พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ ภาษาไทย-เขมร. น. 134.

[3] พระราชพงศาวดารฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ ฉบับตัวเขียน เล่ม 6 (หมู่พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 6) เลขที่ 6 ตู้ 108 มัดที่ 1 ประวัติ ได้จากกรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 7/4/2482.

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาบางส่วนจากบทความ “พระยาละแวก ตี “เมืองเพชรบุรี” ทางไหน? (๑)” เขียนโดย รศ. ดร. ศานติ ภักดีคำ ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับเมษายน 2559 และเผยแพร่ในเว็บไซต์ silpa-mag.com ในภายหลัง (จัดย่อหน้าใหม่และสั่งเน้นคำโดยกอง บก. ออนไลน์)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 มิถุนายน 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...