โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Meme เหล่านี้คืออะไร? อะไรคือโจโจ้? สรุปกระแส ‘โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ’ ที่กลับมาฮิตสุดๆ อีกครั้งในอินเทอร์เน็ต

The MATTER

อัพเดต 20 ส.ค. 2562 เวลา 12.14 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2562 เวลา 13.00 น. • Recap

โลกอินเทอร์เน็ตมีอะไรสนุกๆ ออกมาเสมอ ยิ่งช่วงหลังมานี้ มองไปทางเพจไหนๆ ก็เจอคนเล่นมุกคนญี่ปุ่นพูดจาภาษาไม่คุ้นหูเช่น “โอร่า โอร่า" บางก็ใช้ศัพท์คำว่า ‘สแตนด์’ ไม่ก็วาดรูปเป็นคนสองคนกำลังเดินหน้าเข้าท้าชนกัน

มุกเหล่านั้นมีที่มาจากไหนกันนะ? ก็เห็นคนมาเฉลยกันแหละว่ามันคือเรื่องเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องโจโจ้ แต่โจโจ้ที่ว่านี้คืออะไรกันแน่ ทำไมต้อง ยาเร่ ยาเร่ กันด้วย โอ๊ย อยากเก็ตมุกแบบนี้มากๆ The MATTER สรุปกระแสนี้มาให้เข้าใจกันแบบคร่าวๆ

1.) ‘โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ’ คือมังงะชิ้นเอก ผลงานสำคัญจาก อ.ฮิโรฮิโกะ อารากิ ได้รับการตีพิมพ์ลงในนิตยสารโชเน็นจัมป์รายสัปดาห์ โดยเริ่มภาคแรกตั้งแต่ช่วงปี 1987 จากวันนั้นถึงวันนี้ก็มีทั้งหมด 8 ภาคแล้ว

2.) โจโจ้เป็นหนึ่งในมังงะที่ได้รับความนิยมในหมู่คนญี่ปุ่น รวมถึงผู้อ่านคนไทยมากๆ อย่างในไทยนั้น ฮิตในที่เป็นหนังสือการ์ตูนภาคบังคับที่ร้านเช่าการ์ตูนหลายๆ ร้านทั่วประเทศต้องมีติดไว้ในร้านเลย

3.) ทำไมโจโจ้ถึงฮิต? คำตอบแบบคร่าวๆ ก็คือ มันเป็นเรื่องราวการต่อสู้และการผจญภัยที่มีเนื้อหาให้ติดตามอยู่เรื่อยๆ รวมถึงมุกตลกที่แทรกในระหว่างทาง รวมทั้งการออกแบบสไตล์ท่าทางของตัวละครที่โดดเด่น

อย่างไรก็ดี จุดเปลี่ยนที่ใหญ่มากๆ ที่ทำให้โจโจ้ฮิตแบบสุดๆ และได้รับการพูดถึงมาจนถึงวันนี้ คือภาคที่ 3 ซึ่งมีสิ่งใหม่ปรากฎขึ้นมาที่เรียกว่า ‘สแตนด์’

4.) สแตนด์ที่ว่านี้ หมายถึงพลังพิเศษของตัวละครในเรื่องโจโจ้ บ้างก็เปรียบเทียบว่าสแตนด์นี้เหมือนกับ ‘ผู้พิทักษ์’ ประจำตัวของมนุษย์นั่นเอง พูดให้เห็นภาพก็คือ คนที่มีพลังพิเศษในโจโจ้นั้นจะสามารถเรียกสแตนด์ออกมาได้ โดยส่วนใหญ่สแตนด์จะมีลักษณะคล้ายๆ มนุษย์ (แต่ก็มีสแตนด์ที่หลากหลายไปที่ไม่ใช่รูปร่างมนุษย์ด้วยเหมือนกันนะ)

5.) การเกิดขึ้นของสแตนด์นี่แหละที่ตอบโจทย์จินตนาการของผู้อ่านจำนวนไม่น้อย เช่นความฝันว่า “ถ้าเรามีพลังพิเศษมันจะเป็นยังไงนะ” หรือถ้าเราเรียกผู้พิทักษ์ประจำตัวออกมาได้ เราจะเอาไปทำอะไรบ้าง สิ่งเหล่านี้น่าจะอยู่ในความคิดสนุกๆ ของผู้อ่านด้วยเหมือนกัน หรือที่ผ่านมา ก็มีคนใช้มีมโจโจ้กันบ่อยๆ เช่นท่าโพสต์ต่างๆ ด้วยเหมือนกัน

ณัฐพงศ์ ไชยวานิชย์ผล ผู้เขียนคอลัมน์ ‘เจแปนนิด’ ใน The MATTER เคยอธิบายไว้ในบทความชื่อว่า ‘จากท่ายืนบิดตัว ถึงการเป็นงานศิลปะ เอกลักษณ์ที่ทำให้มังงะเรื่อง JoJo โดดเด่น’ เอาไว้ว่า

“สาเหตุที่ทำให้คนติดโจโจ้คงเป็นเพราะความแปลกแหวกแนวของไอเดียการใช้ ‘สแตนด์’ นั่นละครับ เพราะไม่เคยเจอไอเดียแบบนี้มาก่อนเลย แล้วพอยิ่งอ่านไปอ่านมา มันยิ่งมีอะไรมากกว่าสแตนด์”

“ตัวละครในเรื่องมักจะมีท่ายืนโพสแบบแปลกๆ ไม่เหมือนใคร บางทีก็เล่นเอาสงสัยว่าคนเรามันยืนคุยกันท่านั้นจริงเหรอ แต่ด้วยความแปลกแหวกแนว ท่ายืนแบบโจโจ้จึงกลายเป็นจุดเด่นของเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าที่โพสในปกมังงะแต่ละเล่มที่ยิ่งเพิ่มความโดดเด่นและเวอร์เข้าไปใหญ่ (สมัยเรียนเพื่อนผมชอบเรียกว่าเอียงเป็นปกอัลบั้มของ RS) เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บว่ามาจากไหน

“ในช่วงที่ผมเรียนต่อญี่ปุ่นการโพสท่าแบบโจโจ้ก็เริ่มฮิตในวงกว้างมากขึ้น ขนาดมีคลิปสอนการออกกำลังกายด้วยการโพสท่าโจโจ้เอาฮาด้วย แต่จริงๆ แล้ว ที่มาของท่าโพสต่างๆ ก็มักจะมีอ้างอิงมาจากรูปปั้นงานศิลปะยุคคลาสสิกจากทางยุโรปที่ตัวอาจารย์ชื่นชอบนั่นละครับ—เป็นความประหลาดที่กลายมาเป็นจุดขาย”

6.) ตัดภาพกลับมาในยุคปัจจุบัน โจโจ้ กลายเป็นกระแสและมีมในอินเทอร์เน็ตมากมายเพราะตัวละครในภาคที่ 3 ซึ่งมีสแตนด์นี่แหละ โดยเฉพาะสแตนด์ของพระเอกอย่าง ‘คูโจ โจทาโร่’ (สแตนด์ของเขาชื่อ Star Platinum ซึ่งมีพลังท้าตีท้าต่อยระดับสุดยอด สามารถปล่อยหมัดโจมตีคู่ต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่องเป็นร้อยๆ หมัดในชั่วพริบตาไม่กี่วินาที)

7.) ระหว่างที่โจทาโร่ใช้สแตนด์ปล่อยหมัดรัวๆ ใส่คู่ต่อสู้ ก็มักจะมาพร้อมกับคำว่า “ORA ORA” (โอร่า โอร่า) เป็นการเปล่งเสียงที่ทำให้การปล่อยหมัดดุเดือดมากขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกัน บอสตัวร้ายที่สุดในภาคนี้ก็คือ ‘ดิโอ บรันโด’ ซึ่งก็มีสแตนด์เหมือนกัน ชื่อว่า The World และเวลาปล่อยหมัดจะใช้คำว่า “MUDA MUDA” (มูดา มูดา) ที่ถูกแปลว่า “เปล่าประโยชน์”

8.) มีมโจโจ้ทั่วโลกอินเทอร์เน็ต ได้เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์หลังจากที่อนิเมะโจโจ้ภาค 3 (เวอร์ชั่นใหม่) ได้เริ่มฉายเมื่อปี 2014 การกลับมาในครั้งนี้ เหมือนกับความฝันของแฟนคลับที่จะได้เห็นภาพโจโจ้แบบสวยๆ และฉากการต่อสู้ในมังงะที่จำได้ในอดีตอีกครั้ง แบบที่มีเสียงพากษ์และภาพเคลื่อนไหวสนุกๆ

9.) ฉากสู้กันระหว่างโจทาโร่และดิโอเวอร์ชั่นอนิเมะ ได้กลายเป็นมีมที่แพร่หลายกันอย่างมากในช่วงหลายเดือนมานี้ และถูกนำไปใส่ในคลิปตลกๆ ใน VINE เช่นคลิปแมวทะเลาะกัน หรือคนทะเลาะกันตามสไตล์โจโจ้

เช่นเดียวกับภาพคลาสสิกในมังงะในตอนที่โจทาโร่กำลังยืนเผชิญหน้ากับดิโอ มันก็ได้กลายเป็น reference ให้กับมุกตลกมากมายในไทย

10.) อย่างในไทยก็เคยมีคนทำคอนเทนต์สนุกหลายอัน เช่น มุกหลวงปู่เค็มแบบโจโจ้ รวมถึงมุกเรื่องการเมืองก็มีในเพจไข่แมวหลายรูป นอกจากนั้นยังมีคลิปสไตล์โจโจ้ เช่น

-ธนาธรไปประชุมสภาแบบโจโจ้ (https://youtu.be/BxH-izupXjo)

-สั่งข้าวแบบโจโจ้ (https://youtu.be/GoI4ENoZ0xM)

“ผมขอบคุณทุกคนมากๆ ใครหลายๆ คนที่แชร์มีมโจโจ้ในเฟซบุ๊ก เป็นอะไรที่ทำให้ผมมีสติดีในความเศร้าก็ไม่ใช่นะ เอาจริงๆ เสียสติหนักเข้าไปใหญ่ คือผมมีอารมณ์สนุกได้เพราะโจโจ้เลย…คืออนิเมะเรื่องอื่นมันทำอย่างนี้ไม่ได้ เราเห็นโจโจ้ reference กับทุกอย่าง” สตรีมเมอร์ Gssspotted ระบุไว้ระหว่างที่เขาเล่าถึงความสนุกกับโจโจ้

11.) สรุปก็คือ มีมโจโจ้ที่เราเห็นกันในช่วงหลังมานี้ มันเกี่ยวข้องกับสแตนด์ตามที่เราได้อธิบายไป รวมถึงฉากการต่อสู้ของตัวเอกและตัวร้ายในภาคที่สาม โดยปัจจัยสำคัญที่มันเป็นกระแสมากๆ ก็เพราะว่าอนิเมะในภาคสามที่กลับมาฉาย รวมถึงอนิเมะภาคอื่นๆ เช่นภาค 5 ที่มีมในอินเทอร์เน็ตมักจะใช้เพลง ‘Il vento d’oro’ ในสถานการณ์หักมุมที่คนเหมือนจะแพ้ ได้พลิกกลับมาได้ชัยชนะ

(แต่ที่ผ่านมากระแสมีมในโจโจ้ก็ไม่ได้หายไปไหนนะ มีการรวมกลุ่ม หรือมีมีมโจโจ้ในอินเทอร์เน็ตมาก่อนแล้ว แต่ช่วงหลังนี้มันอาจจะมากขึ้นกว่าเดิมเพราะอนิเมะกลับมาฉาย)

12.) ปรากฏการณ์ ‘มีมโจโจ้’ บอกอะไรกับเราบ้าง? อย่างแรกเลยคือ มันสะท้อนความนิยมในการ์ตูนเรื่องนี้ที่อยู่กับผู้อ่าน/ผู้ชมมาอย่างสม่ำเสมอ ด้วยตัวตนที่โดดเด่นของตัวละครต่างๆ และฉากสำคัญที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ

นอกจากนั้น ยังทำให้เราเห็นถึงความสำเร็จของการนำมังงะ/อนิเมะเรื่องนี้มารื้อฟื้นและปรับปรุงใหม่ และทำให้จินตนาการในอดีตมันสนุกสนาน แถมเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม และกลายเป็นหัวข้อไว้คุยกันสนุกๆ ในโลกอินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย เพราะความหวือหวาและแหวกแนวของตัวละคร

13.) ในภาพรวมๆ ของอุตสาหกรรมบันเทิงแล้ว เรายังเห็นกลยุทธ์การนำคอนเทนต์ในอดีตมานำเสนอใหม่อีกครั้งผ่านโลกดิจิทัล และกลายเป็นประเด็นให้สื่อยุคปัจจุบันได้กลับมาแนะนำ และชวนมองหาความน่าสนใจในคอนเทนต์เหล่านั้นให้กับคนรุ่นใหม่ๆ ที่อาจเคยเสพสิ่งเหล่านี้มาก่อน

จนถึงตอนนี้เรื่องราวของโจโจ้ ได้กลายเป็นสื่อหลายแบบแล้ว นอกจากอนิเมะ หรือมีมในอินเทอร์เน็ต ยังมีงานนิทรรศาการศิลปะ รวมไปถึง โจโจ้ภาค Live action ที่มีคนแสดงรวมถึงเกมต่างๆ อีกด้วย นี่เองก็เป็นภาพที่ตอกย้ำความนิยมที่ผู้คนมีต่อโจโจ้ได้ไม่น้อยเลย

**ถ้ามีโอกาส The MATTER จะสรุปเรื่องราวในโจโจ้ทั้งหมดทุกภาคอีกทีหนึ่งนะ เพราะถ้าสรุปเรื่องตั้งแต่ภาคแรกเลยคงต้องยาวมากๆ แน่นอน**

อ้างอิงจาก

https://thematter.co/thinkers/jojo-as-an-art/62315

https://kotaku.com/japans-ageless-manga-artist-meme-continues-1755888893

https://comicbook.com/anime/2019/03/10/jojos-bizarre-adventure-golden-wind-recap-episode-special/

https://www.reddit.com/r/JoJoMemes/

https://jojo.fandom.com/wiki/Stand_Cry

https://www.facebook.com/gssspotted/videos/916077318759813/

#Recap #โจโจ้ #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...